สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดอบรมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ กฎหมาย กฎระเบียบที่ปรับปรุงเปลี่ยนไปตามห้วงเวลาระหว่างสำนักงาน กกต. สื่อมวลชน และเครือข่ายสำนักงาน กกต.เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส. การทั่วไป พ.ศ. 2566
ด้าน แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวบรรยายบางช่วงบางตอน โดยยืนยันถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ยึดตามกฎหมาย และไม่ได้ยึดหลักทำให้ถูกใจใคร อีกทั้งต้องทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นที่ยอมรับของทุกคน เพื่อให้เป็นทางออกของประเทศได้ พร้อมเน้นย้ำ 4 หลักในการทำงานได้แก่ 1. สุจริต เที่ยงธรรม 2. โปร่งใส ตรวจสอบได้เมื่อมีปัญหา 3. ประสิทธิภาพ และ 4. การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยยืนยันว่า กกต.ทำตามกฎหมาย ไม่ใช่คิดกติกาเพื่อประโยชน์ของใคร และระบุว่า หากเห็นว่ากติกาไม่ดี ก็ต้องแก้ไข ไม่ใช่มาโทษกรรมการ
เลขาธิการ กกต. กล่าวด้วยว่า สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.นั้นย่อมมีแรงเสียดทาน จึงให้โจทก์ในการทำงานให้เรียบร้อยและให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ส่วนระหว่างทาง กกต.จะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนเรื่องการทำไพรมารีโหวตของพรคการเมือง จากการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ต้องเน้นย้ำให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามขั้นตอนซึ่งมีทั้งสิ้น 10 ขั้นตอน ทั้งนี้ ในฐานะหัวหน้างานธุรการของ กกต. และพรรคการเมือง มีความมั่นใจกับตัวทีมงาน และประชาชนที่มาร่วมงานกับ กกต.
“วันนี้ได้เตรียมความพร้อมตามเงื่อนไขเวลาที่เกิดขึ้น แต่การเลือกตั้งจะเรียบร้อย และเป็นที่ยอมรับต้องได้รับความร่วมมือจากคนทุกคนในชาติ และหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับความร่วมมือ ทาง กกต.รับฟังทุกความเห็น และไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานทางการเมือง แต่ตัดสินใจบนพื้นฐานของกฎหมาย และประโยชน์ของประเทศชาติ คงต้องขอความร่วมมือพรรคการเมืองว่าต้องแข่งขันให้เคารพกฎหมาย ” แสวง กล่าว
เลขาธิการ กกต. ยังชี้แจงถึงการใช้ระบบรายงานผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจาก กกต. (ECT Report) ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาระบบเกือบสมบูรณ์แล้ว โดยให้สื่อมวลชนเป็นตัวกลาง เข้ามาดึงข้อมูลในระบบแล้วนำเสนอกับประชาชน ซึ่งจะเป็นข้อมูลเดียวที่มีความถูกต้อง ส่วนประชาชนทั่วไป สามารถตรวจสอบข้อมูลผลคะแนนเฉพาะหน่วย ที่ด้านหน้าหน่วยการเลือกตั้ง และผลคะแนนของจังหวัดผ่านเว็บไซต์ กกต. จังหวัดได้ เพราะการให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็นผู้กรอกข้อมูลที่มีมากขึ้นในการเลือกตั้งปีนี้ ทั้งผลคะแนนผู้สมัคร บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และพรรคการเมือง 80 กว่าพรรค นั้นมีโอกาสเสี่ยงที่จะไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ กกต. ตั้งเป้าที่จะรายงานผลให้ครบ 100% และคิดว่าในคืนของวันเลือกตั้งประชาชนก็น่าจะได้ทราบผลว่าใครเป็นผู้ชนะ
