กกต.แถลงรับรอง 200 สว.ใหม่ พ่วงสำรอง 99 คน ย้ำถือว่าการเลือกเป็นไปโดยชอบ

10 ก.ค. 2567 - 18:34

  • กกต. แถลงรับรอง 200 สว.ใหม่ พ่วงสำรอง 99 คน หลังกลุ่ม 18 ตัวจริงหลุด 1 คน

  • ย้ำถือว่าการเลือกเป็นไปโดยชอบ แต่ยังชี้ไม่ได้เป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม พึ่ง ‘ตร.-ดีเอไอ-ปปง.’ สอบขบวนการฮั้ว

Election_Commission_announces_approval_of_200_new_senators_99_people_in_reserve_SPACEBAR_Hero_3dbfa548cf.jpg

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลที่ประชุม กกต. (10 กรกฎาคม 2567) มีมติรับรองผลการเลือก สว.67 ว่า หลังเลือก สว. ระดับประเทศเสร็จสิ้น กกต. ต้องรอไว้ไม่น้อยกว่า 5 วัน ตามกฎหมายคือหลังวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นมา สามารถประกาศได้ 

แต่ด้วยเงื่อนไขตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หาก กกต.เห็นว่าการเลือกเป็นไปโดยถูกต้อง สุจริต คือการกระทำไม่ฝ่าฝืนกฎหมายและเที่ยงธรรม กกต.จึงจะประกาศผลการเลือก สว.ได้ สิ่งที่จะนำมาพิจารณาคือได้มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาหรือไม่ ซึ่งได้มีการรวบรวมกลุ่มความผิด 3 กลุ่ม คือ

1.คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หมายถึงการสมัครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีผู้สมัครที่สนใจมาสมัคร 48,117 คน ขณะนั้นมีการไม่รับสมัคร 1,917 คน เพราะมีการตรวจสอบเบื้องต้น และเมื่อรับสมัครไปแล้วมีการลบชื่อก่อนเลือกระดับอำเภอ 526 คน ก่อนไปรอบจังหวัดลบอีก 87 คน จนมารอบประเทศ ลบไปอีก 5 คน ที่บอกว่า กกต. ไม่ได้ตรวจสอบ อาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งเราได้ตรวจสอบและคัดคนออก 2,000 กว่าคน 

2.กระบวนการดำเนินการเลือก คือกระบวนการเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ มีมาร้องที่ กกต. 3 สำนวน พิจารณาจบแล้ว ร้องศาลฎีกา 18 คดี ตามมาตรา 44 ซึ่งศาลฎีกายกคำร้องทุกคดีแล้ว

3.ความไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ที่สังคมใช้คำว่า จัดตั้ง บล็อกโหวต หรือฮั้ว มีอยู่ 47 เรื่อง ซึ่ง กกต. รวบรวมพยานหลักฐานได้พอสมควร มีลักษณะเป็นขบวนการ แต่ต้องใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยัน และขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการประสานกันตลอด โดยต้องใช้เครื่องมือเพื่อประกอบพิจารณาเรื่องการกระทำที่อาจทำให้การเลือก สว.ไม่สุจริต

ส่วนกรณีที่มีคำถามว่าการเลือก สว. ถูกต้องหรือไม่ นั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า จากกระบวนการในวันเลือก ทุกคดีจบหมดแล้ว ไม่มีคดีค้างที่ศาลฎีกาอีกแล้ว ถือว่าการเลือกเป็นไปโดยชอบ ส่วนเรื่องความไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เมื่อมีคำร้อง กกต.รับเป็นสำนวน ขณะนี้รวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูล ณ วันนี้ยังไม่พอเพียงที่จะบอกว่าเขากระทำความผิด ต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

“จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าการเลือก สว. เป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม ยังต้องพิจารณารวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมให้เที่ยงธรรม ต้องให้โอกาสพิสูจน์ข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหา และให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย นี่คือความเที่ยงธรรมตามกฎหมายที่ทุกฝ่ายจะได้รับจาก กกต.”

เลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า วันนี้ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า การเลือก สว.เป็นไปด้วยความถูกต้อง สุจริต และเที่ยงธรรม จึงมีมติประกาศผลการเลือก สว. ของแต่ละกลุ่ม โดยทั้ง 20 กลุ่ม ลำดับที่ 1-10 ของแต่ละกลุ่ม เป็น สว.

ส่วนลำดับที่ 11-15 ของแต่ละกลุ่มเป็นบัญชีสำรอง ยกเว้นกลุ่มที่ 18 ซึ่ง กกต.ระงับสิทธิชั่วคราวของผู้ที่ได้รับเลือก 1 คน จึงต้องเลื่อนลำดับที่ 11 ของกลุ่มที่ 18 ขึ้นไปอยู่ในลำดับที่ 10 แทน จะเหลือสำรองของกลุ่ม 18 แค่ 4 คน

เลขาธิการ กกต. กล่าวในตอนท้ายว่า สรุปแล้วก็คือ กกต.ได้มีมติเห็นชอบให้ประกาศผู้ได้เลือกครบทั้ง 200 คน เพื่อให้เปิดสภาฯได้ ส่วนสำรองจะเหลือ 99 คน เพราะกลุ่ม 18 เหลือสำรองอยู่ 4 คน ซึ่งผู้ที่ได้ประกาศรับรองทั้ง 200 คน ให้มารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกเป็น สว. เพื่อเป็นหลักฐานในการรายงานตัวกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30-16.30 น.

รายงานข่าวแจ้งว่า บุคคลที่ถูก กกต.ระงับสิทธิชั่วคราวหรือแจก ‘ใบส้ม’ คือ คอดียะฮ์ ทรงงาม ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.อ่างทอง ลำดับที่ 4 กลุ่ม 18 กลุ่มสื่อสารมวลชน โดยระบุในประวัติการทำงานว่า “ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายหมู่บ้าน เป็นประชาสัมพันธ์อำเภอไชโย” 

โดยจากการตรวจสอบพบว่า คอดียะฮ์ เป็นที่ปรึกษา นายก อบจ.อ่างทอง คือ ศาลฎีกาวางแนวเอาไว้ว่า การเป็นที่ปรึกษานายก อบจ.ถือเป็นผู้บริหารท้องถิ่น จึงถูกระงับสิทธิชั่วคราว ทำให้เลื่อน ว่าที่ พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ลำดับที่ 11 ซึ่งอยู่ในบัญชีสำรองเลื่อนขึ้นมาอยู่ในบัญชีตัวจริงลำดับ 10 โดย ว่าที่ พ.ต.กรพด อดีตประธานรุ่น 5 หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร (พคบ.) ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มาแทน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์