แสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาเสริมสร้างความรู้และความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566
โดย เลขาธิการ กกต. ได้เน้นย้ำถึงภารกิจที่สำคัญของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง และต้องประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อช่วยกันรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง และเห็นความสำคัญของการเลือกตั้ง กระบวนการและขั้นตอนการจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่งเสริมการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกต.ซึ่งความร่วมมือของสื่อมวลชนและเครือข่าย ถือเป็นกลไกสำคัญ เพราะการจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ย่อมเกิดจากการที่ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ และมีความเชื่อถือในการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกต.จึงหวังว่าสื่อมวลชนและเครือข่าย จะนำความรู้จากการสัมมนาไปใช้ประกอบการปฏิบัติงาน และช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 พร้อมขอขอบคุณสื่อมวลชนที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดสัมมนา
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีความคาดเคลื่อนสับสนอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เกิดจากสื่อฯ พร้อมฝากคนที่ไปออกรายการต่างๆ ขอให้ศึกษาข้อกฎหมายก่อน เพราะจะทำให้เกิดความสับสนได้ และทำให้ กกต. เสียเวลาไปชี้แจงเรื่องเหล่านี้มากพอสมควร
ส่วนการรายงานผลการเลือกตั้ง จะมีทั้งแบบทางการ และไม่ทางการ โดยผลแบบไม่ทางการ เป็นการอำนวยความสะดวกสื่อมวลชน ให้ทราบว่าพรรคการเมืองใดได้คะแนนเท่าไร แต่ไม่ใช่แบบเรียลไทม์ เพราะต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก จึงเป็นผลแบบใบรายงานผลการนับคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจะแปะที่หน้าหน่วยเลือกตั้งนั้นๆ คาดว่าไม่เกิน 19.00 น. จะรายผลคะแนนแรก หลังปิดหีบ 17.00 น. จากนั้น จะทยอยป้อนข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลไม่เป็นทางการได้ไม่เกิน 22.00 น. เกือบ 100% และคะแนนจะอัพเดททุกครึ่งชั่วโมง หลังการเริ่มนับคะแนน
“การที่ กกต.ไม่ใช้แอปพลิเคชัน ในการรายงานผลคะแนน เพราะแอปพลิเคชันไม่สามารถแก้ไขความถูกต้องได้ หากมีการใส่ผลคะแนนผิดพลาด แต่ยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ผลคะแนนจะทราบเร็วขึ้นแน่นอนกว่าเดิม และขอให้ประชาชนติดตามช่องทางจากสื่อมวลชนเพื่อความรวดเร็ว หลังจากนี้ จะมีการซักซ้อมกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่าจะเข้ามาใช้ระบบของ กกต.อย่างไร ซึ่งขณะนี้ จัดทำระบบเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องความโปร่งใส ยืนยันว่าสามารถตรวจสอบได้” เลขาธิการ กกต. ระบุ
ส่วนเรื่องบัตรทำไมไม่เอื้ออำนวยให้มีสัญลักษณ์พรรคนั้น เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า ตามกฎหมายกำหนดไว้ ทั้งสีของบัตร หมายเลขผู้สมัคร กฎหมายเขียนว่า ต้องแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งสองแบบ แต่ถ้าอยากทำให้มีชื่อสัญลักษณ์พรรค ก็จะไม่เป็นไปตามกฎหมาย และเกิดความสับสนได้ เป็นเหตุให้คนไปร้องว่า กกต.ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย ส่วนหมายเลขที่อยากให้เป็นหมายเลขเดียวกัน กกต.สนับสนุนและเสนอให้เป็นหมายเลขเดียวกัน แต่ทางสภาฯ เป็นคนแก้ไข ซึ่ง กกต.ต้องทำตามกฎหมาย
สำหรับการใช้สิทธิเลือกตั้ง กกต.จะอำนวยความสะดวก ในเรื่องข้อมูลผู้สมัครที่ปกติมีอยู่หน้าหน่วย แต่ครั้งนี้ จะจัดทำป้ายไวนิลให้ข้อมูลผู้กับผู้ไปใช้สิทธิ ที่สามารถเงยหน้าดูจากคูหาและมองเห็นได้ ซึ่งการอำนวยความสะดวกนี้ เชื่อว่าจะสามารถลดจำนวนบัตรเสียให้น้อยลง
