‘กกต.’ ชี้ปม ‘หมอสุภัทร’ ยังไม่ชัด! ถูกปลดออกจากราชการจริงหรือไม่

27 ม.ค. 2569 - 14:30

  • กกต.ระบุยังไม่ชัดปม ‘หมอสุภัทร’ ถูกปลดออกจากราชการจริงหรือไม่

  • หากขาดคุณสมบัติ ผอ.กกต.สงขลา ต้องยื่นศาลฎีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส.

  • ย้ำทุกกรณีต้องพิจารณาตามกฎหมายและเจตนาเป็นรายเรื่อง

‘กกต.’ ชี้ปม ‘หมอสุภัทร’ ยังไม่ชัด! ถูกปลดออกจากราชการจริงหรือไม่

ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุข มีมติ “ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ออกจากราชการ” จากข้อกล่าวหาจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในโครงการหมอชนบทบุกกรุง ปี 2564 ผิดระเบียบ ว่า “ผมทราบจากข่าวจากสื่อมวลชน แต่ทั้งนี้ก็เป็นหน้าที่ของ ผอ.กกต. จังหวัดสงขลา ถ้าเขาขาดคุณสมบัติจริง ผอ.กกต. สงขลา ก็จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อดำเนินการถอนชื่อการเป็นผู้สมัคร สส. ทั้งนี้ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเขาถูกปลดออกจากราชการจริงหรือไม่”

เมื่อถามย้ำถึงกรณีมติของบอร์ดกระทรวงสาธารณสุขมีความชัดเจนแล้วว่า “ให้ออกจากราชการ” ประธาน กกต. ระบุว่า “เราต้องยื่นคำร้องไปยังศาลฎีกา”

ส่วนกรณีคลิปวิดีโอจากเพจ “แม่แนน น้องสมาร์ท” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติไม่ถูกต้องนั้น ณรงค์ กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งถ้าเรื่องเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ เราเปิดกว้างอยู่แล้ว แต่ถ้าทำแล้วผิดกฎหมาย ก็จะมีการตักเตือน”

เมื่อถามย้ำว่าทางเพจยืนยันว่าไม่ผิด แต่ทาง กกต. ลบทิ้งแล้ว ณรงค์ กล่าวว่า “ต้องดูเป็นเรื่องๆ บางเรื่องกว่าจะเข้ามาถึงคณะกรรมการ กกต. ก็จบที่ชั้นสำนักงานแล้ว”

ส่วนกรณีผู้สมัคร สส. แจกสิ่งของในงานวันเด็กจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ณรงค์ กล่าวว่า “การแจกของต้องดูที่เจตนาว่าแจกของเพื่อจูงใจ หรือแจกของตามประเพณี ซึ่งเรื่องนี้มีแนวทางในการวินิจฉัยอยู่แล้ว โดยเรื่องนี้ก็อาจจะเข้าไปสู่ขั้นตอนการตรวจคำร้อง ถ้าไม่มีอะไรก็ยุติเรื่องไป”

สั่ง กกต.จังหวัดจับตา ‘ซื้อเสียง’ เตือนประชาชนอย่าหาทำ ‘คอนเทนต์’ สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย

ประธาน กกต. ยังเผยถึงภาพรวมการลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สส.และประชามติ ในพื้นที่ภาคตะวันออก ว่า “จากการลงพื้นที่เมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) ที่จังหวัดตราด และจังหวัดจันทบุรี ซึ่งไปดูการเตรียมความพร้อมหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้ยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนถือว่าเป็นปกติ สามารถจัดการเลือกตั้งได้พร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริงตามบริเวณแนวชายแดนก็มีแผนสำรองไว้แล้ว เพราะได้มีการออกข้อกำหนดและแผนไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงจะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างไร”

เมื่อถามว่าพื้นที่ไหนจะต้องมีการจับตาเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก? ประธาน กกต. กล่าวว่า “กกต.ดูทุกพื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง ก็ได้มีการมอบนโยบายให้มีการจับตาเป็นพิเศษ โดยใช้เครือข่ายผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อหาข่าวในจุดต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูง เพื่อให้การเลือกตั้งออกมาโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งได้มีการดำเนินการทุกวิถีทางแล้วเพื่อให้การเลือกตั้งออกมาดีที่สุด ส่วนพื้นที่ใดต้องมีการจับตาเป็นพิเศษนั้น เห็นว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน”

ส่วนในแต่ละจังหวัดมีพื้นที่สีแดงหรือไม่นั้น ประธาน กกต. กล่าวว่า “ยังไม่ถึงขั้นเป็นพื้นที่สีแดง แต่เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงแค่นั้นเอง โดยพบในหลายจังหวัด นอกจากภาคตะวันออก”

เมื่อถามถึงข้อร้องเรียนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือเตรียมซื้อสิทธิ์ขายเสียง ประธาน กกต. กล่าวว่า “ก็มีรายงานเข้ามา แต่ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน พบว่ามีเรื่องผิดกฎหมายต่างๆ เช่น ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีพบว่ามีการจัดทำคลิปวิดีโอเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการนำธนบัตรแนบกับบัตรหาเสียง โดย กกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบพบว่าเป็นประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงเรียกเจ้าของคลิปมาสอบสวน เมื่อรู้ว่า กกต. เอาจริง เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นการถ่ายคลิปเล่นๆ บนโซเชียล ทำนองสร้างคอนเทนต์ขึ้นมา ซึ่ง กกต. ก็ได้เข้าไปเตือน เพราะถือว่าประชาชนอาจจะไม่รู้กฎหมาย”

เจ้าตัวก็คงกลัว ถือว่าเป็นการกระทำผิด ไม่ให้มีใครทำแบบนี้อีก หรือในส่วนที่แจ้งว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนมาก กกต. ก็ได้มีการให้แนวทางสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ว่าขอให้เรียกมาให้ข้อมูลกับ กกต. ว่าเอาข่าวมาจากไหน กกต. ก็จะดำเนินการ แต่ส่วนมากเรียกมาแล้วเขาก็จะบอกว่า ฟังมาอีกทีหนึ่ง มันก็ไม่มีข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น

ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ส่วนกรณีการจัดทำคลิปร้องเรียนจับหัวคะแนนผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยที่เกิดขึ้นที่ จ.พิจิตร แต่เมื่อสอบพบว่าเป็นการสถานการณ์กลั่นแกล้งกล่าวหาเท็จนั้น

ณรงค์ กล่าวว่า “ความจริงมีบทเรียนอยู่แล้วในเรื่องการกลั่นแกล้งต่างๆ ถือว่าผิดกฎหมาย กกต. ได้พยายามเตือนและประชาสัมพันธ์ว่าอย่าทำ หรือให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวได้รับความเสียหาย และคนที่ถูกกลั่นแกล้งก็เสียหาย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์