กกต.แถลงปมร้อนข้อพิรุธนับคะแนนเลือกตั้ง สั่งสางข้อเท็จจริง ‘ชลบุรี’ ใน 2 วัน ขอเป็นกลางยึดกฎหมาย

10 ก.พ. 2569 - 17:43

  • กกต.ชี้แจงปมปัญหาข้อพิรุธนับคะแนนเลือกตั้ง เขต 1 จ.ชลบุรี เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน

  • ชี้การสั่งนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของ กกต.กลางเท่านั้น ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

  • ยืนยันผลคะแนนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ กกต.ขอทุกฝ่ายมองปัญหาด้วยใจเป็นกลาง และเชื่อมั่นในกระบวนการทางกฎหมาย

กกต.แถลงปมร้อนข้อพิรุธนับคะแนนเลือกตั้ง สั่งสางข้อเท็จจริง ‘ชลบุรี’ ใน 2 วัน ขอเป็นกลางยึดกฎหมาย

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เวลา 14.00 น.(10 กุมภาพันธ์ 2569) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว “การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ” ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวถึงกรณีขอให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ในการเลือกตั้งเป็นสิทธิแต่ละบุคคลที่เข้าไปใช้โดยตรง ประเด็นต่อมาอาจมีผลบางจังหวัดที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน กรณีการนับคะแนนใหม่ตามกฎหมายเขียนไว้ชัดว่า เช่น กรณีผู้มาใช้สิทธิ กับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน กรณีนี้ กกต.ต้องพิจารณาว่าข้อเท็จจริงคืออะไร มีเหตุทำให้ต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เป็นประเด็นหนึ่ง

ส่วนประเด็นที่สอง คือการเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนไม่เป็นไปโดยถูกต้อง เช่น การนับคะแนนอาจไม่ถูกต้อง อะไรก็ตาม เป็นเหตุให้ กกต.สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้ เป็นไปตามกระบวนการ

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อว่า ตามที่ได้นำเรียนไปแล้วว่า “กระบวนการนับคะแนน” หากผู้มาใช้สิทธิ หรือประชาชนเห็นว่า ขั้นตอนไหนมีความผิดพลาด ซึ่งขั้นตอนคือ กปน.จะบันทึกเอาไว้ เมื่อเวลาเท่าไหร่ มีการคัดค้านเรื่องการนับคะแนน รวมถึงขั้นตอนการรวมคะแนนด้วยซ้ำไป

ตรงนี้ข้อมูลสำคัญสำหรับกรรมการ ถ้าเปรียบเป็นตำรวจคือบันทึกประจำวัน ตรงนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะประกอบการพิจารณาของ กกต. กรณีร้องว่าขอให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ กกต.ต้องพิจารณาจากหลักฐานเหล่านี้ประกอบ ไม่อย่างนั้นใครมาร้องให้นับใหม่ หรือเลือกใหม่อย่างไรก็ได้ ต้องมีที่มา เหตุและผลก่อน”

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นในเขต 1 จ.ชลบุรี คือกรณีประชาชนบางส่วนอาจมีความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือสงสัยเรื่องกระบวนการ “ยุบรวมหีบบัตร” ในกระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการลงคะแนน และนับคะแนนจะจบที่หน่วย หมายความว่าทุกหน่วย เมื่อนับคะแนนแล้ว รวมคะแนนแล้ว ต้องติดประกาศผลนับคะแนนบริเวณหน้าหน่วย ทุกหน่วยจะมีแบบนี้ เสร็จแล้วรวบรวมผลคะแนนทุกหน่วย มาส่ง ณ ศูนย์รวมคะแนนของอำเภอ เพื่อรวมผลคะแนนทุกหน่วยเป็นผลคะแนนของเขตเลือกตั้งนั้นๆ

“หลังจากรวมผลคะแนนเรียบร้อย จะมีขั้นตอนกระบวนการเรียกว่า ยุบรวมหีบบัตร คือเอาหีบบัตรที่นับคะแนนจากทุกหน่วย มารวมกันในหีบเดียวกัน เพื่อเอาหีบเหล่านี้ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานที่ปลอดภัย เก็บไว้จนกว่าพ้นระยะเวลาการร้องคัดค้าน คือ 2 ปี นี่คือขั้นตอนที่อยากให้เข้าใจก่อน”

ECT-issues-a-statement-regarding-controversial-irregularities-in-the-election-vote-counting-process-SPACEBAR-Photo01.jpg

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กรณีที่ จ.ชลบุรี เหตุเกิดระหว่างยุบรวมหีบบัตร การเตรียมตัวขนหีบบัตรจากการยุบรวมของเขต 1 ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม กำลังยุบรวม คิดว่ามีประเด็นทำไมหีบบัตรยุบรวม ไม่ได้คล้องสายรัดบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง นั่นคือเขาอยู่ระหว่างยุบรวมหีบบัตร บางหีบไม่ได้คล้องสายรัด มีการซีนโดยเทปกาวโดยรอบ ไม่สามารถให้ใครเปิดได้แน่นอน

