‘วิษณุ’ ตีความ ปม ‘บาร์โค้ด’ เสี่ยงเลือกตั้งโมฆะ เหตุผลลงคะแนนไม่ลับ อาจขัด รธน.

19 ก.พ. 2569 - 10:54

  • ‘วิษณุ’ ตีความ ปม ‘บาร์โค้ด’ เสี่ยงเลือกตั้งโมฆะ เหตุผลลงคะแนนไม่ลับ อาจขัด รธน.

‘วิษณุ’ ตีความ ปม ‘บาร์โค้ด’ เสี่ยงเลือกตั้งโมฆะ เหตุผลลงคะแนนไม่ลับ อาจขัด รธน.

วานนี้ (18 ก.พ.) วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายหัวข้อ "ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย" ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น 14 ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยช่วงหนึ่งหลังจบการบรรยาย วิษณุ ได้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนหลักสูตรดังกล่าว ได้ซักถาม ซึ่งมีหลายคำถามแสดงถึงความห่วงใยสถานการณ์การเมือง หลังการเลือกตั้งที่ยังไม่นิ่งในขณะนี้ โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งที่อาจเป็นโมฆะจากกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ผลการลงคะแนนไม่เป็นความลับ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ  

โดยวิษณุ ได้ตอบคำถามประเด็นดังกล่าว ตีความกฎหมายเรื่องนี้แบ่งได้ 2 แนวทาง คือ 1. ผลการลงคะแนนเลือกตั้งไม่ลับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ถือว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ  

และ 2. ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทางลับ เพราะลับหรือไม่ลับ พิจารณาจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ไปดูกันภายหลัง โดยกรณีบาร์โค้ดจะไม่เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2549 ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน นั่นหมายความว่า ครั้งนั้นได้สร้างบรรทัดฐาน โดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ 

วิษณุ กล่าวในมุมมองส่วนตัวว่า เห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 ว่า “ไม่ได้ลับ” เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ถ้าจะทำ ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ คือมันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ คำว่าลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ ไม่ได้หมายความว่า เป็นความลับตอนไหน แต่หมายความว่า ต้องเป็นความลับตลอดเวลา คือเป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ถึงเรียกว่าลับ ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้น พูดไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว 

วิษณุ กล่าวว่า ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เขาจะพิสูจน์ด้วยการที่หยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบ ที่มีบาร์โค้ด เอาบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ หากชื่อออกมาแล้วว่า “นาย ก.” ก็แสดงว่า “ไม่ลับ” แล้ว ต้องขอย้ำว่า สิ่งที่ตนเองพูดถือเป็นความเห็นส่วนตัว อาจจะผิดก็ได้ 

จากนั้น มีผู้เรียนถามต่อว่า หากเป็นแบบนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ มีโอกาสจะเป็นโมฆะหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า “ผมตอบไม่ได้ และไม่กล้าจะคาดเดาด้วย” คนที่ถามตนเมื่อสักครู่ ว่าลับหรือไม่ลับ ตนเองก็ตอบไปแล้วว่าส่วนตัวเห็นว่ามัน “ไม่ลับ” หากการลงคะแนนไม่ลับแล้ว ก็อยู่ที่ กกต. ว่าจะสั่งอย่างไร หาก กกต. เห็นว่า “ไม่ลับ” ก็ออกได้ทางเดียว คือ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จะเลือกเฉพาะบางเขตไม่ได้ เพราะบัตรเลือกตั้งมันเหมือนกันทั้งประเทศ 

วิษณุ ยกตัวอย่าง เมื่อปี 2549 เราได้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศมาแล้วครั้งหนึ่ง จากกรณีจัดคูหาเลือกตั้งให้คนเดินผ่านแล้วมองเห็น ซึ่งครั้งนั้นการจัดคูหาแบบนั้น ไม่ได้จัดทั้งประเทศ จัดเพียงบางแห่งเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น กกต. ก็ได้สั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เสียเงินกี่พันกี่หมื่นล้านก็ต้องทำ ดังนั้น ถ้า กกต. ไม่อยากสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ก็ออกได้ทางเดียว คือ ที่ว่าการลงคะแนนเป็นความลับหมายถึง “ลับ” ตอนกาบัตรเลือกตั้ง ส่วนหลังจากนั้นไม่ลับอย่างที่ตนได้ตอบไป 

ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร ผมไม่กล้าฟันธง แต่จะมาบอกว่าเอาแค่ กกต. รับผิดไปก็แล้วกัน มันจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 โดนหลายเด้ง ทั้งการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ และ กกต. ต้องรับผิดแล้วก็ติดคุกกันไป ครั้งนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต. ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบ เพราะว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต. แล้ว เพราะฉะนั้น จะเอาคุณแสวง (เลขาฯกกต.) ไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี

วิษณุ กล่าว

วิษณุ ยังคาดการณ์ว่า ไม่ใช่แค่ความชุลมุนเฉพาะหน้าเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น แต่ความวุ่นวายที่รัฐบาลชุดต่อไปจะต้องเผชิญ คือความขัดแย้งในระยะยาว ทั้งความขัดแย้งที่เกิดจากสนิมเนื้อในหรือการทะเลาะแย่งชิงตำแหน่งกันเองภายในรัฐบาล และความขัดแย้งที่จะเกิดจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามผลออกเสียงประชามติ เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะเป็นครั้งหนึ่งที่มีผู้คนเกี่ยวข้องมากมายรวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นตัวแทนจากหลายขั้วความคิด และความหลากหลายในสังคม 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์