ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติไม่รับคำร้องของ ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ที่ยื่นขอให้สั่ง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย เลิกการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพอันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองฯ ทำให้กรณีดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจกระทบกับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังดำเนินการตรวจสอบ
เรื่องนี้ แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ชี้แจงว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องการใช้เสรีภาพ เฉพาะมาตรา 49 ที่เขียนว่าการใช้เสรีภาพเพื่อการล้มล้างทำไม่ได้ เสรีภาพถูกรับรองโดยรัฐธรรมนูญ ประชาชนทุกคนมีเสรีภาพ นั่นคืออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
แต่ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง จะพิจารณาสิ่งที่กฎหมายห้ามกระทำตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง จึงไม่เกี่ยวกัน
ทั้งนี้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง อาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่เราถือกฎหมายคนละฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญว่า การใช้สิทธิเสรีภาพนั้นเพื่อเป็นการล้มล้างการปกครองฯ หรือไม่ แต่ กกต.หรือนายทะเบียนฯ จะพิจารณาว่า การกระทำนั้นผิดกฎหมายพรรคการเมือง เป็นเหตุให้มีการยุบพรรคหรือไม่
ผมยกตัวอย่างครั้งที่แล้ว ที่นายทะเบียนไม่รับเรื่องของพรรคก้าวไกลไว้พิจารณา กฎหมายบอกว่าไม่รับไปดำเนินการ แต่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้ มีนักข่าวมาถามว่า ทำไม กกต.ไม่รับ เพราะกรณีนั้นเป็นกรณีใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่มีอำนาจที่จะไปพิจารณาเรื่องเหล่านั้น เกินขอบอำนาจของ กกต., กกต.ไม่ได้เข้าไปพิจารณาในเนื้อหา แต่ไม่รับไว้ดำเนินการ เพราะไม่อยู่ในเขตอำนาจเรา แต่กรณีหลังมีคนมาร้องว่ามีพรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมืองอันเป็นเหตุให้มีการยุบพรรคการเมือง นายทะเบียนก็รับไว้เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน จะเป็นคนละประเด็นกับที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้ ทั้งที่เป็นข้อเท็จจริงเดียวกัน
— แสวง บุญมี
ส่วนกรณีคำร้องหลายคำร้อง ที่มีลักษณะคล้ายกัน กกต.ยังเดินหน้าตรวจสอบต่อไปหรือไม่นั้น แสวง กล่าวว่า “เราก็ทำตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเรา”



