การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม วาระกระทู้ถามสด โดย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถาม นายกรัฐมนตรี ถึงการจัดการน้ำท่วมและแนวทางการฟื้นฟูเยียวยาในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง โดยมี เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้แทน
วีระยุทธ กล่าวว่า ไม่ว่าท่านจะเรียกมหาอุทกภัยหรือไม่ก็ตาม แต่คือภัยพิบัติที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของคนไทยหลายๆ คนแน่นอน ในหลายพื้นที่ยอมรับว่า หนักหน่วงกว่าปี 2554 ปีนั้นเราเรียกว่ามหาอุทกภัย ปีนี้หนักเสียยิ่งกว่า ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Gistda) เห็นชัดเจนว่า น้ำท่วมขังในประเทศไทยรวมแล้วทั้งหมด 45 จังหวัด ความเสียหายทั้งหมด 5 ล้านไร่ เฉพาะภาคกลางจำนวน 4 ล้านไร่ ถ้าดูเป็นลุ่มน้ำ รอบนี้หนักที่สุดคือลุ่มน้ำบางปะกง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประเมินว่า ถ้าไม่มีฝนตกเพิ่ม จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 38 วัน หมายความว่า พี่น้องในภูมิภาคนี้ต้องรอถึงวันที่ 13 พ.ย. แน่นอนว่า มีส่วนที่เราควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ เราเข้าใจกันได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติ แต่รัฐบาลต้องแยกให้ออกว่าเรื่องไหนที่ท่านควบคุมได้ เรื่องไหนท่านทำผิดพลาด การถอดบทเรียนที่ดีไม่ต้องรอ มวลน้ำรอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่วันสองวัน ทำไมประชาชน หรือผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้านที่ตนลงพื้นที่มา พูดว่าไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าหรือแจ้งเตือนเข้าช้าเกินไป ส่งผลให้เกิดความเสียหายในพื้นที่วงกว้าง
วีระยุทธ กล่าวต่อว่า ขอถามชัดๆ ว่าท่านคิดว่าเป็นผลจากภัยธรรมชาติกี่เปอร์เซ็นต์ และเป็นผลมาจากการบริหารจัดการผิดพลาดของรัฐบาลกี่เปอร์เซ็นต์ แบ่งออกหรือไม่ แยกเป็นจุดได้หรือไม่ ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้อบางจังหวัด ถ้าพร่องน้ำได้เร็วกว่านี้ส่งผลให้ความเสียหายน้อยลงหรือไม่ ถ้าท่านยังประเมินไม่ออก การจัดการเฟสต่อไปเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จะยิ่งร้ายแรงกว่าเดิม แล้วจะไม่มีเวลาให้ท่านถอดบทเรียนแล้ว
จากนั้น เจเศรษฐ์ ลุกขึ้นตอบว่า จากที่เมื่อสักครู่ถามว่า คาดการณ์ได้หรือไม่ว่า ความผิดพลาดของรัฐบาลกี่เปอร์เซ็นต์กับสถานการณ์น้ำท่วม และอีกส่วนที่เกิดจากภัยธรรมชาติกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนตัวตอบไม่ได้ว่า ภัยธรรมชาติผิดกี่เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลผิดกี่เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะนั่งลงทันที
วีระยุทธ จึงกล่าวต่อว่า การที่ต้องประเมินว่าเป็นความผิดจากรัฐบาลกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะในรายละเอียด เช่น จังหวัดตราดและจันทบุรีบริหารจัดการไม่เหมือนกัน จังหวัดตราดมีการพร่องน้ำออกก่อน ทำให้ไม่หนักเหมือนจังหวัดจันทบุรี ดังนั้น เราจำเป็นต้องรู้ว่าจุดไหนเกิดจากภัยธรรมชาติจริงๆ หรือจุดไหนที่จัดการได้ดีกว่าเดิม การบริหารประเทศในยุคปัจจุบัน แน่นอนว่าต้องใช้สมองข้อมูลและความเห็นอกเห็นใจประชาชน แน่นอนว่ามีเรื่องที่ท่านต้องตัดสินใจเฉลี่ยทุกข์สุข กว่าน้ำจะไหลไปสู่อ่าวไทยได้ มันต้องหลายจังหวัด เป็นเรื่องยากที่จะต้องตัดสินใจ
