'สมชัย' บอก ยินดีด้วย หลังศาลยกฟ้อง 'กกต.' ปมแจกใบส้มเชียงใหม่ ไม่ต้องจ่าย 70 ลบ.

10 มี.ค. 2569 - 15:42

  • 'สมชัย' บอก ยินดีด้วย หลังศาลยกฟ้อง 'กกต.' ปมแจกใบส้มเชียงใหม่ ไม่ต้องจ่าย 70 ลบ.

'สมชัย' บอก ยินดีด้วย หลังศาลยกฟ้อง 'กกต.' ปมแจกใบส้มเชียงใหม่ ไม่ต้องจ่าย 70 ลบ.

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการที่ศาลฎีกาพิพากษา ยกฟ้อง กกต. คดีแจกใบส้ม สุรพล เกียรติไชยากร อดีต สส.เชียงใหม่ และไม่ต้องจ่าย 70 ล้านบาท ว่า ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เพราะมองว่า กกต.ได้ทำตามหน้าที่ไม่ได้มีเจตนาในการกลั่นแกล้ง และเป็นไปตามกฎหมาย   

นี่เป็นบทเรียนของ กกต.จากนี้ไป ในการพิจารณา หรือตัดสินคดีความต่างๆ จำเป็นจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และไม่ทำให้ปัญหาเกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเป็นคดีที่มีการร้องเรียนกัน และฟ้องการยืดเยื้อยาวนานกว่า 8 ปี ทำให้ทั้งสองฝ่ายเสีย ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ 

ขณะเดียวกัน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ กกต.มั่นใจได้มากขึ้นว่า หาก กกต.นั้น ทำงานบนพื้นฐานของความยุติธรรม ตรงไปตรงมา ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องหวั่นเกรงใดๆ หลังจากกรณีออกใบส้ม กกต.ก็ไม่ได้มีการออกใบอื่นๆ มาลงโทษอีก การกล้าที่จะตัดสินใจพิจารณา ให้ใบเหลือง ใบแดง หรือใบส้ม กับผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้ง ถ้าทำโดยสุจริตรอบคอบและอิงกฎหมาย ก็จะมีมาตรฐานของศาลที่ให้คำตัดสินไว้แล้ว  

"ยินดีกับ กกต.ชุดที่แล้ว ที่คำตัดสินของศาลออกมาเป็นเช่นนี้ และยินดีกับสำนักงาน กกต.ที่ไม่ต้องเสียเงินหลวงประมาณ 70 ล้านบาท ขอให้กำลังใจ และเห็นใจ สุรพล ที่ถูกกกต.ให้ใบส้ม อาจจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และยังไม่ได้ผลตามที่ตัวเองต้องการนัก ส่วนจะต่อสู้อย่างไรนั้น ก็เป็นเรื่องของสุรพล" สมชัยกล่าว 

สมชัย ยังเปิดเผยถึงกรณีที่ถูก กกต.ชุดปัจจุบันดำเนินคดี ว่า จากที่มีการปรากฏเป็นข่าว ว่า กกต.แจ้ง ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงนั้น แต่เรื่องเหล่านี้ ยังไม่เคยออกจากปาก กกต.ว่าได้ดำเนินคดีกับตนเอง ดังนั้น ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ตนเองและบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าว จะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อขอทราบรายละเอียดของการกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้กล่าวหา ด้วยข้อกล่าวหาอะไร หวังว่า ทางกองปราบจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จะเป็นการเสื่อมเสีย ทั้งในแง่ของชื่อเสียงและจะให้สังคมเข้าใจตนเอง และคณะบุคคลอื่นๆ ในทางที่ผิด 

สมชัย ยังกล่าวถึงการจำลองการเลือกตั้งที่จัดขึ้น โดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ว่า ตนเองไม่ทราบว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว ดูเหมือนเรื่องจะเงียบไปจึงมองว่าควรจัดจำลองขึ้นอีกรอบดีหรือไม่ หรือ กกต.ยังข้องใจว่า บัตรเลือกตั้งของตนเอง ไม่สามารถที่จะรั่วไหลได้ ก็สามารถจัดการเลือกตั้งจำลองขึ้นอีก 1 รอบ ต่อหน้า กกต. เอาตรงกลางลานอาคาร B ศูนย์ราชการก็ได้  

"เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้ทาง กกต.ทราบว่าในการเลือกตั้งคราวหน้า หรือการเลือกตั้ง กทม.ที่กำลังจะถึง ไม่ควรมีบาร์โค้ด ที่บัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าบาร์โค้ดดังกล่าว จะเชื่อมไปยังบัตรเลือกตั้งใบต่อใบ หรือจะเชื่อมไปยังเล่ม หรือเชื่อมไปยังล็อตผลิตต่างๆ ก็ตาม เพราะทำให้เกิดความหวาดระแวง ไม่วางไว้วางใจจากประชาชนต่อบัตรเลือกตั้งแล้ว ไม่มีอะไรดีที่สุด ไปหาทางอื่นในการตรวจนับจำนวน หรือแหล่งที่มา หรือป้องกันการปลอมแปลง อีก 108 วิธีที่ทำได้ การใช้บาร์โค้ด เป็นวิธีการที่มีปัญหา แต่ถ้าท่านดื้อดึงดื้อรั้น ยังอยากจะมีบาร์โค้ดอีก ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ที่จะตัดสินใจ แต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา จากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมด้วย" สมชัยกล่าว 

สมชัย ยังกล่าวถึงความคืบหน้ากรณี การจัดตั้งกองทุนช่วยประชาชนสู้คดี และฟ้องกลับ กกต. ที่ใช้ชื่อเล่นว่า กองทุน สู้ กกต. ว่า กำลังรวบรวมรายชื่อของประชาชนทั้งหมด ที่ได้รับผลกระทบ ว่ามีใครบ้างที่ยื่นมือเข้าไปช่วย และดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะกรณีที่ประชาชนถูกแจ้งความดำเนินคดีนั้น อาจต้องขึ้นศาลต้องใช้เวลาหลายปี อาจขาดรายได้ในการประกอบอาชีพ ต้องมีการจ้างทนายความ หรือเงินประกันตัวต่างๆ คาดว่าสัปดาห์หน้า สามารถจะแจ้งรายละเอียดให้กับประชาชนทั่วไปทราบได้ 

สมชัย ยืนยันว่า ตนเองจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนนี้ ยกเว้นช่วยระดมทุน แต่เป็นหน้าที่ของกรรมการ 5 คน ที่จะออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในทางกฎหมาย เราตั้งเป้าการทำงานนี้ ยาวๆ ถึง 10 ปี ปกป้องระบอบประชาธิปไตย ที่อาจจะถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกกระทำโดยมิชอบ หรือไม่เป็นธรรม และหากพบเห็นการกระทำของกกต.ที่มองว่า เป็นความผิด กองทุนนี้ ก็จะเป็นกองทุน ในการฟ้องกลับ กกต.ด้วย  

โดยตนเอง ก็อาจจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่จะขอความช่วยเหลือจากกองทุนก็ได้ แต่การช่วยเหลือของกองทุน จะต้องเป็นคดีอาญาเท่านั้น ถ้าจะฟ้องแพ่งต่อ กกต.ต้องฟ้องเอง จะมาเอาเงินจากกองทุนไม่ได้ ยืนยันว่า ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง และไม่ได้หวังให้พรรคการเมืองเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชน ที่รวมตัวกันช่วยเหลือกันเอง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์