จากโพสต์เดียวที่ทำให้โซเชียลฯ สะเทือน สู่ประเด็นต่อเนื่องที่อาจไม่จบแค่การโต้เถียงบนหน้าจอ เมื่อปม “สลิปค่าน้ำชา 7 ล้านบาท” ถูกตั้งคำถามถึงความจริง ขณะที่การแชร์ต่อกำลังกลายเป็นประเด็นให้ตรวจสอบทางกฎหมายและจริยธรรม ท่ามกลางสัญญาณเอาจริงจากนายกรัฐมนตรี
‘ศุภชัย’ ยื่น ป.ป.ช. สอย ‘ไอซ์ รักชนก’ แชร์ข้อมูลเท็จ
กรณีเพจเฟซบุ๊ก “Godd Dam” เผยแพร่ภาพสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นเงินที่โอนเข้าบัญชีของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทั่ง รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แชร์โพสต์ดังกล่าวต่อในโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นประเด็นร้อนแรง ก่อนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมายืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นของปลอมนั้น
ล่าสุด ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้วินิจฉัยการกระทำของรักชนก
ศุภชัยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “วันนี้ได้ยื่นคำร้องต่อ ปปช.ให้วินิจฉัยกรณี สส.แชร์เพจหมา เรื่อง การโอนเงิน 7 ล้านบาท ว่าเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่”
‘เรืองไกร’ ยกกฎหมาย ป.ป.ช. จี้ตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรง
ขณะที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว. เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอให้เร่งตรวจสอบว่ารักชนกฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ในคำร้องระบุว่า รักชนกเป็น สส. ชุดที่ 27 ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและอยู่ในอำนาจตรวจสอบของ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และมาตรา 235 โดยข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2569 รักชนกได้โพสต์ข้อความพร้อมแนบข้อความและภาพจากเพจ Godd Dam ซึ่งกล่าวหาอนุทินเกี่ยวกับการรับเงิน 7 ล้านบาท และต่อมามีการชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอม
เรืองไกรเห็นว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (5) รวมถึงอาจฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 15 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง จึงขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
นอกจากนี้ ยังอ้างถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 ซึ่งกำหนดให้ ป.ป.ช. ดำเนินการโดยพลันเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ และมาตรา 87 ซึ่งกำหนดให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกา หากไต่สวนแล้วเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เรืองไกรยังระบุว่า เมื่อตรวจสอบเลขที่บัญชีธนาคารที่ปรากฏในภาพสลิปกับบัญชีทรัพย์สินที่อนุทินเคยยื่นต่อ ป.ป.ช. พบว่าไม่ตรงกัน โดยเห็นว่ารักชนกสามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ก่อนแชร์โพสต์ จึงขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาประเด็นนี้ประกอบการตรวจสอบ พร้อมขอให้ขยายผลไปยัง สส. รายอื่นที่อาจมีพฤติการณ์ลักษณะเดียวกันด้วย
‘ศรีสุวรรณ’ ชี้ สส. ต้องรับผิดชอบต่อการแชร์ข้อมูล
ส่วนทาง ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่าการแชร์ข้อความจากเพจ Godd Dam ของรักชนกเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ศรีสุวรรณกล่าวถึงที่มาของประเด็นว่า เพจ Godd Dam เผยแพร่ภาพและข้อความเกี่ยวกับการโอนเงิน 7 ล้านบาท เมื่อเที่ยงคืนวันที่ 25 ต.ค. 2569 โดยระบุชื่ออนุทินเป็นผู้รับเงิน ก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะแพร่กระจายและได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนอย่างกว้างขวาง
ต่อมาโฆษกรัฐบาลและทีมงานออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก KBank Live ของธนาคารกสิกรไทยเผยแพร่คำชี้แจงเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2569 ว่า จากการตรวจสอบไม่พบเลขที่บัญชีผู้รับเงินตามที่ปรากฏในภาพในระบบของธนาคาร และการโอนเงินผ่าน K PLUS สามารถทำรายการได้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อวัน
ศรีสุวรรณเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะ สส. ซึ่งมีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ควรตระหนักถึงความรับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ โดยการแชร์ข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายอาจมีความรับผิดทางกฎหมายได้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิด
คำร้องยังอ้างถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2560 มาตรา 14 (1) และ (5) รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ว่าด้วยการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตลอดจนมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
‘อนุทิน’ ส่งสัญญาณใช้สิทธิทางกฎหมาย ลั่น “เดี๋ยวก็รู้เอง”
ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีจะดำเนินคดีกับรักชนกจากการแชร์โพสต์ของเพจ Godd Dam หรือไม่ โดยพยักหน้า เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหมายถึงการเดินหน้าฟ้องร้องใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “สิทธิ์ของผม เดี๋ยวก็รู้เอง”
เมื่อถูกถามต่อว่าเป็นการสงวนสิทธิ์ฟ้องร้องหรือไม่ อนุทินตอบว่า “ไม่ต้องสงวน เพราะเป็นสิทธิ์ของผม”
ส่วนกรณีที่มีรายงานว่าเจ้าของเพจ Godd Dam ซึ่งผู้สื่อข่าวระบุชื่อว่า ชัยรัตน์ ยังอยู่ในประเทศไทยหรือเดินทางไปต่างประเทศแล้ว อนุทินกล่าวว่า “เห็นว่าอยู่แถวจังหวัดชลบุรี”
แจงคดีมีหลักฐานชัดต้องเร่งดำเนินการ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเรียกร้องจากฝ่ายค้านที่ต้องการให้ตรวจสอบคดีอื่น ๆ อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับกรณีนี้ อนุทินระบุว่า ได้กำชับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดการดำเนินการในทุกคดี โดยเห็นว่ากรณีนี้มีหลักฐานชัดเจน จึงสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว แม้มีการลบข้อมูลไปแล้วก็ยังอาจเหลือร่องรอยให้ตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คดีที่มีเพียงคำกล่าวอ้างจากบุคคลต่าง ๆ โดยยังไม่มีหลักฐานชัดเจน จำเป็นต้องสอบสวนจนกว่าจะพบพยานหลักฐานเพียงพอสำหรับดำเนินคดี พร้อมระบุว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกันจะมีคดีใหญ่ที่ต้องติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ละเว้นหากมีหลักฐานครบถ้วน
เมื่อถูกถามว่าจะใช้สิทธิดำเนินคดีกับรักชนกถึงขั้นใด อนุทินกล่าวว่า “ก็สิทธิ์ของผม เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน”
“ผมเป็นผู้ที่ถูกหมิ่น หากจะดำเนินการ คงไม่ใช่เพราะว่า วันหลังตัวอย่าทำอีกนะ แค่นี้เขาเตือนไว้ก่อน ถ้าทำต้องไปเต็ม”




