สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับการแจ้งรายละเอียดนโยบายหาเสียง ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ครบ 70 พรรคการเมืองแล้ว และ กกต. ได้นำข้อมูลนโยบายของทุกพรรค เรียงตามหมายเลขบัญชีรายชื่อของพรรค ลงในเว็บไซต์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้ตรวจสอบแล้ว
สำหรับพรรคเพื่อไทย ได้ส่งเอกสาร 60 หน้า เพื่อชี้แจงการใช้งบประมาณรวม 70 นโยบาย โดยนโยบายที่ถูกตั้งข้อสังเกตถึงวงเงินมากที่สุดคือนโยบาย ‘กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล’ (แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป) ซึ่งระบุวงเงินที่จะใช้ 5.6 แสนล้านบาท โดยที่มาของเงินที่ใช้ดำเนินการ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า จากการบริหารระบบงบประมาณและระบบภาษี 1. ประมาณการรายได้รัฐที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 จำนวน 2.6 แสนล้านบาท 2. ภาษีที่ได้มาจากผลคูณต่อเศรษฐกิจจากนโยบาย 1 แสนล้านบาท 3. การบริหารจัดการงบประมาณ 1.1 แสนล้านบาท 4. การบริหารงบประมาณด้านสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน 9 หมื่นล้านบาท โดยสามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ด้านการคลังของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอื่นๆ อาทิ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ที่มีการระบุว่าไม่ใช้วงเงินงบประมาณแต่สร้างเศรษฐกิจให้เติบโตสูงในระดับที่เพียงพอทำให้นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้นได้, นโยบาย One Table per Child with free internet วงเงินที่ต้องใช้ 2.9 หมื่นล้านบาท, นโยบายเงินสมทบคนสร้างตัว วงเงินที่ต้องใช้ 9 หมื่นล้าน, นโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุ 3 แสนล้านบาท, รถไฟฟ้า กทม. 20 บาทตลอดสาย 4 หมื่นล้านบาท และ 8 พันล้านต่อปี, นโยบายบริหารจัดการน้ำ ไม่ท่วม ไม่แล้ง เบื้องต้น 5 แสนล้านบาท, เงินเดือนคนจบปริญญาตรี 2.5 หมื่นบาท ใช้เงิน 4 หมื่นล้าน, สนับสนุนส่งเสริมเอสเอ็มอี 3 หมื่นล้าน, นโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค เพิ่ม 2 หมื่นล้านบาท, ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3 พันล้านบาท รวมแล้ว 70 นโยบายเป็นเงินที่จะใช้ 3 ล้านล้านบาท
สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งเอกสารชี้แจงทั้งสิ้น 41 หน้า มี 11 นโยบาย โดยมีโครงการที่น่าสนใจ อาทิ บัตรสวัสดิการพลัส วงเงิน 7.1 หมื่นล้าน, คนละครึ่งภาค 2 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท, เที่ยวด้วยกันเมืองรองภาค 2 วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 4 หมื่นล้านบาท, ช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ปีละ 4 พันล้าน, กองทุนพ่อเลี้ยงเดี่ยวแม่เลี้ยงเดี่ยว ปีละ 1 พันล้านบาท รวมทุกนโยบายประมาณ 2.5 แสนล้านบาท
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ส่งเอกสารชี้แจง 13 หน้า รวม 14 นโยบาย มีนโยบายที่น่าสนใจ อาทิ บัตรประชารัฐ 700 และฟรีประกันชีวิตประชารัฐ วงเงิน 1.28 แสนล้าน, แม่-บุตร-ธิดาประชารัฐ 1.74 แสนล้านบาท, เบี้ยผู้สูงอายุ 4.95 แสนล้านบาท, สุขภาพครบวงจร 5 พันล้านบาท, การบริหารจัดการน้ำ 1 หมื่นล้านบาท, บริหารที่ดิน 3 พันล้านบาท, กองทุนประชารัฐ วงเงินปีละ 1 แสนล้านบาท, ก๊าซประชาชน 2.4 หมื่นล้านบาท, เรียนฟรีถึงปริญญาตรี 5.2 หมื่นล้านบาท ใช้งบประมาณร่วมกว่า 1 ล้านล้านบาท