“ความผิดพลาดในรอบนี้ ผมชื่นชมบรรดาลูกเทพมากกว่าพ่อเทพ อย่างน้อยลูกเทพยังลงมาลุยหน้างาน บริหารจัดการได้ไม่ได้ก็ว่ากัน ถกเถียงกันได้ แต่พ่อเทพหนีกันไปหมดเลย ท่านนายกรัฐมนตรีวันที่ 4 ตุลาคมยังวิกฤติอยู่ แต่ท่านไปงานวันเกิดเนวิน ชิดชอบ ครึ่งวัน แล้วจัดเวลาไปลงพื้นที่ปราจีนบุรี ถ่ายรูป 30 นาที ภาคตะวันออกรับผิดชอบโดยสุชาติ ชมกลิ่น ภาคกลางรับผิดชอบโดยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”
— วีระยุทธ กล่าว
วีระยุทธ กล่าวว่า ตอนนี้เราเข้าสู่เฟสสองแล้ว มีเรื่องที่ต้องทำอย่างน้อย 3 เรื่อง เรื่องแรกคือยังมีพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะลุ่มน้ำบางปะกง อย่าชะล่าใจ ขอให้ทำงานเชิงรุกช่วยประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ข้อสองคือจะต้องมีเรื่องการปล่อยน้ำข้ามจังหวัดแน่นอน แต่อยู่ที่ท่านให้เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขเท่ากันหรือไม่ ระดับสามคือการจัดการระดับหมู่บ้านและชุมชน ส่วนตัวไปลงพื้นที่ด้วยตัวเองหลายหมู่บ้าน ไม่มีคนที่ลงมาตัดสินใจหน้างาน ปรากฎว่า 3 หมู่บ้านที่ติดกัน แต่ละวันต้องผันน้ำกันไปมา นอกจากนี้ ศูนย์อพยพนั้น อพยพครั้งแรกไม่พอ น้ำท่วมต้องอพยพซ้ำสอง ตนคิดว่าเป็นเรื่องบริหารจัดการได้ดีกว่านี้ กลายเป็นว่าชีวิตคนไทยต้องไปแขวนกับโชคชะตา คนที่โชคดีอาจจะอพยพทัน แต่โชคร้ายบางทีความช่วยเหลือไปไม่ถึง มีเสียชีวิต คนตีกัน
ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าจะมีการจัดประชุมธนาคารโลก ถามว่าภาคกลางใครจะดูแล ภาคตะวันออก สุชาติยังดูแลหรือไม่ ในภาวะวิกฤตทั้งหมดนี้ถ้าจะมีประโยคหนึ่งที่พูดแทนความรู้สึกของประชาชนที่ดีที่สุดคือ “ไม่กระตือรือร้น ไม่ทำงานด้วยความทุ่มเท อันนี้เป็นสิ่งที่น่าอับอาย” ซึ่งเป็นประโยชน์ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงการทำงานของตัวเองได้ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม อยากถามถึงตัวชี้วัดที่รัฐบาลต้องมีกลุ่มเป้าหมาย อพยพกี่คน ศูนย์อพยพมีจุดที่ปลอดภัยแล้วกี่จุด การแจ้งเตือนล่วงหน้าทำได้กี่เปอร์เซ็นต์ น้ำบางปะกงจะปล่อยให้ช่วยเหลือภายใน 38 วันหรือไม่ และปราจีนบุรีที่มีสารพิษปนเปื้อนจะทำอย่างไร
จากนั้น เจเศรษฐ์ กล่าวว่า สามารถดูย้อนหลังได้หมด Cell Broadcast การแจ้งเตือนให้ประชาชนอพยพ มีทั้งหมด มีการส่ง SMS ไปยังทุกจังหวัดให้ติดตามสถานการณ์
“วันนี้ผมประชุมออกจากบ้านมาตั้งแต่ก่อน 8 โมง มาถึงศูนย์ ปภ. 8 โมงครึ่ง ผมก็ไปที่กรรมาธิการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ช่วยหารือและวางแนวทางในอนาคต และเมื่อมีการประสานมาตอบกระทู้สด ก็มา ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมทำเพื่อจะมาฟังว่า ท่านมีแนวความคิดอย่างไร แนะนำอย่างไร เพื่อให้ผมไปทำงาน เพราะผมเห็นว่า ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านลงพื้นที่เยอะ ท่านไปรับฟังปัญหาของประชาชนเยอะ ท่านมีสิทธิรวบรวมมามาบอกผม ผมก็ไปทำต่อ โดยเฉพาะปัญหาในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่า ท่านจะเอาวาทกรรมลูกเทพ ไปงานวันเกิดนู่นนี่นั่น ผมถามว่าท่านทำเพื่ออะไรในสถานการณ์นี้ ถ้าท่านจะพูดอย่างนั้น ท่านลงไปเลย