‘เอกนัฏ’ แจง ‘พีระพันธุ์’ ขอลุยงานเลขาธิการนายกฯ ให้จบ ค่อยรายงานตัวสภาฯ

30 มิ.ย. 2566 - 16:56

  • ‘เอกนัฏ’ ยันหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปต่อแน่นอน

  • แจง ‘พีรพันธุ์’ รอเสร็จสิ้นภารกิจเลขาธิการนายกฯ แล้วจะไปรายงานตัวต่อสภาฯ

  • พร้อมเปิดตัวทีมโฆษกพรรค เผยทำเวิร์คช็อประดมความคิด เปลี่ยนโครงสร้าง-การทำงานพรรค

  • ลั่นปรับงานพีอาร์ให้เร็วขึ้น เน้นงานเชิงรุก โต้ทุกข่าวเท็จ

Ekanat_said_that_Phiraphan_would_definitely_go_on_SPACEBAR_Hero_ddccf88aa8.jpeg
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงกระแสข่าว พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เตรียมลาออกจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยอธิบายว่า ขั้นตอนการรายงานตัว ส.ส. ไม่ได้มีข้อกฎหมายหรือข้อบังคับ ที่บังคับว่าต้องไปรายงานตัวเมื่อใด ซึ่งตนเชื่อว่าในขณะนี้ หัวหน้าพรรคอยากจะทำหน้าที่เลขาธิการนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อน ซึ่งวาระของ พล.อ.ประยุทธ์ จะสิ้นสุดลงเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่เข้าปฏิญาณตน  
“เชื่อว่าตัวหัวหน้าพรรคจะเลือกเวลาที่เหมาะสมในการไปรายงานตัว ซึ่งก่อนรายงานตัวจะต้องลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ ซึ่งปัจจุบันท่านพยายามทำหน้าที่ให้นานที่สุดนานที่สุด และดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะไปทำหน้าที่ ส.ส.” เอกนัฏ ระบุ 

เอกนัฏ ยืนยันด้วยว่า หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไปต่อแน่นอน แต่ขณะนี้มี 2 สถานะคือเลขาธิการนายกฯ และ ส.ส. ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญทั้งคู่ แต่เป็นได้เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้น ท่านก็ต้องตัดสินใจ จังหวะไหนจะเป็นอะไร  

“หัวหน้าพรรคบอกกับผมแค่ว่า ในระหว่างที่ท่านเป็นเลขาฯ นายกฯ ให้ผมช่วยนำ ส.ส.ทุกคน ไปรายงานตัวแทนท่าน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ท่านก็จะตัดสินใจเอง” เอกนัฏ ระบุ 

เมื่อถามย้ำว่าหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะไปรายงานตัวก่อนถึงรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาหรือไม่ เอกนัฏ ตอบว่า “ตนคิดว่าท่านจะตัดสินใจเองอย่างที่บอกว่า ข้อบังคับไม่ได้บังคับว่าจะต้องไปรายงานตัวเมื่อไหร่ ท่านก็คงรู้ว่า ถ้าภารกิจในฐานะเลขาธิการนายกฯ เสร็จสิ้นจังหวะไหนที่เหมาะสม ท่านก็จะตัดสินใจ”

ขณะเดียวกัน วันนี้ (30 มิ.ย. 2566) พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แถลงเปิดตัวทีมโฆษกพรรค ประกอบด้วย อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 เป็นโฆษกพรรค พร้อมด้วยรองโฆษก 3 คน คือ ชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา อดีตผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่, พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. และ รัดเกล้า สุวรรณคีรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยมีที่ปรึกษาทีมโฆษก 3 คน คือ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์, ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ และ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ 

เอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ภารกิจหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังจากผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว แม้จะมี ส.ส. 36 ที่นั่ง แต่ก็ได้รับคะแนนนิยม 4 ล้านกว่าเสียง ซึ่งผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรค ยืนยันว่าจะนำ 4 ล้านกว่าเสียงนั้น ไปใช้เป็นต้นทุน สานต่อภารกิจและเจตนารมณ์ทางการเมืองของพรรค ก่อนย้ำว่า ในฐานะผู้บริหารพรรค ได้แสดงจุดยืนหลายครั้งในการเลือกประธานสภาฯ และนายกฯ ว่าจะไม่สนับสนุนประธานสภาฯ หรือนายกฯ จากพรรคที่มีวาระจะผลักดันการแก้ไขมาตรา 112

