ชิงเก้าอี้ ‘อบจ.’ 1 ก.พ.68 ‘กกต.’ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้แปลกประหลาด!

13 ธ.ค. 2567 - 16:06

  • ลุยชิงเก้าอี้ ‘อบจ.’ 1 ก.พ.68 เลือกสมาชิก 76 จังหวัด-นายก อบจ. 47 จังหวัด

  • ‘กกต.’ รับเลือกตั้งครั้งนี้ประหลาด เป็นเหตุผลทาง กฎหมายมากกว่าการเมือง

  • หวังคนออกไปใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

  • ชี้การออกไปใช้สิทธิของประชาชน คือความชอบธรรมของผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง

ect_organizes_Provincial_Administrative_Organization_elections_SPACEBAR_Hero_d766fc61a7.jpg

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง (​กกต.) กล่าวในกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้สื่อมวลชนเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ว่า หลังจากการเลือกตั้ง อบจ. จะมีการเลือกตั้งเทศบาล 5 พันกว่าแห่ง

พร้อมยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความแปลกประหลาด เนื่องจากเป็นเหตุผลทางกฎหมายมากกว่าเหตุผลทางการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้ให้พรรคการเมืองระดับชาติส่งผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งได้ จากกรณีนายก อบจ. 29 จังหวัด​ลาออก หมายความว่า ในจังหวัดดังกล่าวมีการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ประกาศผลไปแล้ว 20 จังหวัด และเตรียมที่จะประกาศผลอีก 5 จังหวัด และจะมีอีก 4 จังหวัดที่เตรียมเลือกตั้งใน 2 สัปดาห์นี้

การเลือกตั้ง 2 ครั้ง ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพราะเป็นการเลือกทั้งจังหวัด 2 ครั้ง บางครั้งกระทบกับการบริหารของ อบจ. โดยเฉพาะ 4 จังหวัดที่กำลังจะเลือกตั้ง จะกระทบต่อการบริหาร เนื่องจากการเลือก นายก อบจ.เสร็จสิ้น สภา อบจ.ครบวาระไปแล้ว และนายก อบจ.ไม่สามารถที่จะมีการแถลงนโยบายเข้าทำหน้าที่ได้ มีแน่นอน 4 จังหวัด คือ อุบลราชธานี อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และ ตาก และจะเหลือให้เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน 76 จังหวัด และการเลือกตั้ง นายก อบจ.47 จังหวัด และในช่วงนี้ที่มีการลาออกของนายก อบจ.และสมาชิกสภา อบจ. ก็จะไปเลือกตั้งพร้อมกันในวันที่ 1 ก.พ. 2568 โดยได้ออกแบบบัตรเลือกตั้งครั้งนี้มีทั้งหมด 8 สี, ภูมิภาค 2 สี อยู่ระหว่างการจัดพิมพ์เพื่อป้องกันการทุจริต

แสวง บุญมี เลขาธิการ ​กกต.

ทั้งนี้ กกต.คาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะออกไปใช้สิทธิ์น้อย แต่เชื่อว่าจะมากกว่าร้อยละ 50 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 65-70 จึงหวังที่จะได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ในความตั้งใจของ กกต.คือการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมา 29 จังหวัดก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีน้อยมาก ต้องจับตาในวันที่ 1 ก.พ.สถานการณ์จะเป็นอย่างไร

การออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชนเป็นความชอบธรรมที่จะได้เสียงข้างมากจากประชาชนในพื้นที่เข้าไปบริหาร การเลือกตั้งคือความมั่นคงของชาติอย่างหนึ่ง หากการเลือกตั้งล้มเหลว เชื่อว่าคนที่ได้รับการเลือกตั้งก็จะไม่ได้รับความชอบธรรมเข้าไปในบริหารบ้านเมือง หรือเป็นตัวแทนของประชาชน

แสวง บุญมี เลขาธิการ ​กกต.

มองปมยิง ‘สจ.โต้ง’ เป็นเรื่องส่วนตัว ไร้กระทบเลือกตั้ง อบจ. แต่ไม่ประมาท

ส่วนเหตุยิง ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ ‘อดีต สจ.โต้ง’ ที่ จ.ปราจีนบุรีนั้น 

เลขาธิการ กกต. มองว่าเป็นเรื่องของการเมืองในพื้นที่ เป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งสำนักงาน กกต.ไม่กังวลในเรื่องนี้ ความผิดที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกฎหมายอื่น แต่เมื่อไหร่เข้ามาสู่ระบบการเมือง เราก็ต้องดูตามกฎหมายเลือกตั้งที่เราได้ดูแลอยู่

ส่วนความขัดแย้งอย่างอื่นที่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งเราก็ดูแลอยู่ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และคิดว่าไม่น่าจะกระทบอะไร

สำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ แสวง มองว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเหตุที่เกิดน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ ผอ.กกต.จังหวัดก็ได้มีการรายงานมาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในข่าวระบุว่าเกี่ยวกับการที่จะเลือกนายก อบจ. ซึ่งจะติดตามดูว่ามีผลอะไร

แต่ข้อมูลวันนี้ ยังคิดว่าไม่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการเลือกตั้ง และการควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม แต่เรื่องการออกไปใช้สิทธิของประชาชนเป็นโจทย์ของสำนักงานฯ เพราะเราต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้สิทธิในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ให้มากที่สุด รวมถึงจังหวัดอื่นๆ

เรามีหน้าที่ในการบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนเรื่องความรุนแรงอะไร เรามีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเขาดูแลอยู่แล้ว คิดว่าทางผู้รับผิดชอบคงดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว

แสวง บุญมี เลขาธิการ ​กกต.

