ประเด็นร้อนกรณี ‘อธิบดีอัยการ’ อ้างอาการป่วยของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี “ค่อนข้างวิกฤต” เมื่อวานนี้ (19 ก.พ.) ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างหนักหน่วงว่า “ป่วยจริงหรือไม่?”
ในเรื่องนี้ ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล มองว่า ว่าอาการป่วย ไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ได้รับการประกันตัว แต่โดยพื้นฐาน พรรคก้าวไกลให้การสนับสนุนการได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงต้องสันนิษฐานว่า ‘ทุกคนบริสุทธิ์’ ดังนั้น หากใครไม่ได้รับการประกันตัว ต้องเป็นกรณียกเว้นจริงๆ เรื่องนี้จะต้องมีการปฏิบัติกันอย่างเท่าเทียมทางกฎหมาย และการได้รับการประกันตัวควรเป็นเรื่องทั่วไปสำหรับทุกคน แม้แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาคดี 112 ด้วย
ส่วนอัยการคงไม่มีอำนาจมาวินิจฉัยเรื่องอาการป่วย เพราะต้องว่าตามเอกสารทางการแพทย์ที่จะไปเกี่ยวข้องกับเหตุผลที่ทักษิณ ได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ประกาศของกระทรวงฯ ในการพักโทษ ดังนั้น คนที่ให้คำตอบได้ไม่ใช่อัยการ แต่ต้องเป็นแพทย์ หรือกรมราชทัณฑ์ ซึ่งทางที่ดีที่สุด คนที่เกี่ยวข้องควรออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ทักษิณได้รับสิทธิ์โดยชอบแล้วอย่างไร หากหน่วยงานเกี่ยวข้อง มั่นใจว่าเรื่องนี้ทำถูกต้องแล้ว และเปิดเผยเอกสารทางการแพทย์ เรื่องนี้ก็จบ สังคมจะได้เลิกสงสัยไม่ตั้งคำถามกับรัฐบาล
สถานการณ์ที่ผมคิดว่าเรื่องใหญ่ คือการไปตอกย้ำความรู้สึกของคนไทยจำนวนมาก ที่รู้สึกว่าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องกระบวนการยุติธรรมมีการปฏิบัติต่อประชาชนไม่เท่าเทียมกับ ในกระบวนการนิติรัฐ อภิสิทธิ์ชน ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมืองในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ที่ประชาชนออกมาต่อสู้เพื่อต้องการให้สังคมเป็นประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมแบบสองมารตรฐาน วิธีใดที่คิดว่าจะเป็นการคืนความยุติธรรมให้กับนายทักษิณ ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากอดีตที่ผ่านมา ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยวิธีการตอกย้ำ ผลิตซ้ำความอยุติธรรมที่จะสร้างปัญหา
— ชัยธวัช ตุลาธน
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลมีการเชิญทักษิณ มานั่งที่ปรึกษา จะมีความเหมาะสมหรือไม่นั้น ชัยธวัช มองว่า ทักษิณก็มีสิทธิ์ให้ความเห็นเหมือนประชาชนทั่วไป แต่ก็เป็นวิจารณญาณของรัฐบาล ส่วนจะมีมีอิทธิพลทางการเมืองหรือไม่นั้น ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่าบทบาทของทักษิณ จะมีความสำคัญต่อแกนนำรัฐบาลปัจจุบัน
สำหรับฝ่ายค้าน ก็จะติดตามข้อเท็จจริงว่า มีการใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และคงต้องผลักดันกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรจะได้รับแค่คนใดคนหนึ่ง แต่ควรคืนให้กับทุกคน ทุกฝ่ายที่ต้องคดีความที่มาจากความขัดแย้งทางการเมืองทึ่ผ่านมา
‘ก้าวไกล’ พร้อมเกาะติดข้อมูลตรวจสอบเข้มคู่ขนาน ‘นิรโทษกรรมคดีการเมือง’
สำหรับกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการทำงานของพรรคก้าวไกล ยังตรวจสอบได้ไม่เข้มข้นพอ เมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ ชัยธวัช บอกว่า “เดี๋ยวรอดู ผมบอกแล้วว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องทำ ในฐานะที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ พร้อมๆ กับการผลักดันนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง ซึ่งตอนนี้ พรรคก้าวไกลพูดทุกวันอยู่แล้ว ขอรวบรวบข้อเท็จจริงก่อน”
