‘ปชป.’ ประกาศทวงคืน เอกราชสิ่งแวดล้อม! นักวิชาการคาด ปี 2030 กทม. เสี่ยงจมน้ำมากขึ้น

5 พ.ย. 2567 - 16:15

  • ‘ประชาธิปัตย์’ จัดเสวนา ‘ทางรอดกรุงเทพ วิกฤติน้ำท่วม’ ปลุกคนไทยถึงเวลาทวงคืนเอกราชสิ่งแวดล้อม!

  • ชี้ กทม. จมน้ำไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ เตือนถ้าไม่เริ่มวันนี้ก็ไม่รอด

  • ‘นักวิชาการ’ คาด ปี 2030 กรุงเทพฯ เสี่ยงจมน้ำมากขึ้น และในปี 2100 กรุงเทพฯ จะถูกน้ำท่วมเกือบหมด

environment_bkk_5_nov_2024_SPACEBAR_Hero_6981458995.jpg

พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานเสวนา เดโมแครต ฟอรั่ม ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ ทางรอดกรุงเทพ : วิกฤติน้ำท่วม ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดย เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ได้เล็งเห็นว่าน้ำท่วมเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในทุกปี และอาจส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ที่มีความเสี่ยงต่อการจมน้ำ เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมจาก 3 ปัจจัย คือ 1.น้ำเหนือ 2.ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักกว่าปกติ และ 3. ระดับน้ำทะเลที่หนุนสูงขึ้นทุกปี 

จึงได้เชิญวิทยากรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ มาร่วมกันเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อแนวทางการป้องกันกรุงเทพฯ ไม่ให้ต้องจมน้ำอย่างถาวรในอนาคต

4_V4_A6203_eb36fc47c3.jpg

หนึ่งในนั้น คือ เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเปิดเสวนาว่า ปัจจัยเหล่านี้ถึงแม้จะเกิดจากธรรมชาติ แต่ก็เป็นเพราะฝีมือมนุษย์ที่ทำลายธรรมชาติจนสภาวะโลกเดือด สร้างความเสียหายไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่ยังกระทบไปทั่วโลก ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงนี้ ทำให้กรุงเทพมหานครอยู่ในความเสี่ยงทั้งจากปริมาณน้ำมาก และความเสี่ยงจะจมน้ำเพิ่มขึ้นทุกปี  ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ทั้งด้านเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสุขพลานามัย ทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วมก็มักจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ตามมา

“สภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและของโลกเปลี่ยนไปมาก วันนี้ประเทศไทยได้เสียเอกราชทางสิ่งแวดล้อมไปแล้ว  ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทั้งประเทศต้องลุกขึ้นมาทวงคืนเอกราชทางสิ่งแวดล้อม วันนี้คนไทยตายด้วยโรคมะเร็ง 1 วัน ไม่น้อยกว่า 200 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ผมมองว่าจะให้กระทรวงสาธารณสุขมารับผิดชอบแค่เพียงปลายทางอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เราต้องใช้งบซักกี่แสนล้านก็ไม่เพียงพอ แต่เราจะต้องหันมาพูดกันทุกกระทรวงที่เกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน เพราะฉะนั้นในเวทีนี้ผมถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการทวงคืนเอกราชทางสิ่งแวดล้อมให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน”

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอจาก อลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดถึงการเตรียมแผนรับมือสำหรับเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไว้ 3 ระดับ: ระดับประเทศ ระดับเมืองหลวง (กรุงเทพฯ) และระดับเมืองในภูมิภาค เพื่อสร้างบทเรียนและวิสัยทัศน์ให้กับประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

“นี่เป็นเพียง อีพี 1 ทางรอดกรุงเทพฯ วิกฤติน้ำท่วม แต่ยังมีปัญหาขยะหมื่นตันต่อวัน ที่วันนี้ต้องใช้เงินนับหมื่นล้านเพื่อจัดการ ยังมีปัญหา PM 2.5 อากาศเสีย น้ำเสีย การจราจรติดขัด ปัญหาชุมชน โอกาสของความเป็นจริงได้เริ่มต้นแล้ว ถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ก็ไม่มีทาง เพราะปัญหาเหล่านี้ไม่ได้แก้ไขได้ในวันเดียว และต้องทำงานร่วมกันทั้งหมดแบบไร้รอยต่อ การเมืองยุคใหม่ต้องไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ใครทำงานได้ดีก็จะได้รับศรัทธาจากประชาชน”

อลงกรณ์ กล่าว

4_V4_A6264_efb7feb37a.jpg

ขณะที่ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงข้อมูลให้เห็นว่า กรุงเทพฯ มีแนวโน้มเผชิญปัญหาน้ำท่วมรุนแรง จำเป็นต้องใช้แนวทางวิศวกรรม เช่น ระบบแก้มลิงแบบใต้ดินที่กรุงโตเกียวใช้ เพื่อลดความเสี่ยงและสะสมปริมาณน้ำส่วนเกิน การป้องกันวิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ จึงควรเป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองช่วยกันผลักดัน

ด้าน รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบุว่า สถานการณ์น้ำฝนกับความสามารถในการรับน้ำของ กทม. หากฝนตก 50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ใน 100 ปี กทม.จะถูกน้ำท่วมเป็นพื้นที่กว้าง และมีปริมาณน้ำสูง 50 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร  หากไม่มีการวางแผนถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก

4_V4_A6486_d86c7f2d4f.jpg

อีกทั้งน้ำเหนือจากลุ่มเจ้าพระยาตอนบนและตอนล่างมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ส่วนสถานการณ์น้ำทะเลหนุน มีการคาดการณ์ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี พ.ศ. 2554 ถือเป็นสถานการณ์น้ำท่วมหนักในรอบ 50 ปี จากการใช้ข้อมูลในอดีตมาประเมิน แต่ในอนาคตข้างหน้าเหตุการณ์น้ำท่วมเหมือนเช่นปี 54 จะเกิดน้ำท่วมขึ้นในรอบ 10 ปีเท่านั้น 

รศ.ดร.เสรี ยังระบุว่า กทม. กำลังเข้าใกล้สถานการณ์น้ำท่วมเต็มพื้นที่เร็วๆนี้ ในอีก 6 ปี ข้างหน้า คือ ปี 2030 พื้นที่น้ำท่วมใน กทม.จะขยายกว่าขึ้น ในปี 2050 จะมีระดับน้ำทะเลที่หนุนสูงและมีน้ำเหนือที่มีปริมาณมากขึ้น และจะทำให้กรุงเทพฯ มีลักษณะกลายเป็นแซนด์วิช และปี 2070 ก็กินพื้นที่เพิ่มขึ้น และในปี 2100 พื้นที่กรุงเทพมหานครก็จะถูกน้ำท่วมเกือบทั้งหมด

4_V4_A6541_20482ccadd.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์