นอกจากนี้ ยังมีนายก และสมาชิก อบจ.ทยอยลาออก ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นผลมาจากกฎหมาย ที่กำหนดห้ามไม่ให้นายกเป็นสมาชิก อบจ.ไปทำการใดๆ ที่จะเป็นการเอื้อให้ได้รับเลือกตั้ง ซึ่งเขาก็เกรงว่าอาจจะไปทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง ทั้งที่บางเรื่องเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ก็เกรงว่าอาจจะมีคนนำมาร้อง จึงตัดปัญหาด้วยการลาออก

ซึ่งแม้กฎหมายจะกำหนดให้ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน กรณีตำแหน่งว่างลง แต่เมื่อเป็นการลาออกในช่วงเวลาที่ใกล้จากครบวาระของสภา อบจ.นั้น กกต.ก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันเดียวกับที่สภา อบจ.ครบวาระ คือเลือกตั้งในวันที่ 1 ก.พ.2568 เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่ต้องออกมาเลือกตั้งหลายรอบ

เมื่อถามว่า สภาผู้แทนราษฎรมีความพยายามเสนอแค่กฎหมาย ให้มีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อให้มีผู้ใช้สิทธิมากเท่ากับการเลือกตั้งระดับชาติ

แสวง กล่าวว่า เรื่องการให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กกต.จะต้องทำงานหนัก ร่วมกับเครือข่าย และผู้สมัครเอง ก็ต้องช่วยกันในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเราไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ ถ้ามีการใช้สิทธิน้อย แสดงว่ากกต.ทำงานไม่เข้าเป้าหรือบกพร่อง

ส่วนที่จะให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ยังเป็นแนวคิด ซึ่งปรัชญาในการเลือกตั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นแตกต่างกัน จึงมีการออกแบบกฎหมายให้การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า เหมือนกับการเลือกตั้ง สส.

ชี้ ‘20 สส.ก๊วนธรรมนัส’ ซบพรรคใหม่ได้ทันที แม้พรรคเก่ายังไม่ลบข้อมูลออก

สำหรับกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ มีมติขับ สส.ในกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา วานนี้ (12 ธ.ค.) เลขาธิการ กกต. บอกว่ายังไม่ได้รับรายงาน แต่เชื่อว่าดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะการขับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกก็ถือเป็นเรื่องสำคัญของพรรค ซึ่งจากที่ติดตามข่าว ก็ทราบว่ามีการประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารพรรค และ สส.ตามมาตรา 27 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง

ทั้งนี้ ที่ต้องสังเกต คือ องค์ประกอบในการประชุมครบหรือไม่ ซึ่งจะมีมติต้องมีสมาชิกครบ 3 ใน 4 ของผู้มาประชุมในวันนั้นหรือไม่ หากครบถ้วน ก็มีผลตั้งแต่วันประชุมวานนี้ ซึ่งสมาชิกที่ถูกขับออก ก็สามารถเข้าสังกัดพรรคใหม่ได้ทันที ภายใน 30 วัน

สถานะไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานข้อมูลของพรรค บางครั้งพรรคการเมืองเก่ายังไม่ลบข้อมูล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก จึงทำให้ข้อมูลที่จะบันทึกในระบบของพรรคใหม่ไม่สามารถทำได้ เพราะข้อมูลจะซ้อนกัน แต่สามารถเขียนใบสมัครของพรรคใหม่ได้ และมีผลตามกฎหมายที่แนบท้ายเอกสารของใบสมัคร จากนั้น พรรคการเมืองก็จะรายงานเข้ามาที่ กกต.ก่อนที่สำนักงานฯ จะส่งเรื่องต่อไปไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการจัดทำป้ายและบันทึกข้อมูลต่อไป

แสวง บุญมี เลขาธิการ ​กกต.

คำร้อง ‘ยุบพรรค’ อยู่ระหว่างรวมหลักฐาน-เปิดโอกาสทุกฝ่ายชี้แจง

ขณะที่ความคืบหน้าในคำร้องยุบพรรคการเมือง ที่อยู่ในความรับผิดชอบ กกต.นั้น เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายคำร้อง และมีผู้ถูกร้องหลายพรรคการเมือง จึงอยู่ในระหว่างที่คณะกรรมการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และต้องให้โอกาสทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้ชี้แจง แสดงพยานหลักฐาน ซึ่งในชั้นการสอบสวน ไม่ทราบว่าเชิญใครมาให้ข้อมูลบ้าง แต่ก็ได้เร่งรัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามทิ้งท้ายว่า จะไม่มีแรงกดดันจากการเมืองใช่หรือไม่ เลขาธิการ กกต.ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ใครจะมากดดัน กกต.ได้”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์