ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต. และกรรมการประจำหน่วย ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความบกพร่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการกรอกรหัสเขตที่หน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาดจนเป็นข่าวใหญ่โต แต่ตรวจสอบพบว่ามีเพียง 100 ซองเท่านั้น และมีการคัดแยกใหม่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะส่งไปพร้อมนับคะแนนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ แต่ก็น้อมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และนำมาปรับให้การเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. มีความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบที่สุด
เพราะฉะนั้นยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง และขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันมาออกเสียงใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-17.00 น. พร้อมฝากถึงนักการเมืองและพรรคการเมือง ขอให้ดำเนินการหาเสียงอยู่ในกรอบของกฎหมาย
— ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและพื้นที่อื่น ๆ ณรงค์ กล่าว่า เรื่องนี้ กกต.ติดตามตลอดในภาพรวม แต่ไม่ได้ออกข่าว เพราะอยู่ในช่วงที่อาจจะมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ กกต.ก็รับดำเนินการทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อร้องเรียนหรือความปรากฏ ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉย
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการต่อว่า กกต.ในทำนอง “ตรวจสอบข้อมูลการซื้อสิทธิ์ขายเสียง 2 มาตรฐาน” เพราะตรวจสอบเฉพาะเด็กที่ทำคลิป 2,000 บาท แต่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการเบิกเงินสดผิดปกติ 250 ล้านบาท กลับไม่ตรวจสอบนั้น ประธาน กกต.ชี้แจงว่า ในข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ ยืนยันว่าตั้งแต่รู้ก็ได้ประชุม กกต. และขอความร่วมมือให้ธนาคารส่งข้อมูลมาให้ และให้สำนักงาน กกต.ตรวจสอบทุกเส้นเงินที่ได้รับข้อมูลมา พร้อมย้ำว่า กกต.ไม่ได้สองมาตรฐาน เพราะเป็นผู้รักษากติกา ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายทุกเรื่อง
ด้านว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงขั้นตอนหลังปิดหีบเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ว่า หลังจากปิดหีบในเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนนพร้อมกัน 3 กระดาน ทั้งการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ สส.แบบแบ่งเขต และการออกเสียงประชามติ
โดยในส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีจุดนับคะแนนที่กำหนดไว้แยกออกมา ส่วนบัตรออกเสียงประชามตินอกเขตจะนับคะแนนรวมในหน่วยเลย ส่วนการจัดเลือกตั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้มีการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ซึ่งได้มีการควบคุมในแต่ละพื้นที่ โดยส่งกำลังเข้าไปดูแล และได้กำชับกรรมการประจำหน่วย รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ดูแล เบื้องต้นยังไม่พบปัญหาอะไร สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ได้แน่นอน
ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดียให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหน่วยที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับหน่วยที่จะไปออกเสียงประชามติอยู่คนละที่กันนั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ยืนยันว่าเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งแม้กฎหมายจะคนละตัวกัน แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง สส. ดังนั้น การลงคะแนนเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติจะอยู่ในหน่วยเดียวกัน กระบวนการจะไหลลื่นไปตามขั้นตอนในหน่วย โดยจะต้องเลือกตั้ง สส.ก่อน แล้วจึงไปออกเสียงประชามติ ยืนยันว่าไม่มีการแยกกัน
ส่วนกรณีมีข้อกังวลเกี่ยวกับการสวมใส่เสื้อฟุตบอลที่มีหมายเลขเข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงมติ จะสามารถทำได้หรือไม่นั้น รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ต้องดูที่เจตนาว่าต้องการจะสื่ออะไร โดยทั่วไปหากไม่ได้ซื้ออะไรหรือแฝงอะไรก็สามารถสวมใส่ได้ แต่ถ้าเป็นการสื่อเพื่อจูงใจก็อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ย้ำว่าอยู่ที่เจตนา




