วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารเผยแพร่ข่าวผลการพิจารณากำหนดจำนวนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566
โดยให้ความเห็นชอบรูปแบบที่พรรคการเมืองแสดงความเห็นด้วยจำนวนมากจากการหารือร่วมกันระหว่าง กกต.และพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีรายละเอียดดังนี้
1.การคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.แต่ละครั้ง ให้คำนวณตามค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้งระหว่างระยะเวลาดังนี้
-การเลือกตั้งทั่วไปจากการครบอายุของสภาฯ ให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่ 180 วัน ก่อนวันที่ กกต. ประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
-กรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปจากการยุบสภาฯ หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ยุบสภาฯ หรือวันที่ตำแหน่งว่างลง แล้วแต่กรณีจนถึงวันเลือกตั้ง
2.ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. ดังนี้
-กรณีการเลือกตั้งทั่วไปจากการครบอายุของสภาฯ ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 7,000,000 บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน)
-กรณียุบสภาฯ หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 1,900,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนบาทถ้วน)
3.พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.
-กรณีครบอายุสภาฯ ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 163,000,000 บาท (หนึ่งร้อยหกสิบสามล้านบาทถ้วน)
-กรณียุบสภาฯ หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ต้องใช้จ่าย ไม่เกิน 44,000,000 บาท (สี่สิบสี่ล้านบาทถ้วน)
-กรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อผู้ใดของพรรคการเมืองได้ใช้จ่ายไปเพื่อการเลือกตั้งเป็นจำนวนเท่าใด ให้นับรวมเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองด้วย
4.กรณีที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ในเขตเลือกตั้งใด ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ ดังนี้
-เขตเลือกตั้งใดที่ต้องดำเนินการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายไม่เกิน 950,000 บาท (เก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
-เขตเลือกตั้งใดที่ไม่ต้องดำเนินการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายไม่เกิน 630,000 บาท (หกแสนสามหมื่นบาทถ้วน)
ส่วนกรณีที่ กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ในเขตเลือกตั้งใด ที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็น ส.ส.ในเขตเลือกตั้งนั้น และต้องรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 126 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566
ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่เกิน 950,000 บาท (เก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
สำหรับกรณีที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว และมีเหตุให้ต้องมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่เกิน 1,900,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนบาทถ้วน)
โดยให้ความเห็นชอบรูปแบบที่พรรคการเมืองแสดงความเห็นด้วยจำนวนมากจากการหารือร่วมกันระหว่าง กกต.และพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีรายละเอียดดังนี้
1.การคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.แต่ละครั้ง ให้คำนวณตามค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้งระหว่างระยะเวลาดังนี้
-การเลือกตั้งทั่วไปจากการครบอายุของสภาฯ ให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่ 180 วัน ก่อนวันที่ กกต. ประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
-กรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปจากการยุบสภาฯ หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ยุบสภาฯ หรือวันที่ตำแหน่งว่างลง แล้วแต่กรณีจนถึงวันเลือกตั้ง
2.ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. ดังนี้
-กรณีการเลือกตั้งทั่วไปจากการครบอายุของสภาฯ ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 7,000,000 บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน)
-กรณียุบสภาฯ หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 1,900,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนบาทถ้วน)
3.พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.
-กรณีครบอายุสภาฯ ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 163,000,000 บาท (หนึ่งร้อยหกสิบสามล้านบาทถ้วน)
-กรณียุบสภาฯ หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ต้องใช้จ่าย ไม่เกิน 44,000,000 บาท (สี่สิบสี่ล้านบาทถ้วน)
-กรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อผู้ใดของพรรคการเมืองได้ใช้จ่ายไปเพื่อการเลือกตั้งเป็นจำนวนเท่าใด ให้นับรวมเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองด้วย
4.กรณีที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ในเขตเลือกตั้งใด ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ ดังนี้
-เขตเลือกตั้งใดที่ต้องดำเนินการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายไม่เกิน 950,000 บาท (เก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
-เขตเลือกตั้งใดที่ไม่ต้องดำเนินการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายไม่เกิน 630,000 บาท (หกแสนสามหมื่นบาทถ้วน)
ส่วนกรณีที่ กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ในเขตเลือกตั้งใด ที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็น ส.ส.ในเขตเลือกตั้งนั้น และต้องรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 126 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566
ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่เกิน 950,000 บาท (เก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
สำหรับกรณีที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว และมีเหตุให้ต้องมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่เกิน 1,900,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนบาทถ้วน)






