กกต.ลุยเอาผิด ‘ไอลอว์’ ปมเผยแพร่ความเห็นคดีฮั้ว สว.

28 ส.ค. 2569 - 19:25

  • กกต.แจ้งความ iLaw ปมเผยแพร่เอกสารความเห็น “คดีฮั้ว สว.”

  • ‘ยิ่งชีพ’ ชี้หากไม่ฟ้อง “229 ผู้ต้องหา” อาจไร้ทางรื้อคดีในอนาคต

  • พร้อมเรียกร้องประชาชนส่งเสียงถึง กกต. ก่อนมีคำสั่งอย่างเป็นทางการ

กกต.ลุยเอาผิด ‘ไอลอว์’ ปมเผยแพร่ความเห็นคดีฮั้ว สว.

“คดีฮั้ว สว.” ยังคงมีประเด็นให้จับตาต่อเนื่อง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก กกต. ถึงขั้นดำเนินการทางกฎหมายกับ iLaw จากกรณีเอกสารที่ถูกเผยแพร่

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวระบุว่า ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณี iLaw เผยแพร่เอกสารความเห็นของครรชิต ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่แทน แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเอกสารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีฮั้ว สว.

กกต.ระบุว่า การแจ้งความครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมาย รวมทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน กกต. โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย

‘ยิ่งชีพ’ ชี้ทางตัน หาก กกต.ไม่ฟ้อง ‘229 ผู้ต้องหาคดีฮั้ว สว.’

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาคดีฮั้ว สว. ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทิศทางการพิจารณาของ กกต. ว่าจะมีคำสั่งอย่างไรต่อคดีที่กำลังถูกจับตาจากสังคม

ด้าน ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงกรณีที่ประชาชนและสื่อมวลชนสอบถามว่า หาก กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 คนในคดีการโกงเลือก สว. จะมีช่องทางใดดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ต่อไป

ยิ่งชีพ ระบุว่า หากตอบตรง ๆ โดยไม่ถนอมน้ำใจผู้ถาม คำตอบคือ “ไม่มีทาง” พร้อมแจกแจงผลที่เขามองว่าอาจเกิดขึ้น หาก กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 คน

229 ผู้ต้องหาอาจรอดจากข้อกล่าวหา

ยิ่งชีพระบุว่า หากมีคำสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาทั้ง 229 คน ซึ่งรวมถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย สส. และ สว. อีก 138 คน จะพ้นจากข้อกล่าวหาโดยมีคำสั่งที่มีกฎหมายรองรับ และในอนาคต หากมีการนำประเด็นการโกงเลือก สว. กลับมาพูดถึงอีก บุคคลเหล่านี้สามารถใช้คำสั่งของ กกต. เป็นหลักในการปฏิเสธข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ ยิ่งชีพยังมองว่า อาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมือง โดยเฉพาะการทำงานของ สว. ที่ถูกเรียกว่า “สีน้ำเงิน” ซึ่งเขาเห็นว่าอาจมีความมั่นใจในการลงมติทางการเมืองมากขึ้น รวมถึงมีอิทธิพลต่อทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต

เขายังแสดงความกังวลต่อกระบวนการคัดเลือกองค์กรอิสระ โดยเฉพาะ กกต. หาก สว. ชุดปัจจุบันมีบทบาทในการคัดเลือก กกต. ครบทั้ง 7 คน เพราะอาจทำให้การเลือกตั้งในอนาคต รวมถึงการเลือก สส. และ สว. อยู่ภายใต้กลไกที่เขามองว่าเอื้อต่อกลุ่มการเมืองเดียวกัน

ห่วงเลือก สว. รอบใหม่ หากกลไกตรวจสอบถูกครอบงำ

ยิ่งชีพยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการเลือก สว. ในอนาคตว่า หากผู้มีอำนาจในระบบสามารถควบคุมกลไกตรวจสอบได้ ผู้สมัครที่ต้องการเข้าสู่ตำแหน่งอาจต้องพึ่งพากลุ่มอำนาจเดิม พร้อมยกตัวอย่างถึงพฤติกรรมที่เขากล่าวอ้างว่าอาจเกิดขึ้น เช่น การจัดคนลงสมัคร การลงคะแนนเป็นกลุ่ม หรือการเตรียมการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ

จากมุมมองดังกล่าว ยิ่งชีพสรุปว่า หากสถานการณ์เดินไปในทิศทางที่ กกต. ไม่สั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด “ระบอบสีน้ำเงิน” จะมีความเข้มแข็งมากขึ้น และมองไม่เห็นว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ข้อความทั้งหมดเป็นการแสดงความเห็นและการประเมินสถานการณ์ของยิ่งชีพ ไม่ใช่ข้อยุติของคดีหรือคำวินิจฉัยของ กกต.

“เอา กกต.ติดคุก” ไม่ใช่เป้าหมาย “เปลี่ยนระบบ” คือโจทย์

ยิ่งชีพยังกล่าวถึงคำถามที่ว่า หาก กกต. ไม่ดำเนินคดี จะสามารถเอาผิด กกต. ได้หรือไม่ โดยมองว่าอาจมีความเป็นไปได้ แต่แม้จะสามารถดำเนินคดีจนมีผู้ถูกลงโทษ สิ่งที่เกิดขึ้นก็อาจไม่ทำให้โครงสร้างของระบบเปลี่ยนแปลง เพราะ กกต. ชุดใหม่ยังถูกเลือกผ่านกลไกเดิม

“การเอา กกต.ติดคุกยังไม่ใช่เป้าหมายครับ”

ยิ่งชีพ ชี้ว่าสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงระบบ ไม่ใช่เพียงการลงโทษบุคคลเป็นรายคน

ส่วนคำถามว่า หาก กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว จะมีองค์กรอื่นสามารถสั่งฟ้องแทนได้หรือไม่ ยิ่งชีพระบุว่า “ไม่มี” พร้อมให้เหตุผลว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 คดีเกี่ยวกับการโกงการเลือกตั้งอยู่ในอำนาจของ กกต. และหากมีคำสั่งไม่ฟ้องจนคดียุติ การนำคดีเดิมกลับมาดำเนินการใหม่ในอนาคตอาจติดข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีซ้ำจากการกระทำเดียวกัน

ยังไม่ถึงเวลาคิดว่า “ถ้าไม่ฟ้องจะทำอย่างไร”

อย่างไรก็ตาม ยิ่งชีพย้ำว่า ขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้มีคำสั่งอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 คน แม้จะมีการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ดังกล่าวก็ตาม

เขาจึงเรียกร้องให้ประชาชนใช้ช่วงเวลาที่เหลือส่งเสียงไปยัง กกต. เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยระบุแฮชแท็ก “#สั่งฟ้องสว” พร้อมย้ำว่า เวลานี้ยังไม่ใช่ช่วงที่จะมาคิดล่วงหน้าว่า หาก กกต. ไม่สั่งฟ้องแล้วจะมีทางออกอย่างไร

ยิ่งชีพระบุว่า สิ่งที่ควรทำในเวลานี้คือ “ทำให้ดีที่สุดในวันนี้” และชวนประชาชนส่งเสียงให้ดังที่สุดในช่วงสองสามวันที่เหลือ เพื่อไม่ให้ต้องย้อนกลับมาเสียใจภายหลังว่าไม่ได้ทำอะไร

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่ยังไม่มีคำตอบสุดท้าย “คดีฮั้ว สว.” จึงยังคงเป็นสมรภูมิที่ต้องจับตาทั้งในมิติของคดีและผลสะเทือนทางการเมือง ขณะที่ “ผู้อำนวยการ iLaw” ย้ำให้สังคมโฟกัสกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า มากกว่าการตั้งสมมติฐานถึงทางออกหลังคำสั่ง กกต. พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนส่งเสียงในช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนที่ทิศทางของคดีสำคัญนี้จะถูกกำหนดอย่างเป็นทางการ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์