เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรสัญชาติไทยทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีจำนวน 65,106,481 คน ซึ่งจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 162,766 คนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คน
ทั้งนี้ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดที่คำนวณจากจำนวนราษฎรสัญชาติไทย ทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เปลี่ยนแปลงใน 8 จังหวัด แบ่งเป็นจังหวัดที่มีจำนวน ส.ส.ลดลง 4 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย จะมี ส.ส. 7 คน เชียงใหม่จะมี ส.ส. 10 คน ตากจะมี ส.ส. 3 คน และสมุทรสาคร จะมี ส.ส. 3 คน
ส่วนจังหวัดที่มีจำนวน ส.ส. เพิ่มขึ้น 4 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี จะมี ส.ส. 10 คน ลพบุรีจะมี ส.ส. 5 คน นครศรีธรรมราช จะมี ส.ส. 10 คน และปัตตานี จะมี ส.ส. 5 คน
อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด จะได้จัดทำและประกาศรูปแบบ การแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชน ในจังหวัดเป็นเวลา 10 วัน นับแต่วันปิดประกาศ ในระหว่างวันที่ 4 – 13 มีนาคม 2566
ทั้งนี้ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดที่คำนวณจากจำนวนราษฎรสัญชาติไทย ทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เปลี่ยนแปลงใน 8 จังหวัด แบ่งเป็นจังหวัดที่มีจำนวน ส.ส.ลดลง 4 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย จะมี ส.ส. 7 คน เชียงใหม่จะมี ส.ส. 10 คน ตากจะมี ส.ส. 3 คน และสมุทรสาคร จะมี ส.ส. 3 คน
ส่วนจังหวัดที่มีจำนวน ส.ส. เพิ่มขึ้น 4 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี จะมี ส.ส. 10 คน ลพบุรีจะมี ส.ส. 5 คน นครศรีธรรมราช จะมี ส.ส. 10 คน และปัตตานี จะมี ส.ส. 5 คน
อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด จะได้จัดทำและประกาศรูปแบบ การแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชน ในจังหวัดเป็นเวลา 10 วัน นับแต่วันปิดประกาศ ในระหว่างวันที่ 4 – 13 มีนาคม 2566



