ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล พร้อมตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค อันสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ให้การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แล้วใช้เป็นนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
มติ กกต.ที่ออกมาในวันนี้(12 มี.ค.67) ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย และเป็นไปตามที่คาดการณ์กันไว้อยู่แล้ว
ชะตากรรมต่อจากนี้ของพรรคก้าวไกลจะเป็นอย่างไร โดยหลังจาก กกต.ยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว กระบวนการจะเริ่มจากฝ่ายธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ จะรับเรื่องไว้และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าจะรับเรื่องไว้วินิจฉัยหรือไม่
จากนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว ก็จะแจ้งให้ผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ส่วนจะใช้เวลานานขนาดไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลว่าจะออกนั่งบัลลังก์ให้มีการไต่สวนคดีหรือไม่ เพราะหากเป็นประเด็นข้อกฎหมายที่มีรายละเอียดเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ ก็จะทำให้ใช้เวลาไม่นานนัก
ผลจากคดีนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกลตามคำขอของ กกต.ก็จะทำให้พรรคก้าวไกลถูกยุบ และกรรมการบริหารพรรค ก็จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ส่วน สส.พรรคก้าวไกลปัจจุบัน จะต้องไปหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน ในขณะที่บัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกลที่เหลืออยู่ ก็จะสิ้นสุดลงพร้อมกับพรรคการเมืองที่ถูกยุบ
ชะตากรรมต่อจากนี้ของพรรคก้าวไกล จึงอยู่ในมือศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะเดินย่ำรอยพรรคอนาคตใหม่หรือไม่




