เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาในกรณี ร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ฉลาก พร้อมทั้งข้อความคำเตือน สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตหรือนำเข้า พ.ศ. ... ที่บังคับให้ต้องปิดรูปภาพและข้อความคำเตือน ที่มีลักษณะเป็นภาพถ่ายแสดงความรุนแรง ลงบนพื้นที่ไม่น้อยกว่า 30% หรือ 50% ของพื้นผิวบรรจุภัณฑ์ และแน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมมีผู้คัดค้าน
โดยวันนี้ สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ ร่วมกับ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.สาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร และ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล ได้รับหนังสือคัดค้านหลักเกณฑ์ดังกล่าวจาก เจริญ เจริญชัย อาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนราชมงคลธัญบุรี พร้อมด้วยตัวแทนผู้ประกอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เจริญ กล่าวว่า การดำเนินการเช่นนี้ ทำให้เห็นว่าหน่วยราชการไม่สนใจประชาชนและผู้ประกอบการ ว่าจะได้รับผลกระทบอย่างไรที่ผลักดันนโยบายสุดโต่ง เป็นการโยนหินถามทาง และจะทำให้ผู้ผลิตที่เป็น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ หายไปครึ่งหนึ่ง เพราะต้องทำฉลากพิมพ์ 4 สีใหม่ เพื่อติดลงบรรจุภัณฑ์ ดังนั้น จึงมายื่นหนังสือถึงคณะ กมธ.เศรษฐกิจฯ เพื่อให้เชิญหน่วยงานราชการมาพูดคุย
ด้านเท่าพิภพ ระบุว่า เรื่องการติดฉลากเป็นรูปน่ากลัว ที่รับฟังความคิดเห็นอยู่ ถือเป็นประเด็นสำคัญในสังคม ส่วนกรณีมีโฆษกพรรคการเมือง และโฆษกของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค อ้างว่าตนเองบิดเบือนข้อมูลเรื่องนี้ เท่าพิภพชี้แจงว่า หากไปดูตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข นั่งหัวโต๊ะ จะหาว่าตนบิดเบือนได้อย่างไรก็ไม่ทราบ ดังนั้น อยากให้มีวุฒิภาวะหน่อย
อย่างไรก็ตาม เท่าพิภพ บอกว่า ยังชื่นใจที่มี นพ.ทศพร มาด้วย มีตัวแทนทั้ง 2 ฟากฝั่งของการเมือง ฝ่ายค้านและรัฐบาล จึงน่าจะมีข้อสรุปที่ดีไปพิจารณา เบื้องต้น ได้ยินว่าเรื่องการติดฉลากนี้จะไม่ผ่าน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
นพ.ชลน่าน ดูแลกำกับข้าราชการได้ดีแค่ไหน การปรับคณะรัฐมนตรีก็ใกล้เข้ามาแล้ว ซึ่งเดือนหน้าจะมีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าสภาฯ ผมและพรรคก้าวไกลได้เสนอร่างยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับนี้ ซึ่งคิดว่าข้าราชการออกกฎ ใช้กฎหมายเอง เป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามหลักนิติรัฐ-นิติธรรม ดังนั้น ถ้ารัฐมนตรีที่เป็นเจ้ากระทรวงเอง มีความรับผิดชอบ มาจากการเลือกตั้ง มาจากฝั่งการเมือง ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้
— เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
ขณะที่ สิทธิพล มองว่าเรื่องนี้กระทบอย่างน้อย 3 มิติ ได้แก่ การสร้างงาน สร้างรายได้ในธุรกิจกลางคืน, กระทบธุรกิจระดับชุมชน เป็นการกีดกันในการเสนอสินค้า และกระทบกับ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน
ส่วนทาง นพ.ทศพล กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลสุขภาพจะต้องสมดุลกัน ดังนั้น ขออนุญาตร่วมทำงานเรื่องนี้กับคณะ กมธ.เศรษฐกิจฯ ต่อไป




