'เลขาฯ กกต.’ เผยภาพรวมเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยดี

1 ก.พ. 2569 - 14:03

  • แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภาพรวมของการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งในและนอกเขตเลือกตั้ง

'เลขาฯ กกต.’ เผยภาพรวมเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยดี

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภาพรวมของการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งในและนอกเขตเลือกตั้ง ว่า จำนวนลงทะเบียนล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง 8,610 คน ลงทะเบียนล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 2,206,138 คน และลงทะเบียนสำหรับผู้พิการทุพพลภาพผู้สูงอายุ 1,666 คน โดยมีหน่วยเลือกตั้งในเขต521 แห่ง นอกเขตเลือกตั้ง 524 แห่ง สำหรับผู้พิการผู้ทุพพลภาพ และผู้สูงอายุ 22 แห่ง ภาพรวมตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่เปิดให้มีการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้การออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมากๆที่สุดคือ เขตบางกะปิ จำนวน 5.8 หมื่นคน มีบางหน่วยที่สถานที่อาจจะไม่พอกับจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ หรือบางพื้นที่มีปัญหาการจราจรหนาแน่น เท่าที่ได้รับรายงานของเขตบางกะปิ จตุจักร เชียงใหม่ มีการลงทะเบียนมากกว่า 5 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเรียบร้อย แต่มีที่บางเขตในกทม. ที่มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1 หมื่นคน อาจจมีปัญหาการจราจรบ้าง แต่มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งได้รวดรวดเร็ว 

สำหรับบางพื้นที่ อาจจะมีบางเหตุการณ์ที่ไม่เรียบร้อย คือ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดชลบุรี ที่มีปัญหาในส่วนเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของผู้สมัครลำปางที่ติดหน้าหน่วย ไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของพรรคประชาชน หมายเลข 8 เนื่องจากเกิดความผิดพลาด โดยจังหวัดลำปางส่งเอกสารแนะนำตัวผู้หมายเลข 6 มาซ้ำ 2 ใบ แต่ไม่มีหมายเลข 8 ขอย้ำว่าเป็นความผิดพลาดในการจัดส่ง ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางชลบุรีได้มีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว  

ส่วนสถานการณ์อื่นๆ ขณะนี้ได้รับรายงานว่า มีประชาชนบางคนเมื่อใช้สิทธิแล้ว ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ตนเองเลือกใคร กาหมายเลขอะไรบ้าง ตรงนี้อยากให้ระมัดระวัง เพราะอาจจะนำไปสู่การร้องเรียน ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม แต่ทั้งนี้ ก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่า เป็นการแสดงความเห็นโดยเจตนาอะไร ซึ่งอาจจะถูกร้องเรียนว่า ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็ได้ 

ขณะที่กรณีการซื้อเสียง แสวง กล่าวถึง จากการรายงานของจังหวัดที่ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เรามีชุดเคลื่อนที่เร็ว ที่ใช้ตำรวจเกือบครึ่งประเทศ ชุดป้องกัน ป้องปรามในการหาข่าวไม่ให้ซื้อเสียงได้ โดยในการข่าวเราพบว่า มีการเคลื่อนไหว แต่ยังไม่มีการกระทำเกิดขึ้น ผู้สมัครยังดำเนินการไม่ได้ นี่เป็นผลจากการที่เราเน้นเรื่องการป้องกัน เรารู้ปัญหานี้ดี จึงได้เน้นการหาข่าวแล้วป้องกัน ตอนนี้ยังไม่มีประเด็น แต่มีเรื่องการร้องเรียนการหาเสียงทางโซเชียลมากกว่า  

แสวง ยังชี้แจงกรณีที่เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่า เตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียง ว่าตามกฎหมายแล้ว มาตรา 73 ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียม หรือการไปซื้อเสียง เป็นความผิด ทั้ง 2 อย่าง เมื่อวาน (31 ม.ค.) ตนเองอาจจะพูดเร็วไป ตนเองต้องการสื่อสารว่า การเตรียมการนั้นอยู่ในที่ลับ การจะจับก็ทำได้ยาก จึงต้องเน้นไปที่การป้องปราม ช่วงเตรียมการเราจึงเน้นเรื่องการหาข่าว หรืออย่างเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งข้อมูลมา ก็จะประกับการสอบสวนว่า คนไปเบิกเงินนั้น มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติหรือไม่ เป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือไม่ เบิกเงินมาเพื่ออะไร และได้นำเงินไปใช้อะไรบ้าง  

ทั้งนี้ ตอนนี้เป็นขั้นตอนจังหวัดในการดำเนินการป้องปราม ซึ่งทางจังหวัดจะมีบัญชีหัวคะแนนอยู่  เขาจะประเมินพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่สีแดง แข่งขันเข้มข้น การทำงานในพื้นที่ ก็จะร่วมกับหลายหน่วย ทั้งตำรวจ ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และภาคประชาชน  

“ผมเชื่อว่าคนมีตังค์ แต่การจะไปจับคนช่วยเตรียมการนั้น ยากกว่าการป้องกัน การเตรียมการผิดอยู่แล้ว แต่เวลาเราสงสัย เราไม่สามารถไปค้นได้ทันที ต้องมีหมายค้น ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ต่างจากการซื้อเสียง ซื้อแล้วจะมีหลักฐานพอสมควร แต่เรื่องการเตรียมการนั้น การข่าวเราต้องดี และต้องมีหลักฐานสามารถออกหมายจับ ล็อคตัวได้เลย” เลขาธิการกกต.กล่าว 

สำหรับกรณีปรากฏมีผู้โพสต์ มีการซื้อเสียงหัวละ 7 พันบาท ที่ภาคอีสานนั้น แสวง กล่าวว่า มีการตรวจสอบแล้ว ที่จริงไม่ใช่เงินซื้อเสียง แต่บุคคลดังกล่าวขายของในตลาดแล้วโพสต์ลงในอิสตราแกรม และมีคนไปแคปหน้าเพจของแม่ค้ารายนั้น เพื่อไปทำคอนเทนต์ว่ามีการซื้อเสียง ซึ่งทาง กกต.ก็รู้ตัวคนแคป และคนโพสต์แล้ว เรากำลังไปสอบทั้ง 3 คน อยู่  

เมื่อถามถึงกรณีมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีพฤติกรรมเหมือนหัวคะแนน จะมีการตรวจสอบหรือดำเนินการอย่างไรหรือไม่ แสวง กล่าวยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน เจ้าหน้าที่ไปเป็นหัวคะแนนไม่มี เพราะขนาดญาติผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียง เราจะไม่ตั้ง ถ้าไปเป็นหัวคะแนนยิ่งไม่ใช่เลย และก่อนตั้งเราได้มีการตรวจสอบแล้ว  

เมื่อถามต่อถึงการรายงานข่าวว่า อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ออกมาแฉ มีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข เรียกประชุม อสม. และพูดจาโน้มน้าว เพื่อให้ลงคะแนนช่วยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. เขต 3 ศรีสะเกษ แสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ตนขอไปตรวจสอบดูหลักฐานก่อน เราเป็นกรรมการ เราไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์