ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการเลือกตั้ง สส. พร้อมกับการออกเสียงประชามติ กกต.ได้ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2568
โดยระเบียบ กกต.ดังกล่าวออกรองรับพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดวันให้มีการออกเสียงประชามติ ทั้งนี้ หากเห็นสมควรว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจกำหนดให้วันออกเสียงประชามติและวันเลือกตั้งเป็นการทั่วไปเป็นวันเดียวกัน กกต.จึงได้ออกระเบียบรองรับ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการประกาศเผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา
สำหรับการออกเสียงประชามติจะไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้าแต่สามารถออกเสียงประชามตินอกเขตเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ออกเสียงประชามติ ส่วนประชาชนที่มีภูมิลำเนาที่จังหวัดสงขลา สามารถลงทะเบียนขอออกเสียงประชามตินอกเขตได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปออกเสียงในเขตที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ไม่ต้องกลับไปเลือกที่ภูมิลำเนา ส่วนรายละเอียดการลงทะเบียน กกต.จะประกาศให้รับทราบต่อไป หากระเบียบ กกต.ฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว
แหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยว่า หากนายกรัฐมนตรีประกาศให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้ง สส. ผู้มีสิทธิออกเสียงจะต้องออกไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่สำหรับผู้มีสิทธิที่ไม่สะดวกกลับไปใช้สิทธิตามภูมิลำเนาที่มีสิทธิตามทะเบียนบ้าน ทาง กกต.ได้เตรียมอำนวยความสะดวก โดยจะเปิดให้ลงทะเบียน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตได้ ณ หน่วยออกเสียงกลางที่สะดวกได้ ซึ่งขณะนี้ได้ยกร่างระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อออกมารองรับแล้ว อยู่ระหว่างรอประกาศราชกิจจานุเบกษา
ดังนั้น คาดว่าระยะเวลาเปิดระบบให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขต อาจจะใกล้เคียงหรือคาบเกี่ยวกับการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตและนอกราชอาณาจักรของการเลือกตั้ง สส. ทั้งนี้ ขอย้ำว่า “การออกเสียงประชามตินอกเขต จะต้องไปใช้สิทธิออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ณ หน่วยออกเสียงกลางที่ได้ลงทะเบียนไว้เท่านั้น”
สมมตินาย ก. ปัจจุบันอาศัยอยู่ กทม. แต่มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง สส. และวันออกเสียงประชามติ ไม่สะดวกเดินทางกลับไปใช้สิทธิที่ จ.เชียงใหม่ แต่มีความประสงค์จะใช้สิทธิทั้งเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ก็สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตได้ แต่ต้องลงทะเบียนแยกครั้งกัน ไม่สามารถลงทะเบียนรวมกันได้ โดยการเลือกตั้งล่วงหน้า สส. ต้องมาใช้สิทธิวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่วนออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องไปใช้สิทธิวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ส่วนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ก็จะมีเปิดให้ลงทะเบียนเช่นกัน ซึ่งการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร กระบวนการนับคะแนนจะดำเนินการที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ที่ต่างประเทศ จะไม่มีการส่งบัตรกลับมานับคะแนนที่ประเทศไทย แตกต่างจากการเลือกตั้ง สส.
สำหรับในส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านได้ และมีความประสงค์จะขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00–17.00 น. จะสามารถยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การยื่นคำขอใช้สิทธิล่วงหน้าได้เฉพาะการเลือกตั้ง สส. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์เท่านั้น ไม่ได้รวมการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออกเสียงประชามติฯ กำหนดไว้ว่าการออกเสียงประชามติให้กระทำได้ในวันเดียวกันทั่วประเทศ หมายความว่าไม่มีกระบวนการออกเสียงประชามติล่วงหน้า




