ทำได้จริงมั้ย! ‘กมธ.การเงินฯ’ เชิญ ‘จุลพันธ์’ แจงปมกู้เงินแจก ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

14 พ.ย. 2566 - 16:05

  • เตรียมชำแหละ! ‘กมธ.การเงินฯ’ เชิญ ‘รมช.คลัง’ แจงปมกู้เงินแจกดิจิทัลวอลเล็ต

  • จ่อซัก ‘ช่องทางกฎหมาย-เงื่อนไข’ ทำได้จริงหรือไม่

  • เผยไม่เห็นด้วยใช้ช่องทางของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความ อยากให้ฝ่ายการเมืองรับผิดรับชอบ

Finance_Committee_invites_Chulphan_explain_case_loaning_money_for_digital_wallet_SPACEBAR_Hero_f45730d2ca.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส.น่าน พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ. ได้นัดพิจารณาการดำเนินนโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ในวันที่ 15 พ.ย. เวลา 09.30 น. โดยได้เชิญ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง มาให้ข้อมูลกับ กมธ.

ด้าน วรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธาน กมธ. คนที่ 2 เปิดเผยว่า มีประเด็นที่ กมธ.ต้องขอคำชี้แจง อาทิ การออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน เพื่อนำมาใช้ในนโยบายดังกล่าว สามารถทำได้หรือไม่ เพราะมีรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ กำกับอยู่ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ระบุว่า การกู้เงินนั้นต้องจำเป็นเร่งด่วน โดยในรายละเอียดนั้นต้องรอฟังคำชี้แจงว่า จะดำเนินการอย่างไร ส่วนข้อท้วงติงทางกฎหมายอื่นๆ หากพบว่ามีข้อจำกัดทางกฎหมายแล้วจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยที่จะใช้ช่องทางของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความ และต้องการให้ฝ่ายการเมืองรับผิดรับชอบทางการเมืองมากกว่า

ในกรณีที่ติดเงื่อนไขในกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ว่าด้วยความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลควรแก้ไขกฎหมายวินัยการเงินการคลังก่อน เพราะรัฐบาลคุมเสียงข้างมาก จึงมีช่องทางให้ทำได้

Finance_Committee_invites_Chulphan_explain_case_loaning_money_for_digital_wallet_SPACEBAR_Photo01_5862f0be6e.jpg

วรภพ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นคือหลักเกณฑ์เงื่อนไขต่างๆ ที่พบข้อกังวลของผู้ค้ารายย่อย ที่เมื่อประชาชนจ่ายเงินดิจิทัลแล้ว ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ ต้องนำไปซื้อสินค้าต่อ ซึ่งประเด็นที่พบความกังวล คือไม่สามารถนำไปซื้อวัตถุดิบในร้านค้ารายย่อยที่ไม่อยู่ในระบบภาษีได้ และมีข้อจำกัดให้ซื้อวัตถุดิบหรือสินค้าในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เท่านั้น โดยหากเป็นเช่นนั้น อาจไม่ตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

ผมเตรียมข้อเสนอแนะ เรื่องร้านค้ารายย่อยที่ต้องนำเงินดิจิทัลไปซื้อของในร้านที่อยู่ในระบบภาษีต่อ เพราะถือว่ากีดกันผู้ค้ารายเล็กในตลาดไม่ให้เข้าร่วมได้ เช่น กรณีผู้ค้าขายข้าวมันไก่ เมื่อได้รับเงินจากประชาชน ต้องนำเงินดิจิทัลซื้อไก่ ซื้อข้าวต่อ แต่ไม่สามารถซื้อจากตลาดทั่วไปได้ ต้องนำไปซื้อในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เพราะถือว่าอยู่ในระบบภาษี เท่ากับบีบร้านค้ารายย่อย และมีเพียงร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เท่านั้นที่เงินจะหมุนบรรจบซึ่งเป็นร้านของเจ้าสัว หากทำแบบนั้น เท่ากับไม่ตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์