ผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีลงเฉพาะตัว เมื่อวันพุธที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา
แม้จะทำให้นายศักดิ์สยาม “ติดโทษแบน” ทางการเมือง ไม่สามารถกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้ภายในสองปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (8)
แต่ด้วยมูลเหตุแห่งคดี จากการกระทำความผิดดังกล่าว อันเป็นการกระทำต้องห้ามในรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 เรื่องการถือครองหุ้นนอมินี
จึงเป็นสารตั้งต้นนำไปสู่คดีความอีกหลายคดี อาทิ คดีฟอกเงิน คดีฮั้วประมูล คดีปลอมแปลงเอกสาร ใช้เอกสารปลอม คดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ และคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
โดยคดีที่ว่าข้างต้น มีทั้งของเก่าที่มีผู้ยื่นร้องไว้แล้วและที่ไปยื่นร้องใหม่เพิ่มเติม ซึ่งล้วนแต่สาหัสสากรรจ์ มีปลายทางอยู่ที่การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตทั้งสิ้น แถมยังมีโทษทางอาญาตามมาอีก
จึงเป็นมรสุมชีวิตของศักดิ์สยาม ที่กำลังพาตัวเองก้าวเดินเข้าสู่หลักประหารทางการเมือง?!
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ก็เลี่ยงไม่พ้นต้องรับผลของกรรมที่ศักดิ์สยามก่อขึ้นในฐานะกรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะคดียุบพรรคที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ไปยื่นต่อ กกต.ไว้ในวันที่ 17 มี.ค.66 ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง
เรื่องที่ชูวิทย์ไปยื่นไว้ มีทั้งการถือหุ้นนอมินีและการรับเงินบริจาคเข้าพรรค จากนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ ที่เป็นนอมินีและจาก หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อันเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้ตัดสินให้ศักดิ์สยามสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีลง
การรับเงินบริจาคในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายความผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 72 หรือไม่
ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวไว้หลายเรื่องที่ลูกพรรคถูกดำเนินการ ทั้งกรณีของ ‘เจ๊เปี๊ยะ’ นางนาที รัชกิจประการ แม่ทัพหญิงภาคใต้ ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีวิต พร้อมกับอีกสองอดีต สส.พัทลุง คดีเสียบบัตรแทน
และการแจกใบแดงนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย รวมถึงกรณีนายศักดิ์สยาม ที่นายอนุทิน บอกไว้แบบปลงๆ ประหนึ่งเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นว่า
“กัมมุนา วัตตตี โลโก : สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม สุดท้ายทำอะไรไว้ก็จบที่ศาล”
แต่หลังรู้ผลคำวินิจฉัยกรณีนายศักดิ์สยาม เมื่อถูกถามถึงการยุบพรรคภูมิใจไทย ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา นายอนุทิน แทนคำตอบสั้นๆ ด้วยการใช้คำพูดพยางค์เดียวว่า “ตุยย์” ซึ่งเป็นคนละอารมณ์กับที่ได้พูดไว้
นายอนุทิน อาจจะมั่นอกมั่นใจว่า กรณีของศักดิ์สยาม เป็นเรื่องส่วนตัวที่แม้จะมีความเชื่อมโยงมาถึงพรรค แต่ก็ไม่ให้ราคาพอที่จะนำไปสู่การยุบพรรคได้ ประมาณนั้น
แต่จากข่าวความเคลื่อนไหวที่ออกมาจากพรรคภูมิใจไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มพูดถึงการวางตัวทายาททางการเมือง รุ่นที่ 3 รองรับสถานการณ์แบบตกกระไดพลอยโจนกันบ้างแล้ว
จึงทำให้ชื่อของ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่ ‘เศรณี ชาญวีรกูล’ และอีกคนอยู่ในตระกูลรัชกิจประการ ที่ต่างล้วนเป็นทายาทการเมืองรุ่น 3 ที่วางตัวให้มารับไม้ต่อในอนาคต ถูกนำมาพูดถึงเร็วขึ้น
ซึ่งอยู่ระหว่างการชั่งใจว่า จะให้ ‘ไชยชนก’ ลัดคิวขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคแทนศักดิ์สยาม ที่ลาออกไปในช่วงนี้เลย หรือจะให้ใครคนใดคนหนึ่งในพรรค อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ หรือนายทรงศักดิ์ ทองศรี มานั่งขัดตาทัพไปก่อน
จากนั้น เมื่อถึงเวลาอันสมควร หรือเคราะห์หามยามร้ายพรรคถูกยุบขึ้นมาจริงๆ พวกแถวสองต้องมีอันเป็นไปถูกตัดสิทธิ์การเมืองกันยกเข่ง ค่อยให้เป็นหน้าที่ของทายาทรุ่น 3 ออกมารับไม้ต่อกันตอนนั้น
เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว วิบากกรรมของ ‘ศักดิ์สยาม’ ในวันนี้ ที่กำลังจะนำไปสู่การปิดฉากชีวิตการเมือง จึงเป็นการนับถอยหลังพรรคภูมิใจไทยไปด้วยในคราวเดียวกัน