“จากนี้ไป เราจะเริ่มภารกิจปรับปรุง พัฒนาเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ตอบโจทย์ ความเปลี่ยนแปลง ตามความต้องการของสังคมให้ดีขึ้น เช่น การขับเคลื่อนงานด้านการเมืองในอนาคต เราไม่ได้พึ่งเฉพาะ ส.ส.ที่อยู่ในสภาฯ เท่านั้น แต่จะมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มงานการเมือง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนกลุ่มต่างๆ นอกสภาฯ ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ ตนได้ดำเนินการทำ Workshop เพื่อระดมความคิด คำแนะนำผ่านผู้สมัครของพรรคหลายคน และจะมีข้อสรุปที่จะนำไปเปลี่ยนวิธีการทำงานรวมถึงโครงสร้างของพรรค” เอกนัฏ ระบุ 

เอกณัฏ กล่าวด้วยว่า สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างในช่วงแรก วันอังคารที่ผ่านมา โดยกรรมการบริหารพรรค มีมติแต่งตั้งทีมโฆษกชุดใหม่ เป็นกระบอกเสียงสำคัญรับฟังความคิดเห็นในทางการทำงานคำแนะนำจากสมาชิก กองเชียร์ และประชาชนที่ศรัทธาพรรค  

“สำหรับนายอัครเดช เป็น ส.ส.จังหวัดราชบุรี 2 สมัย มีประสบการณ์การทำงานในสภาฯ เป็นประธานกรรมาธิการ มีความรู้เรื่องระเบียบข้อกฎหมายและมีประสบการณ์การทำงานการเมือง และเคยเป็นรองโฆษกของพรรคการเมืองมาก่อน ส่วนรองโฆษก 3 คน คือ น.ส.รัดเกล้า ถือมีประสบการณ์ทำงานในบริษัทเอกชนรายใหญ่ การศึกษา และบริหารบุคคล ซึ่งทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นของผู้สมัครรวมถึงสมาชิกพรรค กองเชียร์พรรค เพื่อจะนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการทำงานของพรรค ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนนายพงศ์พล มีบทบาททางการเมือง ได้สื่อสารแทนพรรคในหลายประเด็นสำคัญ ผ่านช่องทางการสื่อสารช่องทางใหม่ๆ มีประสบการณ์ในการทำงานในภาคเอกชน เช่นเดียวกัน เป็นเจ้าของธุรกิจ Start Up ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้ว และมีความตั้งใจที่จะทำงานการเมืองเช่นเดียวกัน ส่วนนายชินภัสร์ อาสาเข้ามาทำงานการเมืองเริ่มต้นด้วยความตั้งใจ กล้าพูด กล้าแสดงจุดยืน ไม่เกรงกลัวต่อ ทัวร์ลง ถือเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์การทำงาน เช่นเดียวกัน” เอกนัฏ ระบุ  

ด้าน อัครเดช กล่าวว่า ได้มีโอกาสทำงานการเมืองมาระยะเวลาหนึ่ง จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะนำอุดมการณ์และจุดยืนของพรรค รวมถึงผลงาน สื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะได้ขยายแนวร่วมให้กับประชาชนมาสนับสนุนพรรคมากขึ้น ส่วนการทำงานของทีมโฆษก จะมีการพูดคุยและปรึกษากับที่ปรึกษา 3 ท่าน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของพรรค ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น เน้นเข้าถึงง่ายและทำงานเชิงรุก  

“เราจะไม่ตั้งรับอีกแล้ว จะตอบโต้ ทุกข่าวที่เป็นข่าวเท็จ นอกจากนี้ จะมีการเปลี่ยนการทำงานของ PR ให้รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เรามั่นใจว่าทีมโฆษกของเรา จะสามารถเชื่อมโยงกลุ่มคนทุกวัย เข้ามาสู่เป้าหมายที่พักได้วางไว้” โฆษกพรรค ระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์