โดย เลขาธิการ กกต. ได้เน้นย้ำถึงภารกิจที่สำคัญของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง และต้องประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อช่วยกันรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง และเห็นความสำคัญของการเลือกตั้ง กระบวนการและขั้นตอนการจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่งเสริมการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกต.ซึ่งความร่วมมือของสื่อมวลชนและเครือข่าย ถือเป็นกลไกสำคัญ เพราะการจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ย่อมเกิดจากการที่ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ และมีความเชื่อถือในการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกต.จึงหวังว่าสื่อมวลชนและเครือข่าย จะนำความรู้จากการสัมมนาไปใช้ประกอบการปฏิบัติงาน และช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 พร้อมขอขอบคุณสื่อมวลชนที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดสัมมนา
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีความคาดเคลื่อนสับสนอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เกิดจากสื่อฯ พร้อมฝากคนที่ไปออกรายการต่างๆ ขอให้ศึกษาข้อกฎหมายก่อน เพราะจะทำให้เกิดความสับสนได้ และทำให้ กกต. เสียเวลาไปชี้แจงเรื่องเหล่านี้มากพอสมควร
ส่วนการรายงานผลการเลือกตั้ง จะมีทั้งแบบทางการ และไม่ทางการ โดยผลแบบไม่ทางการ เป็นการอำนวยความสะดวกสื่อมวลชน ให้ทราบว่าพรรคการเมืองใดได้คะแนนเท่าไร แต่ไม่ใช่แบบเรียลไทม์ เพราะต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก จึงเป็นผลแบบใบรายงานผลการนับคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจะแปะที่หน้าหน่วยเลือกตั้งนั้นๆ คาดว่าไม่เกิน 19.00 น. จะรายผลคะแนนแรก หลังปิดหีบ 17.00 น. จากนั้น จะทยอยป้อนข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลไม่เป็นทางการได้ไม่เกิน 22.00 น. เกือบ 100% และคะแนนจะอัพเดททุกครึ่งชั่วโมง หลังการเริ่มนับคะแนน
“การที่ กกต.ไม่ใช้แอปพลิเคชัน ในการรายงานผลคะแนน เพราะแอปพลิเคชันไม่สามารถแก้ไขความถูกต้องได้ หากมีการใส่ผลคะแนนผิดพลาด แต่ยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ผลคะแนนจะทราบเร็วขึ้นแน่นอนกว่าเดิม และขอให้ประชาชนติดตามช่องทางจากสื่อมวลชนเพื่อความรวดเร็ว หลังจากนี้ จะมีการซักซ้อมกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่าจะเข้ามาใช้ระบบของ กกต.อย่างไร ซึ่งขณะนี้ จัดทำระบบเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องความโปร่งใส ยืนยันว่าสามารถตรวจสอบได้” เลขาธิการ กกต. ระบุ
ส่วนเรื่องบัตรทำไมไม่เอื้ออำนวยให้มีสัญลักษณ์พรรคนั้น เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า ตามกฎหมายกำหนดไว้ ทั้งสีของบัตร หมายเลขผู้สมัคร กฎหมายเขียนว่า ต้องแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งสองแบบ แต่ถ้าอยากทำให้มีชื่อสัญลักษณ์พรรค ก็จะไม่เป็นไปตามกฎหมาย และเกิดความสับสนได้ เป็นเหตุให้คนไปร้องว่า กกต.ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย ส่วนหมายเลขที่อยากให้เป็นหมายเลขเดียวกัน กกต.สนับสนุนและเสนอให้เป็นหมายเลขเดียวกัน แต่ทางสภาฯ เป็นคนแก้ไข ซึ่ง กกต.ต้องทำตามกฎหมาย
สำหรับการใช้สิทธิเลือกตั้ง กกต.จะอำนวยความสะดวก ในเรื่องข้อมูลผู้สมัครที่ปกติมีอยู่หน้าหน่วย แต่ครั้งนี้ จะจัดทำป้ายไวนิลให้ข้อมูลผู้กับผู้ไปใช้สิทธิ ที่สามารถเงยหน้าดูจากคูหาและมองเห็นได้ ซึ่งการอำนวยความสะดวกนี้ เชื่อว่าจะสามารถลดจำนวนบัตรเสียให้น้อยลง



