เลือกตั้ง 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งสัญญาณเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย หลังศาลฎีกามีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. บางราย พร้อมเตือนประชาชนผู้ใช้สิทธิ หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพหรือโพสต์แสดงตัวเลือกลงคะแนนผ่านโซเชียลมีเดีย หวั่นเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง
วันนี้ (8 ก.พ. 2569) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกามีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ว่า การดำเนินคดีต่อผู้สมัคร รวมถึงหัวหน้าพรรคการเมืองที่ลงนามรับรองการสมัคร จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก
แสวง ระบุว่า หากเป็นความผิดเฉพาะตัวของผู้สมัคร เช่น มีคำพิพากษาถึงที่สุดมาก่อน หัวหน้าพรรคอาจไม่ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้รับรองเฉพาะคุณสมบัติของผู้สมัคร ซึ่งตัวผู้สมัครต้องทราบอยู่แล้วว่าตนมีสิทธิหรือไม่ ส่วนหัวหน้าพรรคจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ ต้องพิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดไว้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบต่อพรรคการเมือง หากผู้สมัครที่ถูกถอดรายชื่อได้รับเลือกตั้งไปแล้ว เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่หากกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่า หากกรณีลุกลามไปถึงความรับผิดของหัวหน้าพรรค ก็ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ และยังไม่สามารถให้ความเห็นล่วงหน้าได้ในขณะนี้
ขณะเดียวกัน ฝ่ายกฎหมาย กกต. ได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งถ่ายภาพบัตรประชาชนคู่กับบัตรลงคะแนนที่พับเรียบร้อย ก่อนหย่อนลงหีบบัตร และนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า แม้กฎหมายจะไม่ได้ห้ามการถ่ายภาพภายในหน่วยเลือกตั้งโดยตรง แต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 97 ได้ห้ามไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนแล้ว
บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง โดยเฉพาะการนำภาพบัตรเลือกตั้งไปใช้เป็นหลักฐานในการรับเงินซื้อเสียงภายหลัง ซึ่งแตกต่างจากกรณีที่สื่อมวลชนถ่ายภาพการมาใช้สิทธิของบุคคลสำคัญเพื่อการรายงานข่าว
กกต. จึงขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพหรือโพสต์บัตรเลือกตั้งผ่านโซเชียลมีเดีย เนื่องจากอาจถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานร้องเรียน และนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย จนต้องเข้าสู่การต่อสู้คดีในชั้นศาลภายหลัง