“การรายงานผลการเลือกตั้งอย่างที่เป็นทางการ ครั้งนี้ไม่ได้ต่างจากครั้งที่แล้ว เพียงแต่ครั้งที่แล้วแอปลิเคชัน Rapid Report เราต้องไปอบรม กปน. ซึ่งก็เป็นประชาชนธรรมดามาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งและนับคะแนน คนเกือบ 1 ล้านคน ทำงานปฏิบัติหน้าที่กว่า 18 ชั่วโมง ก็ต้องมีความเหนื่อยล้า ความผิดพลาดในการกรอกคะแนนย่อมเกิดขึ้นได้ ซึ่งเราไม่อยากเสี่ยงอีก เพราะเรารู้ดีว่าถ้าผิดพลาดแม้แต่คะแนนเดียวเราก็ยืนอยู่ไม่ได้ ตรงนั้น จึงเป็นบทเรียนให้เราต้องแก้ไขและจัดกทำระบบ เพื่อที่วันเลือกตั้งจะได้ไม่มีความผิดพลาด อย่าให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงในการทำงานของเรา จึงพยายามออกแบบในทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใส ถ้าเกิดความผิดปกติก็สามารถมองเห็น หรือตรวจสอบได้” แสวง กล่าว
แสวง ยังยืนยันว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นปัญหาเรื่องการนับคะแนนนอกราชอาณาจักรอย่างที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมิติชี้มูลความผิดอดีตรองเลขาธิการ กกต. ฐานละเว้นไม่รับมอบติดตามถุงเมล์การทูตบรรจุซองใส่บัตรเลือกตั้ง ส.ส.นอกราชอาณาจักรปี 2562 โดย กกต. ได้เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงถุงเมล์การทูตไว้แล้ว เรียกได้ว่าไม่ให้คลาดสายตาเราจะตามตลอดว่าทำอย่างไรถุงเมล์จึงจะมาถึงก่อนวันเลือกตั้ง และเมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วจะมีการคัดแยกลงคะแนนส่งไปนับคะแนนยังสถานที่นับคะแนนของผู้ใช้สิทธิที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องความสูญเปล่าอีก
ส่วนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต. ได้มีการเตรียมการไว้แล้วกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในวันที่ 3 มี.ค. 2566 ว่าการคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมี และการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่สามารถนับรวมราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยได้
“ขอให้สบายใจได้ทุกอย่างยังเป็นไปตามเวลาและแผนงานที่วางไว้ อาจจะมีขยับบ้างแต่เราจะเร่งเวลาในส่วนของ กกต.ที่เหลือ ให้เหลือเวลาตามกฎหมายเท่านั้น แต่ในส่วนพรรคการเมืองที่ทำไพรมารีโหวต ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน จึงคิดว่าหากเป็นกรณีที่สภาฯ อยู่ครบวาระ กกต.น่าจะประกาศเขตเลือกตั้งได้ภายใน 10 วันก่อนสภาฯ ครบวาระ” แสวง กล่าว
ด้าน แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวบรรยายบางช่วงบางตอน โดยยืนยันถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ยึดตามกฎหมาย และไม่ได้ยึดหลักทำให้ถูกใจใคร อีกทั้งต้องทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นที่ยอมรับของทุกคน เพื่อให้เป็นทางออกของประเทศได้ พร้อมเน้นย้ำ 4 หลักในการทำงานได้แก่ 1. สุจริต เที่ยงธรรม 2. โปร่งใส ตรวจสอบได้เมื่อมีปัญหา 3. ประสิทธิภาพ และ 4. การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยยืนยันว่า กกต.ทำตามกฎหมาย ไม่ใช่คิดกติกาเพื่อประโยชน์ของใคร และระบุว่า หากเห็นว่ากติกาไม่ดี ก็ต้องแก้ไข ไม่ใช่มาโทษกรรมการ
เลขาธิการ กกต. กล่าวด้วยว่า สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.นั้นย่อมมีแรงเสียดทาน จึงให้โจทก์ในการทำงานให้เรียบร้อยและให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ส่วนระหว่างทาง กกต.จะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนเรื่องการทำไพรมารีโหวตของพรคการเมือง จากการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ต้องเน้นย้ำให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามขั้นตอนซึ่งมีทั้งสิ้น 10 ขั้นตอน ทั้งนี้ ในฐานะหัวหน้างานธุรการของ กกต. และพรรคการเมือง มีความมั่นใจกับตัวทีมงาน และประชาชนที่มาร่วมงานกับ กกต.
