มติ กกต. ไม่นับใหม่ จ.ชลบุรี เขต 1 สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยเลือกตั้ง 3 จังหวัด 22 ก.พ.

12 ก.พ. 2569 - 19:09

  • ‘กกต.' แถลงมติ 'ชลบุรี เขต 1' ไม่นับใหม่ เหตุไม่ปรากฏหลักฐาน เคาะเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. นี้ 3 หน่วยเลือกตั้ง กทม. แขวงคันนายาว ทั้ง สส.-ประชามติ ขณะที่ จ.น่าน สส.แบบเขต จ.อุดรธานี สส.บัญชีรายชื่อ ส่วน จ.ปทุมธานี นับใหม่แค่ นอกเขต-นอกราชอาณาจักร

มติ กกต. ไม่นับใหม่ จ.ชลบุรี เขต 1 สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยเลือกตั้ง 3 จังหวัด 22 ก.พ.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมแถลงข่าวการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง 

ณรงค์ ระบุว่า ขอแถลงความจริงทุกประเด็นไม่มีปิดบัง ยินดีให้ซักถาม เพราะถือว่า กกต.ทําหน้าที่ในการจัดการการเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ตามระเบียบทุกอย่าง  

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวสรุปภาพรวมว่า วันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติเรื่องแรกสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ดังนี้ กรณีที่กรุงเทพมหานคร แขวงคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ซึ่งในคืนวันเลือกตั้ง มีพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้บัตรเลือกตั้งและแบบขีดคะแนน เกิดความชำรุดเสียหาย กกต. อาศัยอำนาจตามมาตรา 121 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. จึงมีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้งของทั้ง สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 22 ก.พ. 

สําหรับกรณีจังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 อําเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 บริเวณตําบล ไชยสถาน ที่กรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ได้ประกาศงดการนับคะแนน สืบเนื่องจาก ระหว่างการนับคะแนน พบว่า กปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งทําให้คร่อมกับหมายเลขผู้สมัคร และทําให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ ว่าบัตรเลือกตั้งเป็นบัตรดีหรือบัตรเสียอย่างไร จนทําให้การนับคะแนนไม่สามารถดําเนินการได้ กกต. อาศัยอำนาจตามมาตรา 121 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. จึงมีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ในวันที่ 22 ก.พ. 

ขณะที่จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตําบลโพนสูง กรณีที่ กปน. มีการฉีกบัตรแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่ง กปน.ตรวจพบในขั้นตอนการนับคะแนน จึงประกาศงดนับคะแนน กกต. อาศัยอำนาจตามมาตรา 121 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. จึงมีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้งของ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 22 ก.พ.  

ทั้งนี้ สําหรับจังหวัดน่านและอุดรธานี ได้สั่งให้มีการเปลี่ยนแปลง กปน.ชุดใหม่ ทําหน้าที่ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น  

ส่วนกรณีจังหวัดมหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่ 1 อําเภอเมือง ตำบลท่าสองคอน เนื่องจากคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อน กรณีนี้ กกต.ประจําเขตได้ตรวจสอบรายงานผลคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งแล้ว พบว่ามีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตําบลท่าสองคอน มิได้นํามารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร ซึ่งได้ดําเนินการแก้ไขป้ายรวมคะแนนแล้ว กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าว มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง เป็นไปตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 

ด้านจังหวัดปทุมธานี เขต 7 ซึ่งมีข้อทักท้วงว่ากระบวนการนับคะแนนไม่ชัดเจน เมื่อ กกต.ประจำจังหวัด และประจำเขตได้รับทราบแล้ว จึงสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ โดยมีการแต่งตั้งกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษาร่วมดำเนินการนับคะแนน และทั้ง 2 รอบก็ไม่ได้ทำให้ผลนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เป็นอำนาจของ กกต. กกต.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 124 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ของบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และนอกเขตเลือกตั้งของจังหวัดปทุมธานี บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย  

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังชี้แจงถึงกระบวนการพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เป็นไปได้ 2 กรณี คือ 1.ตามมาตรา 122 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. กรณีที่บัตรเลือกตั้ง และผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน ซึ่งกรณีนี้ กกต.สามารถพิจารณาสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ได้ แต่มีการกําหนดว่ากรณีที่การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม และไม่มีผลทําให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้งนั้น กกต. อาจจะสั่งยุติเรื่องได้  

2.ตามมาตรา 124 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. หรือคือการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริต และเที่ยงธรรม การนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง กกต.จึงจะสามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ 

สําหรับจังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่เกิดขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว มีประชาชนบางส่วน เข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตรนั้น เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้อง เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กกต. จึงมอบหมายให้ นายครรชิต ดำเนินการไต่สวนสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่า กระบวนการเป็นอย่างไร ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า หากระหว่างการนําคะแนนมีข้อบกพร่องผิดพลาด ผู้สังเกตการณ์สามารถทักท้วงคัดค้านระหว่างการนับคะแนนได้ รวมถึงระหว่างการรวมคะแนน จนเสร็จสิ้นการลงคะแนน โดยต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพื่อประกอบการพิจารณา  

ครรชิต จึงอธิบายขั้นตอนการสอบสวนว่า แม้มีผู้ร่วมชุมนุมจริง แต่มีผู้ยื่นคําร้องเพียง 10 ราย ใน 3 ประเด็นคือ ไฟดับในช่วงลงคะแนนเลือกตั้ง, ผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง และการนับคะแนนอ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง และมีผู้ที่เข้ามาให้ถ้อยคํา 6 คน แต่ผู้ที่มาทั้งหมดนั้น ระบุว่า ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง  

เหตุการณ์ไฟดับไม่ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี แต่เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี และมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าในเขตเลือกตั้งที่ 1 มีไฟฟ้าดับจำนวน 4 หน่วยของตำบลแสนสุข มีเพียงหน่วย 36 หน่วยเดียว ที่กปน. หยุดนับคะแนน รอไฟแล้วจึงกลับมานับใหม่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีผู้ทักท้วง  

เรื่องผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ยื่นคําร้องไม่ได้มีการระบุว่าเป็นหน่วยไหน เพียงแต่บอกว่าหน่วยที่ 11-15 ใช้เวลานาน เมื่อเมื่อตรวจพบว่า ใช้เวลาปกติ ใกล้เคียงกัน ไม่มีเหตุผิดปกติ  

ส่วนการนับคะแนนอ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผู้ยื่นคําร้องไม่ได้ระบุว่าเป็นจุดไหน แต่เราตรวจสอบจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 160 วัดกว่าหน่วย ไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน จึงถือได้ว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว   

นอกจากนี้ กกต.ยังให้คณะตรวจสอบข้อเท็จจริงไปตรวจสอบเพิ่มเติม กรณีไม่มีการใช้สายรัด และกรณีแบบขีดคะแนนไปอยู่ในถังขยะ พบว่า จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาซึ่งใช้ศาลาประชาคม แต่มีพื้นที่แคบไม่สะดวก ผอ.เขต และกกต.เขต จึงขอใช้โรงยิมสนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี ที่อยู่ห่างกัน 500 เมตร เพราะเป็นที่ที่รถเข้าออกสะดวก สามารถยุบรวมหีบบัตรตรงนั้นได้ เจตนาคือเพื่อความสะดวก และจากนั้นจึงขนไปที่ศาลาประชาคม เพื่อจัดการให้เรียบร้อย แล้วจึงส่งเข้าโกดัง ซึ่งสํานักงาน กกต.ชลบุรีเช่าอยู่  

โดยมีการดำเนินการไปแล้ว 90% อีก 10% เอกสารต่างๆ ยังกองอยู่ที่พื้นในสนามแบดมินตัน แต่ปรากฏว่า มีมวลชนเข้าไปตรวจสอบ ว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ จึงทําให้ไม่สามารถเคลื่อนรถออกมาได้ มวลชนจึงอ้างว่า เอกสารเก็บมาจากถังขยะ แต่ในโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่กองเอกสารที่เตรียมไว้รอเคลียร์ ไม่ได้ทิ้ง ถูกจัดเก็บอยู่ตรงนั้น  

ส่วนข้อสงสัยเรื่องสายรัด สถานที่ทั้งสองห่างเพียง 500 เมตร ซึ่งได้มีการขอใช้สถานที่ถึงวันที่ 9 ก.พ. จึงต้องเร่งนําออกไปก่อน และตั้งใจว่าจะใช้สายรัดที่ศาลาประชาคม ซึ่งสายรัดที่พบนั้น จริงๆ แล้วเป็นสายรัดที่มาจากหน่วยเลือกตั้ง และมีเผื่อสำรองไว้ เมื่อบรรจุเอกสารในหีบบัตรแล้ว รัดสายรัดนํามาส่ง ผู้ที่อยู่รวมหีบบัตรก็ต้องตัดสายรัดออก แล้วนํามาใส่ถุงรวมกันไว้ตรงนั้น ที่สงสัยว่าทําไมไม่ใช้ คือใช้ไปแล้ว ส่วนที่สมบูรณ์ ก็คือส่วนที่เหลือจากหน่วย 

