‘ขวาใหม่อนุรักษ์นิยม’ หวังปักธง ‘สส.กทม.’ ให้ ‘ภท.’

17 ธ.ค. 2568 - 14:45

  • ‘ศุภมาส-เอกนัฏ’ 2แม่ทัพกทม.ภูมิใจไทย ประกาศลั่นเป็น ‘ขวาใหม่อนุรักษ์นิยม’

  • รับเป็นงานหิน แต่ขอสู้สุดซอย พา ‘ภูมิใจไทย’ ปักธงคว้าเก้าอี้สส.เมืองกรุงฯ

  • รับลูกโว ‘ภท.พลัส’ ขั้นกว่าของ ‘พูดแล้วทำ’ แตกต่างจาก ‘ศูนย์รวมบ้านใหญ่’

‘ขวาใหม่อนุรักษ์นิยม’ หวังปักธง ‘สส.กทม.’ ให้ ‘ภท.’

‘ศุภมาส อิศรภักดี’ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ‘เอกนัฏ พร้อมพันธุ์’ สมาชิกพรรคภูมิใจไทย แกนนำทีมกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของผู้สมัครสส. กทม. โดยเอกนัฏ กล่าวว่า ตอนนี้ทุกพรรคคงเตรียมความพร้อมแล้ว ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่สำคัญสำหรับพรรคภูมิใจไทย ส่วนตัวเข้าใจว่าในประวัติที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยมีสส.กทม. มาก่อน

หากมีก็จะเป็นครั้งแรก ยอมรับว่างานครั้งนี้เป็นงานหิน แต่ไม่ขอพูดว่าพร้อม หรือมั่นใจแค่ไหน แต่มาพร้อมกับความตั้งใจ ในการทำงานที่ผ่านมา ก็สู้ไม่ถอย สู้สุดซอย วันนี้ก็มีผู้สนับสนุน ไม่ได้ทำอยู่คนเดียว แต่ช่วยกันทั้งพรรค รวมทั้งแม่ทัพหญิงคือ ‘ศุภมาส’ ที่เคยเป็นสส.กรุงเทพมหานครมาก่อนในยุคของพรรคไทยรักไทย ก็หวังว่าจะได้นำประสบการณ์ และทีมงานที่ได้ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่พรรครวมไทยสร้างชาติ จึงจะทำให้ดีที่สุด 

เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่เคยได้สส.กทม. ครั้งนี้จะได้เก้าอี้สส.ในกรุงเทพมหานครหรือไม่ เอกนัฏ กล่าวว่า มันเป็นสไตล์ชีวิตที่ไม่เคยเจอเรื่องง่ายในชีวิต และทั้งชีวิตก็อยู่กับการต่อสู้ ไม่เคยเจอโจทย์ง่าย จึงเป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทย เลือกให้มาลองรับผิดชอบดู ขอย้ำว่าเราพร้อมสู้ แต่ไม่ขอบอกว่าพร้อมขนาดไหน เพราะเป็นโจทย์ที่ทุกคนต้องเผชิญ มั่นใจว่าผู้สมัครของเราในวันนี้ มีสัญญาณที่ดีที่ได้มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย แม้พรรคภูมิใจไทย จะไม่เคยมีสส.ในกทม.เลย ครั้งนี้ก็เป็นการเข้ามาสมัคร มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และทุกเขตมีมากกว่า 1 คน ดีงนั้นจึงเป็นหน้าที่จะต้องทำหน้าที่คัดคนให้ดีที่สุด ซึ่งทุกคนมีความพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน 

ส่วนความมั่นใจว่าจะสามารถเจาะพื้นที่เดิมของพรรคประชาชนในกทม.ได้นั้น ไม่สามารถพูดได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่พูดได้อย่างเดียวว่าปัจจุบันเราต้องสู้อย่างเต็มที่ และใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ยากเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งทำงานให้หนัก เพราะเวลามีไม่มาก และยังเป็นน้องใหม่ของพรรคภูมิใจไทย แต่ก็มาด้วยความตั้งใจเต็มร้อย ซึ่งสโลแกนของพรรคภูมิใจไทยคือพูดแล้วทำ มาวันนี้ก็เป็นพูดแล้วทำพลัส ก็หมายความว่า ต้องทำให้มากกว่าที่พูด ตอนที่ตนได้เข้ามาก็ได้รับการสื่อสารว่า อย่าไปพูดอะไรที่ทำไม่ได้ ตนก็จะไม่พูดอะไรที่เราทำไม่ได้ แต่ก็จะทำให้เต็มที่ 

ในส่วนพื้นที่กทม.ที่จะต้องใช้กระแสจะมีวิธีอย่างไร เอกนัฏ กล่าวว่า สิ่งที่แตกต่างกว่าที่เคยเป็นมาสำหรับพรรคภูมิใจไทย คือศูนย์รวมของบ้านใหญ่ แต่ภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิม จึงเป็นที่มาของคำว่า ‘พลัส’ ซึ่งเราจะเห็นการรวมตัวกันของมืออาชีพ ที่จะช่วยกันทำงาน อย่าง ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ รมว.การต่างประเทศ ซึ่งเราก็จะเห็นบทบาทของท่านในการเจรจาสื่อสารตอบโต้ในประเด็นต่างชาติ หรือ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในการขับเคลื่อนระบบราชการ อย่างโครงการคนละครึ่งพลัส ที่สามารถออกมาได้อย่างทันท่วงทีในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ ‘ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ' รมว.พาณิชย์ ในการทำหน้าที่เจรจา ค้าขายกับต่างประเทศมาเพียง 2-3 เดือน ก็ขายข้าวให้จีนได้ ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น  

“ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเอง ก็กำลังขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เดินหน้าทำแต่พื้นที่บ้านใหญ่ ตามที่ทุกคนเข้าใจ แต่เป็นการรวมตัวกันของมืออาชีพ ที่ทุกคนจะทำงานได้อย่างสำเร็จ ถือเป็นการเผชิญหน้าร่วมกัน และเป็นสิ่งที่แปลกใหม่”

เอกนัฏ กล่าว 

เมื่อถามว่าในพื้นที่กทม. จะมีนโยบายอะไรที่ดึงดูดใจคน กทม.ได้ เอกนัฏ กล่าวว่า นโยบายที่สำคัญที่สุดคือนโยบายระดับประเทศ กทม.คือเมืองหลวงของประเทศ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีความชัดเจน นี่จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญที่มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย 

"เรื่องของชายแดน ก็เห็นการตัดสินใจที่เด็ดขาด ของผู้นำประเทศอย่างนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องรักษาอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน และเราสามารถทำงานกับระบบราชการ ไม่ให้เป็นอุปสรรค ตามแนวทางขวาใหม่อนุรักษ์นิยม เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่เคยเห็นในกรุงเทพมหานคร เช่น ไม่เคยมีสส.ในกทม. ครั้งต่อไปเราอาจจะมีก็ได้"

เอกนัฏ กล่าว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์