ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมการวินัย เปิดเผยความคืบหน้าของการสอบสวนกรณี สส.พรรคก้าวไกล ฝั่งธนบุรี ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ โดยคณะกรรมการวินัยมองว่า เวลานี้ได้ข้อมูลจากฝั่งผู้เสียหายค่อนข้างมากแล้ว เมื่อวานนี้เป็นประเด็นใหม่ที่มีรายละเอียดเพิ่มเติม จึงต้องแจ้งให้ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหารับทราบ ผู้ถูกกล่าวหาจะแก้ไขหรือให้ข้อมูลตรงกันข้ามประการใด
“คาดว่า คณะกรรมการวินัยจะใช้เวลาสอบผู้ถูกกล่าวหาอีกไม่นาน แล้วข้อเท็จจริงก็จะเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเปิดรับฟังความเห็นจากพยานทั้งสองฝ่าย คณะกรรมการวินัยทั้งชุดหลักและชุดเฉพาะกิจคงจะมีการหารือกัน คาดว่าภายในปลายสัปดาห์นี้ จะสามารถสรุปสำนวนส่งให้กรรมการบริหารพิจารณาเป็นขั้นสุดท้ายได้”

ชี้กรณี สส.ปราจีนบุรี มีรายละเอียด-พยานหลักฐานจำนวนมาก ด้าน ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ กำชับพิจารณาถี่ถ้วน แต่ไม่ชักช้า ยันจะแถลงทุกอย่าง ทั้งบทสรุป-การลงโทษ
ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณี สส.ปราจีนบุรี ที่ถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน มีรายละเอียดของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นจำนวนมาก ยังต้องพิจารณาข้อมูลในฝั่งผู้ร้องบางประเด็นที่คิดว่ามีความสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ อาจจะไม่ละเอียดเพียงพอ และได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาบางส่วน เมื่อเรียกผู้ถูกกล่าวหามาให้ข้อมูล ผู้ถูกกล่าวหาก็ได้ขอเวลาไปหาหลักฐานเพิ่มเติม และอาจต้องมีการสอบปากผู้ถูกร้องเพื่อให้อธิบาย โดยคาดว่าน่าจะสรุปสำนวนต่างๆ ส่งถึงกรรมการบริหารพรรคได้ ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นกรอบเวลาเดิม
“เมื่อวาน (23 ต.ค.) หลังประชุม ผมได้นำเรื่องแจ้งให้กรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรครับทราบ ซึ่งทางหัวหน้าพรรคเน้นย้ำว่า ต้องขอให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบด้าน แต่ก็ต้องไม่ให้ชักช้า ทำบนพื้นฐานข้อเท็จจริงและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายมากที่สุด”

ส่วนหากมีผลการพิจารณาออกมาอย่างไรแล้ว ทางผู้ถูกกล่าวหาจะมีส่วนร่วมในการแถลงข่าวด้วยหรือไม่ ณัฐวุฒิ บอกว่า ยังไม่ได้คุยกันถึงขั้นนั้น แต่ทางพรรคไม่สามารถหนีความรับผิดชอบต่อสาธารณะได้ และพรรคก็จะแถลงทุกอย่าง ทั้งขั้นตอน กระบวนการ บทสรุป และหากมีการลงโทษ ก็ต้องมีการแถลงให้รายละเอียดว่าผลของการกระทำผิดเป็นอย่างไร ลงโทษอย่างไร
“ต้องขอขอบคุณ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้มามีส่วนร่วมในการพิจารณาเพื่อให้ทราบว่า กระบวนการของคณะกรรมการวินัยเป็นอย่างไร เราพยายามให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด ไม่ใช่ว่าเป็น สส. แล้วจะดึงเวลามากกว่ากรณีอื่นๆ ทำที่ปรากฏและไม่ปรากฏในความผิดเกี่ยวกับเพศ ก็ใช้กรอบการพิจารณาเหมือนกันทั้งหมด รับฟังอย่างรอบด้าน”

อย่างไรก็ตาม ณัฐวุฒิ ระบุว่า ขณะนี้ข้อบังคับของพรรคยังไม่เปิดช่องให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคเข้ามาเป็นกรรมการวินัย แต่สามารถเชิญมาให้ความเห็นเป็นพยานในฐานะผู้เชี่ยวชาญได้ ซึ่งในคดีก่อนหน้านี้ ก็เคยมีการเชิญมาให้มุมมองแล้วเช่นกัน แต่สำหรับ 2 กรณีนี้ ยังเป็นกรรมการที่เป็นสมาชิกพรรคพิจารณาเท่านั้น แล้วก็เป็นผู้ที่ทำงานในประเด็นนี้
สำหรับกรณีที่ สว.ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ควรนำไปพูดในสภาฯ ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใย ทั้ง สว., เพื่อน สส., พรรคอื่น และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ความจริง เรื่องความรุนแรงทางเพศ เคยมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งตนเองและ เบญจา ก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการฯ และข้อเสนอบางข้อก็ได้นำไปสู่แผนปฏิบัติการระดับชาติ

เผยเหลือพิจารณาอีกไม่กี่ขั้นตอน ยันป้องกันไม่ให้สมาชิกพรรคกระทำอีก ยกระดับสังคมไปพร้อมกัน
โดยหนึ่งในข้อเสนอของพรรคก้าวไกล คือเสนอให้พิจารณาโทษฐานความผิดคุกคามทางเพศ จากเดิมที่อยู่ในระดับลหุโทษ เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องของสังคม ควรยกร่างให้ความผิดฐานนี้ มาอยู่ในหมวดความผิดเกี่ยวกับเพศ จะได้ปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัย และทำความเข้าใจกับสังคมถึงคุณค่าใหม่
เพราะคำว่า ความรุนแรงทางเพศ คุกคาม ละเมิดทางเพศ หรือแม้แต่คำว่า ก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศ ที่อยู่ในข้อบังคับพรรคก้าวไกล สังคมก็ยังเข้าใจไม่ตรงกัน สส.ของเราเองก็เช่นกัน ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการหยิบยกเรื่องนี้มาทั้งระบบ
“ขอบคุณทุกท่านที่ห่วงใย พรรคก้าวไกลยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างเต็มที่และนำเอาทุกความห่วงใยมาเป็นส่วนหนึ่งในการปรับปรุง ป้องกันไม่ให้มีบุคลากรของพรรคกระทำแบบนี้อีก และแก้ปัญหา ยกระดับสังคมไปด้วยกัน เรื่องนี้เป็นคุณค่าหลักที่เราไม่สามารถยกเว้นหรือ ให้อภัยการกระทำแบบนั้นได้ ตอนนี้การพิจารณาในคณะกรรมการวินัยยังเหลืออีกไม่กี่ขั้น หากมีกรณีแบบนี้อีก หรือเคยเกิดขึ้น พรรคได้เปิดรับฟังคำร้องและผู้เสียหายในทุกช่องทาง แล้วจะระมัดระวังอย่างยิ่งเรื่องข้อมูลของผู้เสียหาย”