“วันนี้ได้เตรียมความพร้อมตามเงื่อนไขเวลาที่เกิดขึ้น แต่การเลือกตั้งจะเรียบร้อย และเป็นที่ยอมรับต้องได้รับความร่วมมือจากคนทุกคนในชาติ และหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับความร่วมมือ ทาง กกต.รับฟังทุกความเห็น และไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานทางการเมือง แต่ตัดสินใจบนพื้นฐานของกฎหมาย และประโยชน์ของประเทศชาติ คงต้องขอความร่วมมือพรรคการเมืองว่าต้องแข่งขันให้เคารพกฎหมาย ” แสวง กล่าว
เลขาธิการ กกต. ยังชี้แจงถึงการใช้ระบบรายงานผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจาก กกต. (ECT Report) ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาระบบเกือบสมบูรณ์แล้ว โดยให้สื่อมวลชนเป็นตัวกลาง เข้ามาดึงข้อมูลในระบบแล้วนำเสนอกับประชาชน ซึ่งจะเป็นข้อมูลเดียวที่มีความถูกต้อง ส่วนประชาชนทั่วไป สามารถตรวจสอบข้อมูลผลคะแนนเฉพาะหน่วย ที่ด้านหน้าหน่วยการเลือกตั้ง และผลคะแนนของจังหวัดผ่านเว็บไซต์ กกต. จังหวัดได้ เพราะการให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็นผู้กรอกข้อมูลที่มีมากขึ้นในการเลือกตั้งปีนี้ ทั้งผลคะแนนผู้สมัคร บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และพรรคการเมือง 80 กว่าพรรค นั้นมีโอกาสเสี่ยงที่จะไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ กกต. ตั้งเป้าที่จะรายงานผลให้ครบ 100% และคิดว่าในคืนของวันเลือกตั้งประชาชนก็น่าจะได้ทราบผลว่าใครเป็นผู้ชนะ
“การรายงานผลการเลือกตั้งอย่างที่เป็นทางการ ครั้งนี้ไม่ได้ต่างจากครั้งที่แล้ว เพียงแต่ครั้งที่แล้วแอปลิเคชัน Rapid Report เราต้องไปอบรม กปน. ซึ่งก็เป็นประชาชนธรรมดามาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งและนับคะแนน คนเกือบ 1 ล้านคน ทำงานปฏิบัติหน้าที่กว่า 18 ชั่วโมง ก็ต้องมีความเหนื่อยล้า ความผิดพลาดในการกรอกคะแนนย่อมเกิดขึ้นได้ ซึ่งเราไม่อยากเสี่ยงอีก เพราะเรารู้ดีว่าถ้าผิดพลาดแม้แต่คะแนนเดียวเราก็ยืนอยู่ไม่ได้ ตรงนั้น จึงเป็นบทเรียนให้เราต้องแก้ไขและจัดกทำระบบ เพื่อที่วันเลือกตั้งจะได้ไม่มีความผิดพลาด อย่าให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงในการทำงานของเรา จึงพยายามออกแบบในทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใส ถ้าเกิดความผิดปกติก็สามารถมองเห็น หรือตรวจสอบได้” แสวง กล่าว
แสวง ยังยืนยันว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นปัญหาเรื่องการนับคะแนนนอกราชอาณาจักรอย่างที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมิติชี้มูลความผิดอดีตรองเลขาธิการ กกต. ฐานละเว้นไม่รับมอบติดตามถุงเมล์การทูตบรรจุซองใส่บัตรเลือกตั้ง ส.ส.นอกราชอาณาจักรปี 2562 โดย กกต. ได้เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงถุงเมล์การทูตไว้แล้ว เรียกได้ว่าไม่ให้คลาดสายตาเราจะตามตลอดว่าทำอย่างไรถุงเมล์จึงจะมาถึงก่อนวันเลือกตั้ง และเมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วจะมีการคัดแยกลงคะแนนส่งไปนับคะแนนยังสถานที่นับคะแนนของผู้ใช้สิทธิที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องความสูญเปล่าอีก
ส่วนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต. ได้มีการเตรียมการไว้แล้วกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในวันที่ 3 มี.ค. 2566 ว่าการคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมี และการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่สามารถนับรวมราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยได้
“ขอให้สบายใจได้ทุกอย่างยังเป็นไปตามเวลาและแผนงานที่วางไว้ อาจจะมีขยับบ้างแต่เราจะเร่งเวลาในส่วนของ กกต.ที่เหลือ ให้เหลือเวลาตามกฎหมายเท่านั้น แต่ในส่วนพรรคการเมืองที่ทำไพรมารีโหวต ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน จึงคิดว่าหากเป็นกรณีที่สภาฯ อยู่ครบวาระ กกต.น่าจะประกาศเขตเลือกตั้งได้ภายใน 10 วันก่อนสภาฯ ครบวาระ” แสวง กล่าว




