‘แสวง’ ชี้ ต้องดูพฤติการณ์ กรณีมวลชนป่วน ‘ธนาธร’

14 ม.ค. 2569 - 13:09

  • ‘แสวง’ ชี้ ต้องดูพฤติการณ์ กรณีมวลชนป่วน ‘ธนาธร’ หากใส่ร้าย คุกคาม-ข่มขู่ให้ลงคะแนน เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังก็ตาม

  • แต่หากเป็นการหมิ่นประมาท จะผิดกฎหมายบ้านเมือง

‘แสวง’ ชี้ ต้องดูพฤติการณ์ กรณีมวลชนป่วน ‘ธนาธร’

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงผลการประชุมคณะทำงานติดตามการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิคส์ (E-War Room)ที่การตรวจสอบคลิปภาพและเสียงเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งว่าจากการตรวจสอบพบมี 5 คลิป และ 34 ข้อความโพสต์ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือใช้ข้อความก้าวร้าว รุนแรง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงานฯ  หากมีการเสนอเข้ามา แล้ว กกต. เห็นชอบตามนั้น ก็จะดำเนินการต่อไป ซึ่งปกติแล้วการทำคลิปหรือการเขียนข้อความปกติแล้วผู้สมัครจะไม่ใช่คนทำ เพราะเป็นหลักฐานอย่างดีในการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนมากผู้ทำจะเป็นประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง เพื่อให้บรรยากาศการแข่งขันมีความเป็นประชาธิปไตย อย่าสร้างความสับสน เกลียดชัง ใส่ร้ายก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง

ส่วนกรณีที่มีการสกรีนเสื้อเป็นข้อความเลือกพรรคเลือกพรรคไหนหรือเลือกพรรคไหนนั้น แสวง กล่าวว่า อาจจะเป็น 1 ใน 34 ข้อความที่กำลังตรวจสอบอยู่

ส่วนกรณี วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการตรวจสอบกรณีปรากฏภาพกลุ่มบุคคลแสดงอาการข่มขู่คุกคาม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ที่เข้าร่วมดีเบตที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่นั้น แสวง บอกว่า ส่วนตัวยังไม่ได้รับคำร้อง แต่ได้รับแจ้งจาก กกต. จ.ชลบุรีว่าได้รับคำร้องแล้ว ซึ่งต้องแยก 2 อย่าง คือ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง และผิดกฎหมายบ้านเมืองด้วยหรือไม่  โดยหากเป็นการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองจะเป็นลักษณะการหมิ่นประมาท ก็จะต้องส่งให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป แต่หากเป็นกฎหมายเลือกตั้ง จะเป็นลักษณะการใส่ร้าย คุกคามหรือข่มขู่ให้ลงคะแนน/ออกเสียง ให้ผู้สมัครใดหรือพรรคการเมืองใด ซึ่งต้องดูลักษณะพฤติการณ์ แต่ทั้งนี้คงจะไม่ปล่อยผ่าน เพราะ กกต. ต้องทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งดีไปจนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งนับวันหลังจากนี้คงจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องรักษาระดับเอาไว้ให้ได้

เมื่อถามว่า หากพบว่าผู้กระทำผิดมีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครอยู่เบื้องหลังจะมีความผิดหรือไม่ แสวง ระบุว่า หากเป็นการกระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดูพฤติกรรมว่าสิ่งที่ทำนั้น ผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อน และเมื่อเป็นสำนวนแล้ว ผิดหรือถูกก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่หากเป็นความไม่พอใจของประชาชนที่ไปรวมตัวกัน แล้วทำพฤติการณ์ผิดกฎหมาย ก็มีความผิดอยู่แล้ว เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย

สำหรับกรณีที่หลายพรรคการเมืองมีการโต้ตอบกันเข้มข้นมากขึ้นในช่วงนี้นั้น แสวง กล่าวว่า หากเป็นการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นไปโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายการใส่ร้ายก็สามารถทำได้ทั้งนั้น คงไม่ต้องไปเตือนกัน เพราะทุกคนก็พยายามจะหาคะแนนเสียง อะไรที่เป็นคะแนนเสียงได้ไม่ผิดกฎหมาย ทุกคนก็ต้องทำ เพียงแต่อย่าให้เลยกรอบของกฎหมาย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์