บี้แก้ปัญหาน้ำท่วม ปัดรุมด้อยค่า ‘ทหาร’

17 ก.ย. 2567 - 13:07

  • ‘ฝ่านค้าน’ เตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐบาล บี้แก้ปัญหาน้ำท่วม ยัน ‘สส.ส้ม’ ลงพื้นที่แม้ไม่เห็นหน้าสื่อ ปัด ‘ปชน.’ รุมด้อยค่า ‘ทหาร’ รุดช่วยน้ำท่วม อ้างแค่รณรงค์ให้ออกจากการเมือง ลั่น ไม่เคยให้ยกเลิกกองทัพ

  • ยังไม่ตัดโอกาสเปิดซักฟอก ‘รัฐบาลอิ๊งค์’ แบบไม่ลงมติ รอแก้น้ำท่วมเสร็จค่อยว่ากัน! ยัน ‘พรรคประชาชน’ ไร้ใบสั่ง โบ้ยฝั่งตรงข้ามห้ามไม่ให้พูดถึงบางคน โอ่เวทีชำแหละนโยบาย - ไม่ไว้วางใจ คนละเลเวลกัน ลั่นรอดูดีกว่า

  • ‘ปชน.’ ยังดอดยื่นร่างแก้รธน. รื้อปม ‘จริยธรรม’ ทั้งระบบ หั่นอำนาจ ‘ป.ป.ช.’ สอบผู้แทนฯ ขออย่ามองมีผลประโยชน์ทับซ้อน -ไม่ขัดเลื่อนประชุมรัฐสภา อีก 1 สัปดาห์ รอร่างแก้รธน.ของ ‘พท.’

  • ยังรอเช็คให้ชัวร์ ‘2 ขั้ว พปชร.’ ก่อนดึงร่วมก๊วน-แบ่งเค้กโควตา ยันเข้าใจหัวอกเพื่อนสส. ไม่ก้าวก่าย เป็นเรื่องภายใน

flood_people_party_17sep2024_SPACEBAR_Hero_aa79499431.jpg

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ย.) จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เสนอเข้ามาใหม่ รวมถึงร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สุราก้าวหน้าของ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส. กทม.พรรคประชาชน ส่วนการประชุมสภาฯ วันที่ 19 ก.ย. ฝ่ายค้านเตรียมตั้งกระทู้ถามสดเกี่ยวกับสถานการณ์ น้ำท่วมที่กำลังมีขึ้น และการดำเนินการในหลายมิติ รวมไปถึงการจัดการการเยียวยาทั้งหลายในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ พร้อมยืนยันว่า สส.เชียงรายของพรรคประชาชนเดินหน้าลงพื้นที่ประสานช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนสถานการณ์และลงพื้นที่ต่อเนื่อง อีกทั้งมีสส.จังหวัดใกล้เคียง และสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงไปช่วยทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ อาจจะไม่ได้เห็นในหน้าสื่อมากนักแต่ไม่เป็นไร เพราะเข้าใจว่า เวลาลงหน้างานจะลำบากที่จะมีสื่อมวลชนไปติดตาม บางพื้นที่เข้าถึงได้ยาก ขณะที่พรรคประชาชนจะใช้กลไกสภาฯ ในการช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ทั้งการถามกระทู้สด และมีทีมงานหลังบ้าน พรรคประชาชนรวบรวมข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชน หรือเป็นข้อเสนอแนะเพียงรัฐบาล

ส่วนกรณีที่มีประเด็นดรามาด้อยค่าทหารที่พรรคประชาชนรณรงค์เรื่องทหารตลอด แต่เหตุการณ์อุทกภัยก็ต้องใช้ทหารช่วยเหลือ ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องเดียวกัน เรารณรงค์ให้ทหารไม่เกี่ยวกับการเมืองและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ส่วนการช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร และไม่เคยต้องการให้ยกเลิกกองทัพ แต่ต้องการปฏิรูปกองทัพให้ทำหน้าที่ให้ดีขึ้น รวมถึงยกเลิกบังคับการเกณฑ์ทหาร ที่บางคนไม่อยากเป็นหรือไม่มีศักยภาพด้วยร่างกายไม่แข็งแรง หรือไม่มี แรงบันดาลใจที่อยากจะเป็น ทำอย่างไรจะให้ทหารเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ

ปกรณ์วุฒิ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ว่า ยังมีอยู่ เรายังไม่ตัดโอกาสนั้น ซึ่งช่วงเวลาการอภิปรายเราไม่ได้จำกัดอยู่แค่สมัยประชุมนี้ เนื่องจากโควตาที่อภิปรายนับจาก 1 ปีสมัยประชุม ดังนั้น ในสมัยประชุมถัดไปนับตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ก็ยังถือเป็นโควตาเดียวกันอยู่ เรายังไม่ได้ปิดโอกาสนี้ ซึ่งคงต้องดูสถานการณ์ เราก็เข้าใจว่าหากมีเหตุการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้น ก็อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาก่อน เมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมค่อยเปิดอภิปรายก็ได้ เราไม่ได้ล็อกเอาไว้ว่าภายในเมื่อไหร่ แต่ดูสถานการณ์และเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ จะอภิปรายแบบไม่ลงมติหรือไม่ไว้วางใจ สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ข้อมูลว่าจะนำไปสู่การไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ เรายึดจากเนื้อหาสาระเป็นหลัก

ส่วนเรื่องข้อมูล ฝ่ายค้านโดนวิจารณ์ว่าไม่ตั้งใจทำหน้าที่ เมื่อเทียบกับสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า หากเทียบกัน 1 ต่อ 1 ระหว่างสมัยพล.อ.ประยุทธ์ สมัยเศรษฐา และสมัยแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื้อหาการอภิปรายเรามีมากขึ้น คิดว่า เราไม่ควรเอาการอภิปรายนโยบายไปเทียบกับอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเป็นคนละระดับกัน ขอให้รอดูดีกว่าว่า หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาชนมีใบสั่งห้ามพูดบางเรื่องหรือไม่ เช่น เรื่องการครอบงำ ปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า ไม่มีใบสั่ง และที่จริงแล้วหากลองฟังดีๆ ก็มีคนพูดเรื่องการครอบงำหลายคน ฝั่งนู้นอาจจะไม่สังเกต แต่ตนยืนยันว่าไม่มีใบสั่งมาทางนี้ แต่อาจจะมีใบสั่งมาทางนั้นที่ไม่ยอมให้เราพูดถึงบุคคลบางคน ส่วนความคืบหน้าการเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้าน ก็ได้รับการประสานว่ามีการเสนอชื่อไปแล้ว คงใช้ระยะเวลาระดับหนึ่งเหมือนกัน

ปกรณ์วุฒิ ยังเปิดเผยว่า พรรคประชาชน ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ในกลุ่มประเด็นว่าด้วยจริยธรรมทั้งระบบ ต่อวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา แล้ว ตามกระบวนการต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนและบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระภายใน 15 วัน ดังนั้น เชื่อว่า หากจะนำเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่กำหนดไว้เบื้องต้นวันที่ 25 ก.ย.นี้อาจจะทัน แต่ในกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราต่อรัฐสภา ในสัปดาห์หน้านั้น และมีเวลา 2-3 วัน เวลาอาจไม่พอกับการตรวจสอบและบรรจุวาระ ดังนั้นในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมวิปร่วมอีกครั้ง ซึ่งตนรับได้หากจะเลื่อนการประชุมร่วมรัฐสภาออกไปอีก 1 สัปดาห์

ปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราฉบับล่าสุดที่เสนอนั้นเป็นรายละเอียดเรื่องจริยธรรมทั้งระบบ ซึ่งจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมดว่ามีกี่มาตรา เพราะกรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องหลายมาตรา รวมถึงเกี่ยวกับการใช้อำนาจขององค์กรรอิสระที่ตัดสินผู้ดำรงตำแหน่งทางเมืองที่เป็นนามธรรมมากเกินไป ทั้งนี้ในประเด็นที่แก้ไขกับอำนาจขององค์กรอิสระดังกล่าวตามเงื่อนไขต้องทำประชามติ ซึ่งอาจเป็นการทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง นายกอบจ.ทั้งประเทศตามที่รัฐบาลวางไทม์ไลน์ไว้

ส่วนจะมีประเด็นที่จะตัดในส่วนของข้อกำหนดในคุณสมบัติที่ต้องซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ด้วยหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้ปิดการแก้ไขในส่วนดังกล่าว แต่ต้องพูดคุยในชั้นกรรมาธิการว่าทุกพรรคเห็นอย่างไร ส่วนใหญ่ใช้หลักการกว้างและต้องพิจาณาแก้ไขในชั้นกรรมาธิการได้

เมื่อถามว่าเหคุใดการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคถึงเรื่องเงียบ เมื่อเทียบกับการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราประเด็นอื่นๆ เช่น ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ไม่ใช่ทีมร่างกฎหมาย กังวลว่าหากให้ข้อมูลจะผิด ดังนั้นต้องถาม พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และพรรคประชาชนอีกครั้ง ส่วนที่บางประเด็นการแก้ไขจริยธรรมนั้น พรรคเพื่อไทยระบุว่าไม่เห็นด้วยเนื่องจากอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า หากจะมองแบบนั้น การแก้ประเด็นอื่นๆ ก็อาจถูกโยงว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนได้ทั้งสิ้น และสส.จะแก้อะไรไม่ได้ อย่างไรก็ดีในประเด็นที่ไม่เห็นตรงกันนั้น รายละเอียดอาจนำไปพูดคุยในชั้นกรรมาธิการเพื่อหาจุดลงตัวได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.พรรคประชาชน ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนู ต่อวันมูหะมัดนอร์ ผ่านฝ่ายธุรการของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยในรายละเอียดเบื้องต้นนั้น สส.ของพรรคประชาชน ที่ถูกยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบจริยธรรมกรณีร่วมยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตา 112 ไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วย เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งในรายละเอียดนั้นจะเป็นการยกเลิกอำนาจของ ป.ป.ช.ในการสอบจริยธรรมของสส. ทั้งนี้ในรายละเอียดของการยื่นร่างแก้ไขนั้นนายพริษฐ์ จะแถลงต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา วันพรุ่งนี้ (18 ก.ย.) อีกครั้ง

ปกรณ์วุฒิ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่บางส่วนเป็นฝ่ายค้านว่า จริงๆแล้ว หากพูดว่าจะร่วมกันแล้วก็อาจจะยาก เพราะเราเป็น สส. ด้วยกัน แต่ตอนนี้ได้มีการประสานกับวิปรัฐบาลด้วยว่าค่อนข้างเป็นที่ชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐ จะมีส่วนหนึ่งที่อยู่ในโควตาพรรคร่วมรัฐบาลอีกส่วนมาอยู่กับพรรคฝ่ายค้าน ดังนั้น ต้องรอความชัดเจน ซึ่งตอนนี้ฝ่ายค้านพูดคุยแบ่งโควตากันเท่าที่ให้ได้จนกว่าจะได้ความชัดเจนอีกครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าพรรคพลังประชารัฐทั้งพรรคอยู่ฝั่งไหน เพราะเราเข้าใจสถานการณ์ของเขา เนื่องจากเป็นเรื่องการจัดการภายใน

“เราคงไปก้าวก่ายไม่ได้ เพียงแต่ขอให้ชัดเจนว่าตกลงแล้วอยู่ฝั่งไหนกี่คน เราก็พอที่จะแบ่งสรรปันส่วน ด้วยความมีน้ำจิตน้ำใจในฐานะเพื่อน สส. และหากทราบความชัดเจนว่าอยู่ฝั่งไหนกี่คนก็จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น โดยความชัดเจนดังกล่าวจะเห็นได้จากการลงมติในสภาว่าจะอยู่ฝ่ายค้านกี่คน”

ปกรณ์วุฒิ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์