‘กมธ.การเงินฯ’ ลั่นเรียก ‘จุลพันธ์’ แจง ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ไม่ได้เอื้อรัฐบาล-อวยกันเอง

15 พ.ย. 2566 - 14:17

  • ‘กมธ.การเงินฯ’ ไขข้อสงสัยนโยบายแจกเงินหมื่นดิจิทัล เชิญ ‘จุลพันธ์’ แจงรายละเอียด

  • ‘ประธาน กมธ.’ ลั่นไม่ได้เอื้อฝ่ายรัฐบาล-อวยกันเอง บอกห่วงวิกฤตเศรษฐกิจ อ้างตอนนี้อยู่ปากเหวแล้ว

  • หวังนโยบายสร้างการกระตุ้น จ่อเชิญ ‘ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ’ เข้าแจงด้วย

Finance_Committee_said_invitation_to_explain_digital_wallets_not_favor_the_government_SPACEBAR_Hero_64dafcbb7a.jpg

ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเชิญ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้าชี้แจงรายละเอียดนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ว่า เนื่องจาก กมธ.ฯ มีความเป็นห่วงในหลายประเด็น เพราะนโยบายดังกล่าวมีทั้งผู้คัดค้านและเห็นด้วย ทั้งเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การกู้เงิน และหลักเกณฑ์การแจกจ่ายเงิน รวมถึงกรอบเวลาที่ต้องมีการอธิบายและสื่อสารไปยังประชาชน โดยเฉพาะเรื่องแหล่งที่มาของงบประมาณ ที่เหตุใดต้องออกเป็น พ.ร.บ.เงินกู้ ทำไมไม่ออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือแหล่งเงินอื่นๆ เช่น เงินในงบประมาณ หรือตามมาตรา 28 ทั้งนี้ เชื่อว่ากว่ารัฐบาลจะออกโครงการนี้ออกมาได้ ทั้งเรื่องหลักเกณฑ์และแหล่งเงิน ต้องผ่านการพิจารณาข้อกฎหมายมาอย่างดีแล้ว และผ่านการพิจารณาตัวเลือกต่างๆ

ณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า การกู้เงินสามารถทำได้ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง บอกชัดเจนแล้วว่า หากเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือต้องการรักษาเสถียรภาพของการเงิน ก็สามารถกู้เงินได้ แต่ทาง กมธ.ฯ ต้องถามว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ สามารถออกเป็น พ.ร.ก.แทนได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจในตอนนี้ เพราะจากที่รับทราบจากรัฐบาลและสื่อมวลชน ตอนนี้ GDP ของประเทศลดต่ำลง ไตรมาสแรก 2.6% ไตรมาส 2 เหลือ 1.8% ไตรมาส 3 คาดการณ์ว่าอยู่ที่ 1.4% ไม่มีการเติบโต ตามที่หลายคนตั้งคำถามไว้ ว่าจะเติบโตประมาณ 2.6% จึงมองว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเกิน 2% ประกอบกับประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ อีกไม่นานประมาณ 2-3 ปี ผู้ที่หารายได้เข้าประเทศก็จะน้อยกว่าผู้สูงอายุ จะเป็นปัญหาต่อภาวะเศรษฐกิจ

ผมถึงบอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน และจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในตอนนี้ และทำให้เติบโตทันเพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่นๆ ตอนนี้ออกงบประมาณขาดดุลทุกปีๆ 6-7 แสนล้านบาท อีกแค่ 2-3 ปี จะมีปัญหา ตัวผมมองว่า ก็เหมือนเราเห็นปากเหวอยู่ข้างหน้า เราจะรอให้ตกเหวก่อนหรือไม่ ถึงค่อยแก้ไข ดังนั้นส่วนตัวผมมองว่าเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจ

พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการของ กมธ.ฯ ไม่เป็นการเอื้อฝ่ายรัฐบาลในการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เพราะ กมธ.ฯ มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ศึกษาหาข้อเท็จจริงโดยเฉพาะเรื่องนโยบายการเงินการคลังของรัฐบาล และกมธ.ฯ มี สส.จากทุกพรรคการเมือง ซึ่งมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เป็นไปไม่ได้ที่จะอวยกัน หน้าที่ของ กมธ. แม้ผมจะเป็น สส.พรรคเพื่อไทยก็ตาม แต่ในการทำหน้าที่ประธาน กมธ. ก็อยากเห็นนโยบายของรัฐบาลสำเร็จ และเกิดประสิทธิผลมากที่สุด ถ้ามีอะไรที่ท้วงติงหรือแนะนำกันได้ ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่ต้องท้วงติง

เมื่อถามว่า จะมีการเรียกฝ่ายที่เห็นต่างมาหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องเชิญฝ่ายที่คัดค้านมาด้วยแน่นอน ต้องรับฟังข้อมูลหลักเกณฑ์ของคนที่ทำนโยบายก่อน แล้วจึงค่อยฟังคนที่คัดค้าน ก่อนจะสรุปเป็นแนวทางให้รัฐบาล ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี อ้างว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เสนอความเห็นให้ออก พ.ร.บ.เงินกู้นั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็สามารถสอบถามเรื่องนี้ได้

อาจมีการเชิญผู้ว่าฯ ธปท.มาชี้แจงใน กมธ.ด้วย เพราะ ธปท.เป็นผู้ดูแลเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์