“อาจมองว่ามีการออกไปในสื่อมวลชนว่า มีบัตรขีดคะแนน ใครก็ไม่รู้มาเผยแพร่ มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ ขอทำความเข้าใจว่า ในการยุบรวม อาจมีบางหน่วยซึ่งเขาไม่ได้พับแบบขีดคะแนนลงในหีบบัตร กรณีนี้ กกต.ประจำเขต จะรวบรวมกรณีพลัดหลงแบบนี้ บรรจุในหีบไปรักษาไว้ ณ ที่ปลอดภัยเหมือนบัตรเลือกตั้ง”

“หลายท่านคาใจกระบวนการนี้มีการทุจริตอะไรหรือไม่ อย่างที่บอกมีกระบวนการในการรีเช็คกัน ทุกหน่วยเขาจะมีรายงานผลการนับคะแนน ภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.5/18 และ สส.5/18 มช. 2 ส่วนนี้ติดไว้หน้าหน่วยแล้ว กระบวนการแก้ไขคะแนนเป็นไปไม่ได้ เพราะมีการติดไว้หน้าหน่วยแล้ว เปิดเผยต่อสาธารณชน ตรวจสอบได้ ไม่ใช่มาถึงตรงนี้แล้ว มีการเปิดหีบ แก้ไขคะแนน ไม่สามารถทำได้ ต้องให้เข้าใจตรงกัน”

ส่วนประเด็นมีเศษวัสดุอุปกรณ์ มีการแก้ไขหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อย่างที่นำเรียนเป็นกระบวนการยุบรวมหีบบัตร และเก็บวัสดุอุปกรณ์ของเขต 1 อาจมีเศษวัสดุอะไรก็ตาม เศษสายรัดบ้าง เพราะเขาต้องตัดสายรัดเปิดหีบ เอาบัตรรวมกัน

“คราวนี้เมื่อบอกว่า ขอให้นับคะแนนใหม่ได้หรือไม่ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายก่อน เป็นอำนาจ กกต. โดย กกต.จะพิจารณาจะพิจารณาจากหลักฐาน ข้อเท็จจริง คำร้องคัดค้าน แต่ละขั้นตอน เอารายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยมาดูว่า มีที่มาที่ไปหรือไม่ อย่างไร”

“กรณีของชลบุรีถึงถามว่าทำไมไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ทันที ขั้นตอนต้องอยู่ในการพิจารณาของ กกต.ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ กกต.มีความห่วงใย และอยากให้กระบวนการของเราเป็นไปโดยชอบเรื่องกฎหมาย เลยมอบหมายรองเลขาธิการ กกต.ไปตรวจสอบเลยว่าข้อเท็จจริงอย่างไร มีการคัดค้านหรือไม่ หรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ให้แล้วเสร็จใน 2 วัน ดังนั้นภายใน 2 วันชัดเจนสำหรับชลบุรี ที่ กกต.มีมติวันนี้

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดชลบุรี รายงานผลคะแนนภาพรวม จ.ชลบุรี เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า ภาพรวมการเลือกตั้งมีกระบวนการอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ กระบวนใดคัดค้านทักท้วงหรือไม่ เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า จะงดประกาศผลหรือไม่ สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ หรือสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ เป็นไปตามเงื่อนไข ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

“โจทย์ชลบุรีวันนี้คือ ทุกอย่างไม่เกิน 2 วัน ทีมรองเลชาธิการ กกต.ด้านสืบสวน จะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที และทีมงาน ผอ.กกต.ชลบุรี ต้องรายงานใน 2 วัน แล้ว กกต.จะพิจารณาตามข้อกฎหมาย สมมติถ้าเป็นจริง กกต.จะปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. อาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่” 

“ส่วนบางจังหวัดเช่น มหาสารคาม มีคะแนนคลาดเคลื่อน แต่คำว่าคะแนนคลาดเคลื่อนไม่ใช่เกิดจากประกาศที่หน่วย รายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยถูกต้องตรงกัน แต่เวลารวมคะแนนเพื่อขึ้นป้ายประกาศผลคะแนนหน้าที่ว่าการเขต ใส่ตัวเลขคลาดเคลื่อน พอเห็นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขาด 1 หน่วย มีการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้ เพราะทุกอย่างติดประกาศที่หน่วยแล้ว ขอให้ท่านมั่นใจในประเด็นนี้ นี่คือโจทย์ที่ฝากให้เข้าใจในเรื่องนี้”

รองเลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีปทุมธานี เราต้องตั้งหลักขอความกรุณาในการนำเสนอข่าวเหล่านี้ ท่านบอกว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย “ไม่จริง ยืนยันชัดเจนว่าไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสีย ประมาณนี้ แค่นั้น แตกต่างแค่ 1-2 คะแนนเท่านั้น” ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำให้ผลการนับคะแนน ณ ที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป

“สิ่งที่ออกไปบอกว่า พอนับคะแนนใหม่ทำให้ผลเปลี่ยน จากพรรคนี้กลายเป็นอีกพรรค ไม่ใช่ ขอความกรุณา เราต้องสื่อสารให้ตรงกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นใครโพสต์อะไรขึ้นมา เป็นประเด็นปราศจากข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการมีขั้นตอนตรวจสอบ มีการรีเช็คทุกขั้นตอน ให้เข้าใจตรงกัน”

รองเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า กรณีการรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทำไมรายงานผลผิดพลาด เข้าใจคำว่าไม่เป็นทางการหรือไม่ เพื่อความรวดเร็ว ผลแต่ละหน่วยพยายามส่งเข้าระบบ ผ่านอนุฯอำเภอ โดยใช้คะแนนจาก สส.5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วย ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนนี้ได้

ส่วนประเด็นทำไมมีการแก้ไข เมื่ออนุฯประจำอำเภอ รับรายงานผลแล้ว ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คะแนนถูกหรือไม่ ต้องรีเช็คกับ กปน. บางอย่างในการคีย์คะแนนเข้ามาของ กปน.อาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนน 5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วยได้

“สิ่งสมบูรณ์ที่สุดเรียกว่าประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.6/1 อันนี้คือทุกอย่างตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน ออกมาเป็นประกาศ และลงนามโดย กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถึงเรียกว่าประกาศอย่างเป็นทางการ”

รองเลขาธิการ กกต.กล่าวย้ำว่า “ต้องเข้าใจก่อน เพราะคำว่าไม่เป็นทางการ อาจคลาดเคลื่อนผิดพลาด กระบวนการส่งผลคะแนนเข้ามา ต้องมีอนุฯอำเภอกลั่นกรองตรวจสอบก่อน ถึงยืนยันว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ย้ำอีกทีว่า ไม่มีใครสามารถแก้ไขผลคะแนนได้ ทุกอย่างยังติดประกาศต่อหน้าสาธารณชน ในหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ไม่มีใครสามารถทำอะไรอำเภอใจได้ ทุกอย่างมีกรอบของกฎหมาย กกต.ยืนยันว่า ยินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่มีกระบวนการที่สงสัย ไม่เข้าใจ”

ส่วนกรณีประชาชนต้องการให้ กกต.นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กระบวนการตามกรอบของกฎหมาย จะสั่งให้นับคะแนนใหม่ที่ไหน อย่างไร ไม่ใช่ใครจะบอกให้ทำได้ ต้องดูก่อนว่ากระบวนการระหว่างลงคะแนน และนับคะแนนมีกระบวนใดไม่ชอบมาพากลหรือไม่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ต้องบอกให้ชัดเจนว่า กกต.ไม่อาจสั่งให้นับคะแนนใหม่ โดยไม่เป็นไปตามกฎหมายได้ ขอให้สบายใจประเด็นนี้ ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการ

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ไทย ประชาชนเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ มองว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนการทำงานของ กกต.หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อยากให้เรามองด้วยใจเป็นกลาง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เรามีพรรคการเมืองที่ลงสมัคร 57 พรรคการเมือง ความหลากหลายของผู้สมัคร และพรรคการเมืองเอง เกิดความคิดความชอบของผู้มาใช้สิทธิมากมาย อาจมีบางส่วนท่านพอใจ บางส่วนไม่พอใจ

“แต่อยากให้มองด้วยใจเป็นกลางว่า กระบวนการจัดเลือกตั้งกว่าแสนหน่วย ใช้บุคลากรมหาศาล ภายใต้หลักของกฎหมาย ไม่ว่าใครจะเป็น กปน.ก็ตาม ไม่สามารถจะทำการใดๆ นอกเหนือกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ไม่สามารถละเมิดกฎหมายได้ ไม่ต้องกังวลประเด็นนี้ ทุกเรื่องที่ให้ข้อสังเกต สำนักงาน กกต.จะประมวลเพื่อพิจารณา”

ด้านนายครรชิต กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจการแบ่งอำนาจกันระหว่าง กปน. กับ กกต.ชุดใหญ่ ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็น กปน.นับคะแนนเสร็จ จะมีการตรวจทานอีกครั้งว่า ผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรงมีสิทธิตรวจสอบ เมื่อมีบัตรเข้าไปในหีบ ปิดหีบเรียบร้อยแล้ว อำนาจของ กปน.หรือ กกต.เขต หมดไปแล้ว ถ้าจะมีเหตุให้มีการเปิดหีบเช็คอีกรอบ หรือนับคะแนนทำอย่างไรถึงเปิดได้ ก็เหตุแห่งการร้อง การสอบ

“ข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนคือ 1.มีคนร้อง 2.กกต.เห็นเอง ว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ตรงนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง กกต.มีมติตอนเช้า ให้รองเลขาธิการ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 2 วัน จะทราบผลภายใน 2 วันว่าผลจะเป็นอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐานที่มี ไม่สนว่าเป็นของกลุ่มการเมืองใด จะทำตามพยานหลักฐาน”

ECT-issues-a-statement-regarding-controversial-irregularities-in-the-election-vote-counting-process-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์