เปิดใจแล้วจะรัก! ‘เอกนัฏ’ ปลุกพลังเงียบเชียร์ ‘ลุงตู่’ นั่งนายกฯ อีกสมัย

27 เม.ย. 2566 - 15:03

  • ‘เอกนัฏ’ อ้อนประชาชน! เปิดใจแล้วจะรัก ‘ลุงตู่’

  • ปลุกพลังเงียบเชียร์นั่งนายกฯ อีกสมัย สานต่อภารกิจให้สำเร็จ

  • ย้ำ ‘บัตรลุงตู่พลัส’ ทำได้จริง-ช่วยตรงจุด ดีกว่า ‘นโยบายขายฝัน’ ที่ยังไม่รู้ใช้เงินตรงไหน

  • ชวนจับตาโครงการขายฝัน หาช่องโกยผลประโยชน์ให้พวกพ้อง

Ekanat_awakens_the_silence_t_cheer_Prayut_SPACEBAR_Thumbnail_6af6775296.jpeg
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงคำถามที่หลายคนออกมาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือการเดินหน้าสู่การเป็นนักการเมืองอย่างเต็มตัว คอยวิจารณ์กระแนะกระแหนว่าคนที่เป็นทหารมาตลอดชีวิต ไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ แต่ทุกวันนี้ การกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถตอบคำถามทุกอย่างได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่คนเข้าถึงยาก พอเปิดตัวทุกคนก็ได้เห็นบุคลิกที่เป็นกันเอง แต่ก่อนหน้านี้ เพียงแต่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้ประชาชนในฐานะฝ่ายบริหาร จนบุคลิกด้านนี้ ไม่ได้เปิดออกมาให้ประชาชนได้เห็น 

“ใครได้ติดตามการลงพื้นที่ช่วงนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะยิ่งเห็นความเป็นกันเอง เป็นคนธรรมดาเหมือนคนทั่วไป เชื่อว่าหากใครยังตั้งคำถาม ขอแค่เปิดใจก็จะมองเห็นความตั้งใจจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน” เอกนัฏ ระบุ 

ส่วนผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมา หลายอย่างกำลังจะสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินให้ประเทศไทย กลายเป็นสังคมไร้เงินสด การสร้างรถไฟฟ้าทั่ว กทม. คมนาคมขนส่งทั่วประเทศ และความตั้งใจสานงานต่อที่ทำมาแล้ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน คำถามที่หลายคนออกมาวิจารณ์ว่า ทำมาแล้ว 8 ปี อีก 2 ปีจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร อยากให้ลองนึกภาพการสร้างบ้านที่วางรากฐานไว้แล้ว ตอนนี้เหลือเพียงการฉาบปูน และตกแต่ง นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจเพื่อการทำงานที่ผ่านมาให้สำเร็จ  

สำหรับนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ฝ่ายตรงข้ามมักจะวิจารณ์คือ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส’ หรือ ‘บัตรลุงตู่พลัส’ โครงการนี้รัฐบาลดำเนินการมาแล้วเป็นระยะเวลานาน ตรงไปยังกลุ่มเปราะบาง เพื่อทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ การเพิ่มวงเงินสิทธิประโยชน์ที่เป็นไปตามการสำรวจความต้องการของประชาชนกลุ่มนี้ ก็จะยิ่งทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น แตกต่างจากนโยบายของบางพรรค ที่ประกาศจะให้เงินทุกคน โดยใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในคราวเดียว นโยบายเช่นนี้ ไม่มีใครมั่นใจว่าจะทำได้จริง แม้ย้ำแล้วย้ำอีกว่าสามารถดำเนินการได้ แต่หากดูตัวเลขงบประมาณในปี 2567 ซึ่งกำหนดกรอบไว้แล้ว ก็จะเหลืออยู่เพียง 2 แสนล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการดำเนินนโยบายที่ต้องใช้เม็ดเงินถึงมากกว่า 5 แสนล้านบาท อย่างแน่นอน 

“ไม่ต้องให้นักเศรษฐศาสตร์ที่ไหนมาวิเคราะห์ แค่คนทั่วไปก็มองออกว่า โครงการที่ใช้เงินถึงมากกว่า 5 แสนล้านบาท ถ้าไม่กู้เงินไม่สามาถเกิดขึ้นได้จริง ก็อยากให้ประชาชนพิจารณาตัดสินใจเลือกพรรคที่นำเสนอนนโยบายที่จับต้องได้จริง และไม่กระทบวินัยการเงินการคลัง มากกว่าพรรคการเมืองที่ขายฝัน ที่สำคัญ ยังเป็นฝันที่อาจเข้ามาหาประโยชน์จากโครงการเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะไม่ว่าจะดำเนินโครงการอะไร คนกลุ่มนี้ก็มีช่องทางหาประโชนน์ให้พวกพ้องได้ทุกครั้ง” เอกนัฏ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์