กกต. แจงคืบคำร้องยุบ ปชน. พิสูจน์พยาน-หลักฐาน ปม ‘ข้อมูลสมาชิกพรรค’ หลุด

20 มี.ค. 2569 - 15:36

  • รองเลขาธิการ กกต. เผยความคืบหน้าคำร้องยุบ ‘พรรคประชาชน’ กรณีข้อมูลสมาชิกหลุด อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง ยังต้องพิสูจน์พยานหลักฐาน

  • ‘แสวง’ ย้ำผู้ร้องมักยื่นข้อหาหนักไว้ก่อน แต่การพิจารณายึดข้อเท็จจริง–กฎหมายเป็นหลัก ยืนยันยุบพรรค ต้องเป็นความผิดในระดับองค์กร ไม่ใช่รายบุคคล พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกพรรค

กกต. แจงคืบคำร้องยุบ ปชน.  พิสูจน์พยาน-หลักฐาน ปม ‘ข้อมูลสมาชิกพรรค’ หลุด

เกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้ร้องต่อ กกต. ขอให้ยุบพรรคประชาชน จากเหตุข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคเกิดการรั่วไหล ว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องรวมทั้งหมด 3 ราย และเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนของสำนักงาน กกต. ที่กำลังดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงพิจารณาต่อไป โดยคำร้องดังกล่าวมีการรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีสเปกเตอร์ซี หรือเลเซอร์ไอดี ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เมื่อถูกถามย้ำถึงกรณีสเปกเตอร์ซี หากตรวจสอบแล้วพบความผิดและมีความเชื่อมโยงกัน จะเข้าข่ายความผิดในลักษณะใด เกรียงไกร ชี้แจงว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้ โดยมีหลายฐานความผิด อาทิ การกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การใช้พรรคการเมืองแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การจูงใจให้สมัครสมาชิกพรรคด้วยการออกค่าใช้จ่ายให้ รวมถึงการรับบริจาคเงินที่มีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม คำร้องทั้งหมดถูกยื่นภายใต้มาตรา 92 และขณะนี้อยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริง ซึ่งมีหน้าที่แสวงหาข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวเสริมว่า โดยปกติเมื่อมีผู้ยื่นคำร้อง มักจะยื่นในข้อหาหนักไว้ก่อน และในกรณีที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ก็มักมีการร้องขอให้สั่งยุบพรรคไว้ล่วงหน้า ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว อาจไม่ได้เป็นไปตามที่ร้องเสมอไป เนื่องจากทุกอย่างต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

แสวง ระบุว่า ในช่วงที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคขนาดใหญ่ มักเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม และอาจทำให้เกิดกระแสหรือความรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาได้ แต่การพิจารณาของ กกต. จะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ไม่ได้ดำเนินการไปตามกระแสหรือความรู้สึกของสังคม

โดยกระบวนการพิจารณาจะเริ่มจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นจึงพิจารณาว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายหรือไม่ โดยย้ำว่าการยุบพรรคการเมืองจะต้องเป็นกรณีที่พรรคในฐานะองค์กรมีการกระทำความผิด ไม่ใช่เพียงการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งภายในพรรคเท่านั้น พร้อมยืนยันว่า กกต. จะให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมืองที่ถูกร้องเรียนอย่างเท่าเทียม และดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์