ดูเพิ่มเติม: https://www.ect.go.th/ect_th/news_page.php?nid=20499
สำหรับพรรคเพื่อไทย ได้ส่งเอกสาร 60 หน้า เพื่อชี้แจงการใช้งบประมาณรวม 70 นโยบาย โดยนโยบายที่ถูกตั้งข้อสังเกตถึงวงเงินมากที่สุดคือนโยบาย ‘กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล’ (แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป) ซึ่งระบุวงเงินที่จะใช้ 5.6 แสนล้านบาท โดยที่มาของเงินที่ใช้ดำเนินการ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า จากการบริหารระบบงบประมาณและระบบภาษี 1. ประมาณการรายได้รัฐที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 จำนวน 2.6 แสนล้านบาท 2. ภาษีที่ได้มาจากผลคูณต่อเศรษฐกิจจากนโยบาย 1 แสนล้านบาท 3. การบริหารจัดการงบประมาณ 1.1 แสนล้านบาท 4. การบริหารงบประมาณด้านสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน 9 หมื่นล้านบาท โดยสามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ด้านการคลังของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอื่นๆ อาทิ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ที่มีการระบุว่าไม่ใช้วงเงินงบประมาณแต่สร้างเศรษฐกิจให้เติบโตสูงในระดับที่เพียงพอทำให้นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้นได้, นโยบาย One Table per Child with free internet วงเงินที่ต้องใช้ 2.9 หมื่นล้านบาท, นโยบายเงินสมทบคนสร้างตัว วงเงินที่ต้องใช้ 9 หมื่นล้าน, นโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุ 3 แสนล้านบาท, รถไฟฟ้า กทม. 20 บาทตลอดสาย 4 หมื่นล้านบาท และ 8 พันล้านต่อปี, นโยบายบริหารจัดการน้ำ ไม่ท่วม ไม่แล้ง เบื้องต้น 5 แสนล้านบาท, เงินเดือนคนจบปริญญาตรี 2.5 หมื่นบาท ใช้เงิน 4 หมื่นล้าน, สนับสนุนส่งเสริมเอสเอ็มอี 3 หมื่นล้าน, นโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค เพิ่ม 2 หมื่นล้านบาท, ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3 พันล้านบาท รวมแล้ว 70 นโยบายเป็นเงินที่จะใช้ 3 ล้านล้านบาท
สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งเอกสารชี้แจงทั้งสิ้น 41 หน้า มี 11 นโยบาย โดยมีโครงการที่น่าสนใจ อาทิ บัตรสวัสดิการพลัส วงเงิน 7.1 หมื่นล้าน, คนละครึ่งภาค 2 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท, เที่ยวด้วยกันเมืองรองภาค 2 วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 4 หมื่นล้านบาท, ช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ปีละ 4 พันล้าน, กองทุนพ่อเลี้ยงเดี่ยวแม่เลี้ยงเดี่ยว ปีละ 1 พันล้านบาท รวมทุกนโยบายประมาณ 2.5 แสนล้านบาท
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ส่งเอกสารชี้แจง 13 หน้า รวม 14 นโยบาย มีนโยบายที่น่าสนใจ อาทิ บัตรประชารัฐ 700 และฟรีประกันชีวิตประชารัฐ วงเงิน 1.28 แสนล้าน, แม่-บุตร-ธิดาประชารัฐ 1.74 แสนล้านบาท, เบี้ยผู้สูงอายุ 4.95 แสนล้านบาท, สุขภาพครบวงจร 5 พันล้านบาท, การบริหารจัดการน้ำ 1 หมื่นล้านบาท, บริหารที่ดิน 3 พันล้านบาท, กองทุนประชารัฐ วงเงินปีละ 1 แสนล้านบาท, ก๊าซประชาชน 2.4 หมื่นล้านบาท, เรียนฟรีถึงปริญญาตรี 5.2 หมื่นล้านบาท ใช้งบประมาณร่วมกว่า 1 ล้านล้านบาท
ดูเพิ่มเติม: https://www.ect.go.th/ect_th/news_page.php?nid=20499




