แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่า “ส่วนตัวอยากให้เชื่อมั่นการแข่งขัน ทั้งตัวระบบ ผู้เข้าแข่งขันจะอยู่ในกรอบและกรรมการ ซึ่งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ รูปแบบการเลือกตั้งจะเป็นคนละแบบกับการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่มีคนจาก 400 เขตไปรวมกันอยู่ที่เดียว บางจุดมีคนมากถึง 50,000-60,000 คน และยังมีการนำบัตรเลือกตั้งใส่ซองและจ่าหน้าซองด้วย แต่การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์จะไม่มีเรื่องเหล่านี้แล้ว และในแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เฉลี่ยประมาณ 500 คนบวกลบ ใน 100,000 หน่วยเลือกตั้ง มั่นใจจะไม่มีประเด็นเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้าอยู่แล้ว”
แสวง บุญมี กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนตัวเห็นว่าไม่ได้เป็นประเด็นอะไร ซึ่งในความผิดพลาดได้มีการตรวจสอบ โดยเมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) พรรคประชาชนได้มีหนังสือสอบถามเข้ามา 2 เรื่อง คือกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรีที่ไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของพรรค และกรณีการจ่าหน้าซองผิดพลาดว่าจะส่งถึงหน่วยเลือกตั้งหรือไม่ ส่วนที่เป็นข่าวและมีการกล่าวอ้างในขณะนี้ “ก็ได้มีการตรวจสอบอยู่แล้วว่าใครพูดที่ไหน อย่างไร” และได้ให้เจ้าหน้าที่ไปขอข้อมูลจากรายงานบันทึกเหตุการณ์ในหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงตรวจสอบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นในหน่วยเลือกตั้งอีกหรือไม่
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานได้มีการสรุป โดยเรื่องใหญ่ ๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจคือเรื่องการจ่าหน้าซอง และการปิดป้ายประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส. ซึ่งพบว่ามีความผิดพลาดหลายพื้นที่ แต่เมื่อไปดูสิ่งที่พรรคประชาชนเสนอมา พบว่ามีการแจ้งที่จังหวัดชลบุรีเพียงแห่งเดียว
ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่พรรคการเมืองหรือบุคคลอื่นกล่าวถึงในขณะนี้ สำนักงานอยู่ระหว่างขอข้อมูลว่าเหตุเกิดขึ้นที่ใดบ้าง โดยได้สั่งให้สำนักงาน กกต. ทุกจังหวัด ส่งรายงานจากบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นและมีการทักท้วงหรือไม่ ซึ่งได้มีการบันทึกเหตุการณ์ไว้ทุกหน่วยที่เกิดขึ้น
กรณีจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้ง ที่มีความกังวลเรื่องรหัสเขตเลือกตั้ง เดิม กกต.ออกแบบไว้โดยไม่ได้มีรหัสเขตเลือกตั้ง เพราะเพียงระบุข้อมูลจังหวัดและเขตก็สามารถจัดส่งถึงได้อยู่แล้ว แต่ทางไปรษณีย์ที่มาทำงานร่วมกับ กกต. และเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดส่ง มีความคุ้นเคยกับรหัส จึงเสนอให้เพิ่มรหัสเข้ามา ซึ่งส่วนนี้เป็นการทำงานของไปรษณีย์ จึงไม่ได้มีการแจ้งให้ประชาชนรับทราบ แต่อยากย้ำว่าเพียงมีข้อมูลจังหวัดและเขตก็ส่งถึงแน่นอน และรหัสเขตเลือกตั้งก็มีกระบวนการตรวจสอบ คนที่รู้คือ กปน. และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากพบว่าไม่ตรงก็ต้องทักท้วง ขณะเดียวกัน หลังปิดหีบยังมีการตรวจสอบว่าทุกซองมีการระบุข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งจากรายงานที่ได้รับไม่พบว่ามีซองใดกรอกข้อมูลไม่ครบทั้ง 3 รายการ
— แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
ส่วนกรณีที่มีการกำชับไปยัง ผอ.กกต.จังหวัด ให้เตรียมพร้อมและรายงานกลับมายังสำนักงาน เพื่อรับมือกับกระแสดรามาที่อาจเกิดขึ้น เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า “จริง ๆ เรื่องเหล่านี้ไม่กระทบกับสาระสำคัญของการเลือกตั้ง เหมือนกรณีประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ติดหน้าหน่วย จะบอกว่าไม่กระทบเลยก็ไม่ได้ แต่ยังมีช่องทางอื่นให้ศึกษาว่าผู้สมัครแต่ละเขตมีใครบ้าง ทั้งแอปพลิเคชัน Smart Vote หนังสือแจ้งเจ้าบ้าน เว็บไซต์สำนักงาน กกต.จังหวัด และเว็บไซต์สำนักงาน กกต. โดยประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ติดหน้าหน่วยก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางด้วย”
ทั้งนี้ เพื่อความสบายใจ ได้ย้ำให้ทุกจังหวัดแจ้งไปยังกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ให้ติดประกาศหน้าหน่วยในช่วงจัดหน่วยเลือกตั้ง เพื่อยืนยันว่าได้ดำเนินการแล้ว หากในวันรุ่งขึ้นประกาศหายจากเหตุใดก็ตาม เช่น ลมพัด เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแก้ไขในช่วงเช้าก่อนเปิดหน่วยอีกครั้ง
เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวถึงการคัดแยกบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ว่า “จากข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากกงสุล ได้จัดสถานที่เลือกตั้งไว้ 95 แห่ง ขณะนี้ได้รับบัตรเลือกตั้งกลับเข้ามาในประเทศแล้ว 86 แห่ง คิดเป็นประมาณ 90% และคาดว่าจะแล้วเสร็จทันต่อการคัดแยกบัตรและส่งไปยังเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจะเดินทางไปพร้อมกัน”




