เก้าอี้สั่น? จับตา กกต.ประเมินผลงาน ‘แสวง บุญมี’

4 มิ.ย. 2569 - 20:05

  • จับตา ‘แสวง บุญมี’ ส่อหลุดเก้าอี้ ‘เลขาธิการ กกต.’

  • หลังผลประเมินปี 2568 ถูกระบุว่า “ไม่ผ่านเกณฑ์”

  • ขณะมีข้อถกเถียงเรื่อง “อำนาจอดีต กกต.” ในการร่วมประเมิน

เก้าอี้สั่น? จับตา กกต.ประเมินผลงาน ‘แสวง บุญมี’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีวาระการพิจารณาเรื่องการบริหารสำนักงาน กกต. ได้มีการประชุมลับ 7 คน ซึ่งคาดว่าจะเป็นการหารือกรณีมีกระแสข่าวว่า “แสวง บุญมี ส่อหลุดเก้าอี้เลขาธิการ กกต.” เนื่องจาก กกต.ชุด อิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. ประเมินผลการปฏิบัติงานในปี 2568 ให้ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 โดยสำนักงานฯ รอเพียงความเห็นของ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ กกต.ที่จะเป็นเสียงชี้ขาด ก่อนรวบรวมและนำเสนอเข้าที่ประชุมพิจารณาในช่วงกลางเดือน มิ.ย.นี้

มีรายงานว่าใน “ที่ประชุมลับ” ดังกล่าว ได้มีการพิจารณาเบื้องต้นว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมทั้งพิจารณาการทำงานของเลขาธิการ กกต.ในปัจจุบัน อีกทั้งในประเด็นข้อกฎหมายที่มีการโต้แย้ง ว่า กกต.ชุดเก่าที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วมีอำนาจในการประเมินหรือไม่ เพราะมาประเมินภายหลังพ้นจากตำแหน่งไปนานแล้ว โดยเพิ่งมาประเมินเมื่อต้นเดือน มิ.ย.2569 นี้ ซึ่งขัดกับสัญญาที่กำหนดว่าผู้ประเมินต้องเป็น กกต.เท่าที่มีอยู่ และการประเมินที่ผ่านมาก็ให้เฉพาะ กกต.เท่าที่มีอยู่เท่านั้นเป็นผู้ประเมิน

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีต กกต. และ ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี อดีต กกต. ที่พ้นจากตำแหน่ง ก็ไม่ได้ประเมิน แต่ กกต.ที่มาแทน คือ ชาย นครชัย ซึ่งมาเป็น กกต.ใหม่ ก็เป็นผู้ประเมิน แม้จะมาดำรงตำแหน่งภายหลังปีประเมินก็ตาม แต่ครั้งนี้กลับให้ กกต.ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วเป็นผู้ประเมิน ซึ่งไม่ได้เป็น กกต.แล้ว ขณะที่ กกต.ปัจจุบันไม่ได้ประเมิน จึงต่างจากการประเมินปี 2566 ซึ่งเป็นสัญญาฉบับเดียวกัน

นอกจากนี้ มีกกต.บางคนที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วยังไม่ได้ส่งผลการประเมิน รวมทั้งบางส่วนมีหนังสือสอบถามว่า อดีต กกต.มีอำนาจประเมินหรือไม่ ถ้ามีตามกฎหมายหรือสัญญาข้อใด และที่ผ่านมา มีอดีต กกต.เคยประเมินหรือไม่ ซึ่งประเด็นเหล่านี้สำนักงานฯ ต้องไปศึกษาและนำมาเสนอที่ประชุม กกต. พร้อมกับผลการประเมินของ กกต.ชุดเก่า ที่หาก กกต.ชุดปัจจุบันยอมรับผลการประเมินของ กกต.ชุดเก่า และจะมีมติตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการ กกต. พ.ศ. 2560 ข้อ 14 (5) ก็กำหนดว่า หาก กกต.มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง ก็ต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์