สรุปว่า ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ การเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ประกอบกับข้อ 223 ของระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เห็นควรยุติเรื่อง  

 เมื่อเกิดเรื่อง กกต. มีการนัดประชุมทันที่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เราต้องมีข้อมูลเพียงพอในการวินิจฉัย จึงแต่งตั้งคณะกรรมการให้ไปสอบข้อเท็จจริง ใช้เวลา 2 วัน จากสํานวนมีการสอบทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ร้องและผู้เห็นเหตุการณ์ แล้วจึงมาชั่งน้ําหนักดู ย้ําว่า เราชั่งน้ําหนักเหมือนกับการเขียนคําพิพากษา ดูความเชื่อมโยงของพยาน ยืนยันว่า กกต.ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงแบบนี้ และเราเราไม่จําเป็นต้องทํา เพราะฉะนั้น นอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว ยังตรวจสอบความชอบในการนับคะแนน และรวมคะแนนด้วย ประเด็นที่เป็นข่าวเราชี้แจงไปแล้วทุกประเด็น เราตรวจสอบทุกมิติดูอย่างละเอียด เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ 

ณรงค์ ยืนยัน

ขณะที่แบบขีดคะแนน สส. 5/11 เมื่อ กปน. ดําเนินการเสร็จ สิ่งที่จะบรรจุอยู่ในหีบบัตรเลือกตั้ง ประกอบด้วย บัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน แยกสามส่วนอยู่ในถุงชั้นใน และถุงชั้นนอกประกอบด้วย เอกสารต่างๆ รวมทั้งแบบขีดคะแนน สส. 5/11 จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง การที่สามารถนําออกมาโชว์ได้ เนื่องจากไม่ได้ใส่ไว้ในถุงชั้นนอก เมื่อแกะหีบบัตรเลือกตั้งออก แบบขีดคะแนนจึงไม่ได้อยู่ในถุง 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีชลบุรีจะดำเนินการอย่างไรต่อ กกต.ไปแจ้งความไว้ เขาแจ้งความกลับว่า กกต.แจ้งความเท็จ ประธาน กกต.กล่าวว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย คิดว่าดำเนินการตามขั้นตอนก็ไม่เป็นไร 

ส่วนกรณีตอนนี้มีการออกมาพูดกันถึงเรื่องบัตรลงคะแนนมีบาร์โค้ด สแกนข้อมูลขั้วบัตรได้ว่า ใครเป็นผู้ออกเสียง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน บัตรเลือกตั้งเป็นบาร์โค้ดคือมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า มันคือบัตรล็อตไหน หน่วยไหน เป็นมาตรการควบคุมของ กกต. เป็นมาตรการชั้นดี รู้ได้เลยว่าที่ไปที่มาอยู่ตรงไหน อย่างไร ไม่ใช่ว่าของพรรคไหน ไม่ใช่แน่นอนอันนี้ยืนยัน 

เมื่อถามถึงกรณีการแจ้งความกับเด็ก กลัวว่าจะทำให้เกิดกระแสลุกฮือจากประชาชนมากกว่านี้หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจประเด็นนี้ กรณีแจ้งความ เป็นกรณีของผู้เสียหายเมื่อ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถือว่าเป็นผู้เสียหาย เพราะฉะนั้นมีการบุกรุกในสถานที่ของเขา เขาต้องตรวจสอบ ต้องแจ้งความ และกรณีมีการนับเอกสารของเขา เป็นเอกสารราชการไปเผยแพร่แบบนี้ ผู้เสียหายเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องมีความจำเป็นต้องแจ้งความ เพื่อเป็นการคุ้มครองตัวเองด้วย เพื่อให้ชัดเจนว่าเอกสารในความรับผิดชอบของเขาไปอยู่ไหน อย่างไร 

ส่วนเช้านี้มีกรณีชายบุกมาปาปลาร้าหน้าสำนักงาน กกต.จะกังวลดำเนินการต่อหรือไม่ เรื่องความปลอดภัย ประธาน กกต.กล่าวว่า เรียนว่า เราทำหน้าที่ของเรา ในการจัดการเลือกตั้ง คิดว่าเราทำเต็มที่ เรื่องความปลอดภัย ตามสื่อก็เห็นอยู่แล้วว่า บางคนดูหมิ่นดูแคลนดูถูกเหยียดหยาม อาฆาตมาดร้ายว่า กกต.คงต้องเปลี่ยนที่นอน ก็ไม่เป็นไร ตนยืนยันมาตลอดว่า เราทำหน้าที่ของเรา ตามกรอบของกฎหมาย เพราะฉะนั้น เราต้องปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความปลอดภัย ทุกคนกลัวกันหมด แต่ว่าก็ต้องทำหน้าที่ 

เมื่อถามถึงการดำเนินการยังล่าช้าอยู่ กลัวหรือไม่ว่ามวลชนอาจลุกฮืออีกหลายจุด ประธาน กกต.กล่าวว่า ความล่าช้าคืออะไร ไม่ใช่ตามอำเภอใจ อย่างชลบุรี ท่านบอกว่าต้องนับทันที ณ หน่วยนั้นถ้ากฎหมายให้ทำได้ เราทำ แต่ว่ากระบวนการขั้นตอน ท่านศึกษา ท่านลองมองอีกมิติหนึ่ง อีกมุมมองหนึ่ง ไม่ต้องเชื่อตนก็ได้ ลองดูอีกมุมหนึ่งที่คนเขาวิพากษ์วิจารณ์ว่า กฎหมายเลือกตั้งมีกระบวนการ มีขั้นตอนวินิจฉัย ชลบุรีเรารีบ เราดำเนินการให้ภายใน 2 วัน ไม่ได้เกิดความล่าช้า และการรับรองการเลือกตั้ง กฎหมายกำหนดให้ 60 วัน เราไม่ได้ล่าช้าเลย และทุกวัน เราทำงานตลอดเวลา เราไม่ได้หยุดทำงาน  

ส่วนเรื่องการประกาศคะแนน จะทยอยประกาศหรือไม่ มีคนอยากให้เราเร่งประกาศคะแนนจังหวัดไม่มีปัญหา และนับใหม่ที่ปทุมธานี กำหนดวันแล้วหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่ย้ำว่า การประกาศผลการนับคะแนนเบื้องต้น แต่ละหน่วยติดประกาศไว้อยู่แล้ว เพียงแต่อยู่ในขั้นตอนรวบรวมแต่ละเขต ประกาศเรียกว่า ส.ส.6/1 เป็นข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่ละจังหวัดเร่งดำเนินการ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาส่งที่สำนักงาน กกต. อีกไม่นานคงได้เปิดเผยให้ทราบ 

ส่วนกรณีนักวิชาการอิสระ ตั้งข้อสังเกตว่า บัตรเลือกตั้ง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ แต่ละหน่วยมีจำนวนไม่ตรงกัน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า โดยหลักการมีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท มีสิทธิแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ โอกาส 2 อย่างแตกต่างกันแทบเป็นไปไม่ได้ การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ อาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนเรื่องการกรอก เพื่อแข่งกับเวลาในคืนนั้น อาจกรอกข้อมูลสลับกันไปบ้าง ผิดพลาดบ้าง ตรงนี้ไม่ถือว่าเป็นผลทางการ เมื่อ กกต.ประกาศ ส.ส.6/1 คือผลที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการ 

ถามย้ำเรื่องบาร์โค้ด แสดงว่าทุกใบในหน่วยนั้นคือบาร์โค้ดเดียวกัน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า บาร์โค้ดคือล็อตสำหรับการจัดพิมพ์ เป็นข้อมูลรู้ที่ไปที่มา ตรงนี้พิมพ์ตรงไหน อย่างไร แจกจ่ายไปที่เขตไหน อย่างไร เป็นมาตรการควบคุม ตรงนี้ไม่มีใครสามารถไปรู้ได้ว่า เป็นข้อมูลของหน่วยไหนอย่างไร เป็นมาตรการที่รักษาความปลอดภัยไว้ 

เมื่อถามถึงในเว็บที่ กกต.ให้มา มีบางจังหวัดไม่สามารถกดไปดูได้ ติดขัดอะไร ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่าที่เข้าไปดูไม่เป็นทางการ กระบวนการอย่างไม่เป็นทางการของเรามันจบแล้ว อยู่ขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้อง ถ้าเป็นประเด็นนี้ เพื่อออก ส.ส.6/1 ส่วนในเว็บไซต์ บางจังหวัดทยอยขึ้น ส.ส.5/18 คือผลคะแนนรายหน่วยแล้ว เชื่อว่าไปตรวจสอบดูได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ 

ขณะนี้ผลคะแนน ส.ส.5/18 ผลคะแนนในแต่ละเขตทั้งล่วงหน้า ในเขต นอกเขต นอกราชอาณาจักร แต่ละเขตรวม 400 เขต ตอนนี้ขึ้นปรากฏขึ้นปรากฏหน้าเว็บไซต์ของ กกต.แล้ว ตอนนี้กำลังตามอยู่ยังขาดบางจังหวัด เร่งรัดให้ดำเนินการแล้วเสร็จ อำนวยความสะดวกให้พรรคการเมือง ผู้สมัคร สื่อ ประชาชนตรวจสอบได้ ขณะนี้ปรากฏว่ามีผู้สมัครบางท่าน หรือสื่อบางท่าน นำข้อมูลที่อยู่ในระบบ ectreport69 ที่เป็นผลคะแนนไม่เป็นทางการ มีบางท่านไปแปลภาษาชื่อสกุลผู้สมัคร หรือพรรคคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดการแชร์ในโลกโซเชียลต่าง ๆ ขออย่ากระทำการดังกล่าว ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนผิดต่อความเป็นจริง ตอนนี้ข้อมูลขึ้นในระบบหน้าเว็บของเรา มีบางท่านสอบถามเปิดจากมือถือไม่ได้ ต้องขออนุญาตตรวจสอบระบบมือถือของท่านสักเล็กน้อยว่าโหลดข้อมูลได้หรือไม่ หรืออัปเดตข้อมูลมือถือให้เป็นปัจจุบันจะเปิดดูได้ 

ประธาน กกต.กล่าวปิดท้ายว่า การนับคะแนนใหม่มันตามมาตลอดเวลา ต้องเข้าใจว่ามีแบบนี้ตลอดเวลา แต่การตรวจสอบมันมีขั้นตอน มีเวลา หลักเกณฑ์จริง ๆ ถ้าเคร่งครัดตามกฎหมาย เดิมมีการปัดตกไปทุกเรื่อง แต่ กกต.ชุดนี้ พยายามให้ท่านตรวจสอบ หรือตรวจสอบเอง เพื่อให้ความจริงมันปรากฏว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไร เป็นไปตามนั้นหรือไม่ แม้ไม่เข้าข้อกฎหมายเป๊ะ ๆ แต่เราพยายามทำให้  

 “อย่างชลบุรี ถ้าดูตามคำร้องชัดเจนว่า 3 ข้อกล่าวหาที่ท่านยื่นคำร้อง ไม่เข้าเหตุเลยในการนับคะแนนใหม่ แต่ กกต.ก็ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ เพื่อจะดูว่าการนับคะแนนมันสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ คิดว่าเราทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง เพื่อให้การเลือกตั้ง เกิดความเชื่อมั่น เกิดความน่าเชื่อถือ แล้ว กกต.ยืนยันว่า เรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เราไม่เคยปิดบัง” ประธาน กกต.กล่าว 

ประธาน กกต.กล่าวด้วยว่า วันนี้ทาง กกต.เอง เห็นว่าเพื่อให้ข่าวสู่พี่น้องตลอดเวลา ก็ได้แต่งตั้งโฆษกของสำนักงาน กกต. คือว่าที่ ร.ต.ภาสกร และทีมงาน เพื่อให้สื่อ และประชาชน ทราบข่าวทุกเรื่อง เราไม่เคยปิดบัง เรื่องข่าวสารข้อมูล การทำความเข้าใจต่าง ๆ เรายินดี ท่านข้องใจตรงไหน มีประเด็นตรงไหนที่ยังสงสัย ไม่ว่าเรื่องการทำงานของ กกต. หรือในเรื่องการเลือกตั้ง ประชามติ หรือเรื่องอื่น ๆ ก็ดี เรายินดีให้ข้อมูลทั้งหมด ตรวจสอบได้ 

เมื่อถามว่า ประเมินการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ผิดพลาดมากน้อย หรือสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ประธาน กกต. กล่าวว่า ประเมินเนี่ยคงประเมินไม่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ท่านต้องประเมินเอง แต่ท่านดูแล้วกันว่า ในการจัดการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 หรือการทำประชามติวันดังกล่าว ในช่วงนั้นมันมีเหตุการณ์ที่ไม่สงบ ไม่เรียบร้อยหรือไม่ แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ท่านคิดเอาเองแล้วกัน เรื่องการนับคะแนนก็ดี เรื่องอำนวยความสะดวกก็ดี คิดว่าท่านคงประเมินถูก ท่านประเมินเองแล้วกัน และขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านที่มาทำข่าว ที่ให้ทาง กกต.ชี้แจงทุกประเด็น 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์