เมื่อถามว่า สังคมมีการเปรียบเทียบคดีของทักษิณ กับ ‘อานนท์ นำพา’ นักโทษคดี 112 ทางพรรคก้าวไกลมีความเห็นอย่างไร ชัยธวัช กล่าวว่า อย่างที่กล่าวไว้ว่าเรื่องนี้ เป็นการตอกย้ำการเลือกปฏิบัติในทางกฎหมาย และตอกย้ำระบบนิติรัฐ ที่รัฐบาลบอกว่าจะทำให้เข้มแข็ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันทำลายความเชื่อถือของสังคมว่า รัฐบาลไม่ได้มีนิติรัฐสำหรับประชาชน แต่เป็นนิติรัฐแบบอภิสิทธิ์ชน ที่เป็นต้นเหตุความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ส่วนความคืบหน้าของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะมีการนำกรณีของทักษิณ มาเป็นกรณีตัวอย่างหรือไม่นั้น ชัยธวัช ยอมรับว่า ไม่แน่ใจ แต่จุดมุ่งหมายของการนิรโทษกรรม ควรจะครอบคลุมคดีความที่เกึ่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง หรือคดีเกี่ยวเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง
หากคดีใดก็ตามของนายทักษิณ เกี่ยวข้องกับเหล่านี้ ก็ควรมีการนำมาพิจารณา เพราะไม่ได้ตั้งต้นที่ตัวบุคคล ส่วนคดีไหนที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น คดีการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายนี้
— ชัยธวัช ตุลาธน

‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ เตรียมสัญจรเชียงใหม่ 1 มี.ค.นี้ เล็งถกปัญหา ‘ฝุ่นพิษ-ป้องกันไฟป่า’ แย้มจัดกิจกรรมทั้งวัน เน้นประชาชนมีส่วนร่วมได้
สำหรับการจัดกิจกรรม ‘ฝ่ายค้านสัญจร’ เป็นครั้งแรก ชัยธวัช ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า ในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อยุติว่า จะจัดฝ่ายค้านพบประชาชน ในช่วงนี้น่าจะจัดเดือนละ 1 ครั้ง โดยเริ่มวันศุกร์ที่ 1 มี.ค.นี้ ที่ จ.เชียงใหม่ โดยจะเปิดเวทีพูดคุยเรื่องฝุ่นพิษ โดยงานจะจัดทั้งวัน
ในช่วงเช้า จะเป็นเวทีอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และช่วงบ่าย จะร่วมแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และคนในพื้นที่ ซึ่งประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ และช่วงเย็น จะดูในเรื่องการเตรียมพร้อมอาสาสมัครป้องกันไฟป่า ซึ่งผมไปร่วมงานนี้แน่นอน ส่วนพรรคอื่นกำลังจัดสรรบุคลากรอยู่ว่าจะมีใครร่วมเวทีพูดคุยและกิจกรรมอื่นๆ ส่วนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้ร่วมกิจกรรมนี้ด้วย
— ชัยธวัช ตุลาธน
ส่วนจะมีการหารือเรื่องอื่นๆ หรือไม่นั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ บอกว่า กำหนดการที่วางไว้ เน้นเรื่องฝุ่นเป็นหลัก เพราะในพื้นที่กำลังประสบปัญหา หากมีประเด็นเฉพาะหน้าที่สามารถผลักดันร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ และประชาชนในฐานะฝ่ายค้านก็จะทำ ทั้งนี้ มีหลายเรื่องที่อาจต้องพูดถึงปีหน้า อย่างเรื่องใดที่ฝ่ายบริหารควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ คงต้องมีมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่เราอยากร่วมมือกับประชาชนเพื่อผลักดันแก้ปัญหา
ยังไม่กำหนดช่วงเวลา ‘ซักฟอกรัฐบาล’ อยู่ระหว่างเก็บข้อมูล
เมื่อถามว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเริ่มหารือเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้างแล้วหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเก็บข้อมูล ยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลา หากข้อมูลพร้อมเมื่อไหร่ก็ไม่น่าจะช้า ส่วนจะเป็นช่วงเวลาประมาณปลายเดือน มี.ค.-ต้นเดือน เม.ย.หรือไม่นั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป





