ใกล้แล้ว! ‘กกต.’ เตรียมความพร้อมรับสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์-แบ่งเขต

29 มี.ค. 2566 - 13:36

  • ‘กกต.’ เตรียมพร้อมรับสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์-แบ่งเขต

  • ย้ำพรรคการเมืองระวังตัว กรองประวัติผู้สมัครก่อนส่ง

  • บอก ‘ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า’ ระบบดี แต่ชี้แจงไม่ละเอียด เร่งแก้ไขรักษาสิทธิประชาชน

ECT_prepares_for_recruitment_Partylist_M_Ps_and_constituency_M_Ps_SPACEBAR_Thumbnail_e493135bf2.jpeg
แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองกลาง นัดไต่สวนกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. ในวันที่ 30 มีนาคม 2566 โดยระบุเพียงว่า เรื่องนี้อยู่ในชั้นศาล ยังพูดอะไรมากไม่ได้ แต่ยืนยันว่า ทำตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในการแบ่งเขต ทั้งนี้ กกต.ได้มอบหมายให้ผู้แทนไปชี้แจง อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร  
  
ส่วนการเตรียมความพร้อมในการรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนั้น ได้มีการซักซ้อมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง และสำนักงาน กกต. เพื่อเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่พรรคการเมืองและผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะมีความพร้อม  
  
สำหรับการรับสมัคร จะมีขึ้นที่อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เริ่มรับสมัครวันที่ 4-7 เมษายน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. โดยใครที่มาก่อนเวลา 08.00 น. จะได้สิทธิการจับสลาก แต่ถ้าหากมาหลังเวลาดังกล่าว ก็จะได้หมายเลขเรียงลำดับถัดไป  
  
ส่วนการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 3 เมษายน ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 กรุงเทพฯ เริ่มรับสมัครวันที่ 3-7 เมษายน เวลา 08.30-16.30 น. ซึ่งจะมีผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งแต่ละเขต เป็นผู้รับสมัคร โดยจะเป็นคนละส่วนความรับผิดชอบกับสำนักงาน กกต. สำหรับจังหวัดอื่นๆ ขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการ กกต.แต่ละจังหวัด จะเป็นผู้กำหนด  
  
สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 จะใช้รูปแบบบัตรลงคะแนน 2 ใบ ประกอบด้วยบัตรลงคะแนนผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และบัตรลงคะแนนผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งจะไม่ใช่เบอร์เดียวกัน แต่ก็มีความเป็นได้ที่จะได้เบอร์เดียวกันทั้ง 2 ใบ ในกรณีที่จับสลากได้หมายเลขเดียวกัน 
  
ขณะที่การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ยอมรับว่า ชี้แจงประชาชนไม่ละเอียด แม้จะเตรียมระบบไว้ดี ทำให้ช่วงแรกเกิดความสับสนอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ น่าจะแก้ไขแล้ว ทั้งในส่วนสำนักงาน กกต. และสื่อมวลชนที่ชี้แจงต่อประชาชน ซึ่งก็น่าจะเป็นระบบ และเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยแล้ว ส่วนปัญหาการลงทะเบียนแล้วระบบผิดพลาดให้ใช้สิทธิในวันที่ 14 พฤษภาคมแล้วไม่สามารถยกเลิกได้นั้น ตอนนี้ สำนักงาน กกต. ทราบเรื่องแล้ว และจะนำไปแก้ไขเพื่อรักษาสิทธิของประชาชนโดยเร็ว  
  
นอกจากนี้ ได้รับทราบข้อมูลกรณีที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย ตั้งข้อสังเกตว่า คนไทยในบางประเทศลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแล้ว แต่มีการกำหนดวันเลือกตั้ง ในวันที่ไม่ใช่วันหยุดแล้ว 
  
“สำนักงานก็ต้องพูดคุยว่าเป็นอย่างไร บางทีเป็นความเห็นไม่ใช่ข้อเท็จจริง อาจจะต้องดูเงื่อนไขตามกฎหมายด้วย แต่ก็เป็นหนึ่งเสียงที่เราต้องรับฟังเหมือนกัน” เลขาธิการ กกต. ระบุ 
  
ทั้งนี้ เลขาธิการ กกต. ยังย้ำถึงการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรฐาน โดยได้รับความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ประมาณ 26 หน่วยงาน ซึ่งมีการซักซ้อมกันแล้ว แต่ยอมรับว่า คุณสมบัติบางเรื่องนั้นไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล  
  
“กฎหมายถึงต้องเขียนว่า รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์มาใช้สมัคร ซึ่งบางเรื่องเราไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะอยู่นอกเหนือฐานข้อมูลราชการ” เลขาธิการ กกต. ระบุ  
  
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในการสมัครรับเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ พรรคการเมืองมีความระวัง โดยวิธีปฏิบัติ พรรคการเมือง หรือผู้สมัคร จะมีการประสานกับผู้อำนายการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อดูหลักฐานก่อนส่วนหนึ่ง ขณะที่หัวหน้าพรรคเอง ก็มีการส่งข้อมูลให้ กกต.ตรวจสอบก่อน ในระดับหนึ่ง เพียงแต่บางอย่าง ผู้สมัครอาจหลง หรือมาพบทีหลัง อย่างไรก็ตาม ส่วนมากจะไม่เกิดเรื่องอย่างนี้ แต่เรื่องที่ไปที่ศาลฎีกา มากที่สุดคือเรื่องความเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง ซึ่งช่วงนี้ ต้องเป็นสมาชิกพรรค 30 วัน ก่อนถึงวันเลือกตั้ง สำหรับที่มีการย้ายพรรค ซึ่งเราก็มีระบบฐานข้อมูลดูอยู่แล้ว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์