นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ให้กับคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป ว่า เป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณแผ่นดินอยู่แล้ว หากได้ไปเป็นรัฐบาล นโยบายลักษณะนี้จะไม่ผิดกฎหมายสัญญาว่าจะให้ ซึ่งนโยบายที่จะเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ คือการใช้เงินที่ไม่ใช่เงินของแผ่นดิน
“ในส่วนนโยบายของพรรคต้องประกาศให้ประชาชนทราบและส่งมาให้ที่ กกต.ด้วย โดยนโยบายแต่ละนโยบายประกอบด้วย 1.ชื่อนโยบาย 2.วงเงินที่ต้องใช้ 3.ที่มาของเงินหรือวิธีการหาเงิน 4.ความคุ้มค่าและประโยชน์การดำเนินการนโยบาย 5.ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย และ 6. นโยบายนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลในการไปลงคะแนนว่านโยบายแบบนี้ ถูกใจประชาชนหรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลแต่ละพรรคครบถ้วนรอบด้าน” เลขาฯ กกต. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวชื่อตำแหน่งตนเองบนเวทีปราศรัยสามารถทำได้หรือไม่
เลขาฯ กกต. กล่าวว่า ในการหาเสียงการพูดความจริงหรือข้อเท็จจริงและถูกต้องทำได้ อย่าไปพูดจาใส่ร้ายด้วยความเท็จ เพียงแต่ต้องพึ่งระวังเรื่องการที่มีตำแหน่งหน้าที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่าใช้ทรัพยากรของรัฐตามมาตรา 169 ซึ่งอาจจะเกี่ยวพันกับการไม่เป็นกลางทางการเมือง ส่วนข้าราชการอย่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ ในการเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ต้องแยกการใช้ตำแหน่งหน้าที่ กับความไม่เป็นกลางทางการเมืองออกจากกัน
เมื่อถามถึงกรณีการจัดงานมหรสพ หรือ งานรื่นเริงต่างๆ เลขาฯ กกต. กล่าวว่า “ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์เป็นหลัก หากใช้เพลงพรรคการเมืองหาเสียงด้วยการเปิดแผ่นเสียงสามารถกระทำได้ แต่ไม่ควรร้องสด หรือ มีการแสดงใดๆ เพราะอาจเข้าข่ายมีความผิดได้ ดังนั้น พรรคการเมือง และผู้สมัคร ส.ส.จึงควรหลีกเลี่ยง แต่ประชาชนยังสามารถทำได้ตามปกติ”
ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องสีบัตรการเลือกตั้ง นายแสวง กล่าวว่า ขณะนี้ทาง กกต. ยังไม่ได้กำหนด แต่อยากให้ประชาชนมั่นใจ ว่าระบบบัตรเลือกตั้งของเรามีความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้ ไม่สามารถทำบัตรขึ้นมาปลอมแปลงได้
นายแสวง ยังกล่าวถึงการร้องเรียนภายหลังเปิดสมัครรับเลือกตั้ง ว่า ปัจจุบันได้รับเรื่องร้องเรียนการซื้อสิทธิ-ขายเสียงในพื้นที่ภาคอีสานแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ทางผู้อำนวยการ กกต. จังหวัด ก็จะมีการเชิญผู้ร้องเรียนมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบความสุจริต และเที่ยงธรรมต่อไป
ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงข้อควรระวังการเสียงในช่วงประเพณีสงกรานต์ ว่า ต้องระวังทั้งผู้สมัครและประชาชน ตามประเพณีสงกรานต์ทำได้ปกติรดน้ำดำหัว ให้พร ให้พวงมาลัยที่แสดงถึงวัฒนธรรมอันดีงาม แต่จะให้เงินให้ทอง ทรัพย์สินทำไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
“ในส่วนนโยบายของพรรคต้องประกาศให้ประชาชนทราบและส่งมาให้ที่ กกต.ด้วย โดยนโยบายแต่ละนโยบายประกอบด้วย 1.ชื่อนโยบาย 2.วงเงินที่ต้องใช้ 3.ที่มาของเงินหรือวิธีการหาเงิน 4.ความคุ้มค่าและประโยชน์การดำเนินการนโยบาย 5.ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย และ 6. นโยบายนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลในการไปลงคะแนนว่านโยบายแบบนี้ ถูกใจประชาชนหรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลแต่ละพรรคครบถ้วนรอบด้าน” เลขาฯ กกต. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวชื่อตำแหน่งตนเองบนเวทีปราศรัยสามารถทำได้หรือไม่
เลขาฯ กกต. กล่าวว่า ในการหาเสียงการพูดความจริงหรือข้อเท็จจริงและถูกต้องทำได้ อย่าไปพูดจาใส่ร้ายด้วยความเท็จ เพียงแต่ต้องพึ่งระวังเรื่องการที่มีตำแหน่งหน้าที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่าใช้ทรัพยากรของรัฐตามมาตรา 169 ซึ่งอาจจะเกี่ยวพันกับการไม่เป็นกลางทางการเมือง ส่วนข้าราชการอย่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ ในการเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ต้องแยกการใช้ตำแหน่งหน้าที่ กับความไม่เป็นกลางทางการเมืองออกจากกัน
เมื่อถามถึงกรณีการจัดงานมหรสพ หรือ งานรื่นเริงต่างๆ เลขาฯ กกต. กล่าวว่า “ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์เป็นหลัก หากใช้เพลงพรรคการเมืองหาเสียงด้วยการเปิดแผ่นเสียงสามารถกระทำได้ แต่ไม่ควรร้องสด หรือ มีการแสดงใดๆ เพราะอาจเข้าข่ายมีความผิดได้ ดังนั้น พรรคการเมือง และผู้สมัคร ส.ส.จึงควรหลีกเลี่ยง แต่ประชาชนยังสามารถทำได้ตามปกติ”
ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องสีบัตรการเลือกตั้ง นายแสวง กล่าวว่า ขณะนี้ทาง กกต. ยังไม่ได้กำหนด แต่อยากให้ประชาชนมั่นใจ ว่าระบบบัตรเลือกตั้งของเรามีความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้ ไม่สามารถทำบัตรขึ้นมาปลอมแปลงได้
นายแสวง ยังกล่าวถึงการร้องเรียนภายหลังเปิดสมัครรับเลือกตั้ง ว่า ปัจจุบันได้รับเรื่องร้องเรียนการซื้อสิทธิ-ขายเสียงในพื้นที่ภาคอีสานแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ทางผู้อำนวยการ กกต. จังหวัด ก็จะมีการเชิญผู้ร้องเรียนมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบความสุจริต และเที่ยงธรรมต่อไป
ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงข้อควรระวังการเสียงในช่วงประเพณีสงกรานต์ ว่า ต้องระวังทั้งผู้สมัครและประชาชน ตามประเพณีสงกรานต์ทำได้ปกติรดน้ำดำหัว ให้พร ให้พวงมาลัยที่แสดงถึงวัฒนธรรมอันดีงาม แต่จะให้เงินให้ทอง ทรัพย์สินทำไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย




