‘เอกนัฏ’ ย้ำ ‘บัตรลุงตู่พลัส’ แก้ตรงจุดไม่หว่านแหประชานิยม ห่วงเงินหมื่นดิจิทัลก่อภาวะ ‘ฟองสบู่แตก’

26 เม.ย. 2566 - 13:43

  • ‘เอกนัฏ’ ย้ำ ‘บัตรลุงตู่พลัส’ มีที่มาที่ไปงบประมาณ

  • ชี้ทำมาแล้ว-จะทำต่อให้ดีขึ้น เน้นช่วยเหลือ ปชช.ที่จำเป็น ไม่หน้ามืดหว่านแหประชานิยม

  • ซัดแจก ‘เงินหมื่นดิจิทัล’ เหมือนเป็นหวัดแล้วทำคีโม หวั่นนำประเทศเข้าภาวะ ‘ฟองสบู่แตก’

Ekanat_emphasizes_the_Welfare_Plus_Card_to_solve_the_point_not_faint_sowing_populist_nets_SPACEBAR_Hero_7e6a13bc4b.jpeg
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีการใช้งบประมาณจำนวนมากอาจกระทบวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ รวมไปถึงนโยบาย ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส’ ของพรรค รทสช. ด้วยว่า สังเกตว่าเป็นความพยายามที่จะสร้างข่าวให้เกิดความสับสน โดยดึงเอานโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส หรือที่คนเรียกกันว่า ‘บัตรลุงตู่พลัส’ ไปเปรียบเทียบในแง่ของงบประมาณ เพื่อกลบเกลื่อนประเด็นที่ไปที่มาของงบประมาณสำหรับนโยบายของบางพรรคการเมืองที่กำลังถูกตั้งถามอย่างหนัก และตอบคำถามไม่ได้ในขณะนี้ 

เอกนัฏ กล่าวยืนยันว่า นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส ของพรรค รทสช. ที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากปัจจุบัน 300 บาท เป็น 1,000 บาทนั้น มีการออกแบบ และคำนวณที่มาของงบประมาณอย่างรอบคอบ และสามารถอธิบายถึงขั้นตอนการปฏิบัติได้อย่างละเอียด ว่าเป็นการใช้เงินในระบบงบประมาณปกติ ไม่เพิ่มภาระหนี้สาธารณะ และไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนในอนาคตอย่างแน่นอน 

“นโยบายบัตรลุงตู่พลัส เป็นการต่อยอดจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ทำมาแล้ว และนำมาออกแบบเพิ่มอ็อปชันในด้านต่างๆ เพื่อทำต่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชนให้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้จริง และมีงบประมาณรองรับอย่างไม่มีปัญหา” เอกนัฏ กล่าว 

เลขาธิการพรรค รทสช. กล่าวต่อว่า ได้กำชับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคน ให้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของพรรค รทสช. ในทุกแง่มุม โดยเฉพาะเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส ที่ประชาชนสอบถามมามากกว่า จะใช้งบประมาณจากส่วนไหน ซึ่งเราก็สามารถอธิบายว่า เป็นเงินจากงบประมาณประจำปี ที่จะไม่เดือดร้อนถึงประชาชน แตกต่างจากนโยบายของบางพรรคการเมืองที่โอ้อวดว่า หาเงินเป็น แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะนำงบประมาณส่วนใดมาดำเนินโครงการ เพราะเท่าที่ดูงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศไม่น่าจะพอสำหรับการดำเนินการ ยิ่งถ้าดันทุรังทำโครงการทั้งที่ยังไม่มีที่มาของงบประมาณ ย่อมส่งผลเสียต่อประเทศชาติในอนาคต ดังนั้น การทำนโยบายหาเสียงของทุกพรรคการเมืองจำเป็นต้องยึดหลักความรับผิดชอบต่อประเทศชาติด้วย 

“บัตรลุงตู่พลัส เราช่วยเหลือดูแลผู้ที่ขาดโอกาส และผู้มีรายได้ต่ำ มีการกำหนดคุณสมบัติ และเปิดให้กลุ่มเป้าหมายลงทะเบียนเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง เป็นความช่วยเหลือแบบเกาถูกที่คัน เฉพาะจุดที่จำเป็น ไม่หว่านแห่ไร้หลักคิดเพียงเพื่อหวังคะแนนเสียง จนอดห่วงไม่ได้ว่า หากทุกพรรคเสนอเรื่องประชานิยมแบบไร้ขอบเขตกันหมดจะส่งผลเสียหายต่อประเทศขนาดไหน” เลขาธิการพรรค รทสช. กล่าว

เลขาธิการพรรค รทสช. กล่าวต่อว่า ทุกพรรคการเมืองควรคำนึงถึงความจำเป็นของนโยบายในแต่ละห้วงเวลา ไม่ใช่มุ่งแต่จะเกทับบลั๊ฟแหลก เพื่อหวังแค่คะแนนเสียงเท่านั้น โดยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส เราส่งถึงมือประชาชนเดือนละ 1,000 บาท 1 ปี รวมแล้วก็ 12,000 บาท 4 ปี 48,000 บาท พร้อมให้เบิกฉุกเฉิน 10,000 บาท เพื่อให้ใช้จ่ายกรณีจำเป็น  

ขณะที่กระเป๋าเงินดิจิทัล เท่าที่ติดตามทราบว่า จะแจกครั้งเดียวและให้ใช้ภายใน 6 เดือน และจำกัดระยะทางการใช้จ่าย หากใช้ไม่หมดเงินจะสูญทันที ที่สำคัญยังชี้แจงครุมเครือบอกว่า จะไม่ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่คนจนจะหมดไปเอง หากได้รับเงินจากกระเป๋าเงินดิจิทัล  

“ถามว่า มีหลักประกันอะไรที่ว่า หากประชาชนได้เงินไปใช้จ่าย 10,000 บาทภายใน 6 เดือน แล้วจะหายจากความยากจน และหมดโอกาสที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที ที่สำคัญการนำเงินไปแจกคนกว่า 56 ล้านคน โดยไม่ได้คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจ หรือความจำเป็น ไม่น่าใช่การช่วยเหลือที่ถูกจุด” 

เอกนัฏ กล่าวต่อว่า การทำนโยบายหาเสียงต้องดูด้วยว่า เป็นแค่หวัดก็ควรให้ยารักษาบรรเทาอาการหวัด ไม่ใช่เป็นหวัดแล้วไปทำคีโม จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ส่งผลให้ส่วนอื่นของร่างกายทรุดโทรมไปหมด อีกทั้งขณะนี้เป็นที่ทราบว่า เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของเรากำลังจะฟื้นจากหลายนโยบายของรัฐบาล แต่จู่ๆ จะประชานิยมสุดโต่งนำเงินงบประมาณ 5.6 แสนล้านบาท ที่ยังไม่รู้จะเอามาจากส่วนไหนไปทุ่มในจุดที่ไม่มีความจำเป็น ก็อาจทำให้บางเครื่องยนต์เกิดอาการช็อตได้ ทั้งภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่งผ่อนคลาย หรือวิกฤตถึงขั้นกลับไปเผชิญภาวะฟองสบู่แตก เพราะทุกกลไกเสียหายอย่างหนักก็เป็นได้ 

เอกนัฏ กล่าวด้วยว่า นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัสของพรรค รทสช. หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘บัตรลุงตู่พลัส’ มุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ขาดโอกาสอย่างตรงจุด โดยให้ความช่วยเหลือกับคนที่สมควรจะได้รับการดูแล ไม่หว่านแหเหมือนกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ให้ทุกคน ไม่ว่ารวย หรือจน จะเป็นเจ้าสัวหรือยาจก ก็ได้เหมือนกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน 

“จึงต้องฝากไปถึงประชาชนที่ต้องไตร่ตรองให้ดี ว่านโยบายของแต่ละพรรคทำได้จริง หรือเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนหรือไม่ และทำไปแล้วจะส่งผลต่อภาพรวมของประเทศหรือไม่อย่างไรด้วย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์