ไปแถลงกับสื่อมวลชนก็ได้ หรือจะโพสต์เฟซบุ๊กก็ได้ แต่วันนี้ ทุกคนตั้งใจ ผมก็ตั้งใจจะมาฟังท่าน ผมเข้มแข็งพอที่จะอยู่ฟังท่านจนจบ ถ้าไม่ใช่สถานการณ์ปัจจุบัน ผมไม่ต้องมาฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก วันนี้ผมอยากได้เนื้อหาว่า ประชาชนต้องการอะไร ที่ท่านไปลงที่มา ท่านบอกมาสิ ผมจะได้ไปทำ ผมว่าท่านกำลังสับสน ผมขออนุญาต แนะนำท่านกลับเหมือนกัน อะไรที่เป็นวาทกรรม อะไรที่เป็นสิ่งที่กระแหนะกระแหน อยากให้แยกออกไป วันนี้ท่านบอกมาเลยว่า ผมต้องทำอะไร แนะนำเลยท่านรัฐมนตรีต้องทำอะไร ผมพร้อมรับฟัง”
— เจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย
ต่อมา วีระยุทธ กล่าวว่า ขออนุญาตชวนมองไปข้างหน้าด้วย รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิดการช่วยเหลือเยียวยาไปสู่การฟื้นฟูหรือชุบชีวิตประชาชน เพราะตอนนี้ ถ้าลองคุยกับประชาชนหลายคน หมดเนื้อหมดตัว ขอให้ตั้งหลักว่าไม่ใช่แค่การช่วยเหลือตามระเบียบเดิมข้าวกี่ไร่ จ่ายเท่าไหร่ วัวตายกี่ตัวแล้วจบกัน เพราะกรณีนี้มีความเสี่ยงมากที่จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากถดถอยหรือล่มสลายลงไปด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ อยากถามเรื่องกรมธรรม์ 100,000 บาท ตอนนี้ยังไม่ชัด ขอข้อมูลชัดๆ ว่าเท่าไหร่ กระบวนการคืออะไร ได้ตอนไหน และควรจะเปิดเผยได้แล้วรัฐบาลก็กู้เงินมาเยอะและแจกไปเยอะ แต่พอมาถึงส่วนที่ต้องช่วยเหลือประชาชน ตกลงมันจะเป็นอัตราตามที่เคยประกาศไว้จริงหรือไม่
“คนเลี้ยงหมู ตกลงจะเยียวยาไม่เกิน 10 ตัวใช่หรือไม่ ไร่หนึ่งไม่มีใครเลี้ยงหมู 10 ตัวแน่นอน ฟาร์มหนึ่งก็เลี้ยงเป็นร้อยเป็นพันตัว แต่กรอบปัจจุบันคือเพดานนี้หรือไม่ ส่วนผู้เลี้ยงวัว 5 ตัวตกลงจะช่วยเหลือเท่านี้จริงๆ หรือไม่”
— วีระยุทธ กล่าว
เจเศรษฐ์ กล่าวตอบว่า ส่วนของลุ่มน้ำบางปะกง เราจะเร่งรัดทำทั้งหลักวิชาการ ในการนำข้อมูลทั้งหมดมาทั้งการลงมือปฏิบัติ การระดมเครื่องจักร และจะทำให้สอดคล้องทั้งหลักวิชาการ และหลักการปฏิบัติจริง ตนเองพยายามทำให้เร็วกว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ และกำหนด ส่วนพื้นที่ที่อยู่ในสภาพ ณ ปัจจุบันนี้ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ เราจะเข้าสู่การฟื้นฟูเยียวยาในระดับต่อไป แต่สิ่งสำคัญในการดูแลประชาชนในห้วงเวลาต้องดูแลให้ดีที่สุดและเพียงพอต่อทรัพยากรต่างๆ ให้ได้มากที่สุด
ขณะที่การประกันภัยพิบัติ เราอธิบายเรื่องกรมธรรม์การครอบคลุมไปหลายรอบ แต่บางทีอธิบายที่เปิดกว้างเพื่อต้องการสิทธิให้ประโยชน์แก่ประชาชน ไม่อยากให้มีกฎเกณฑ์ระเบียบเข้าไปรัดกุม ตนเองก็ยืนยัน อย่างจังหวัดลำพูนเมื่อวานก่อน มีสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ จังหวัดเป็นพื้นที่ประสบภัย บริษัทประกันภัยก็เปิดช่องทางให้ประชาชนเข้ามาแจ้ง ซึ่งขณะนี้เรียบร้อยหมดแล้ว และหลังจากนี้ก็ติดตามว่าประชาชนจะได้เงินก้อนแรก 10,000 บาท และส่วนที่สองเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 90,000 บาทในเรื่องการซ่อมแซมบ้าน เป็นสิ่งที่เราเริ่มทำเรียบร้อยแล้ว ส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังมีประชาชนที่ประสบเหตุเสียชีวิต ทางบริษัทประกันภัย และคปภ. ทางหน่วยงาน ได้ทำการเคลมประกันเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้เดินหน้ามาตั้งแต่คืนวันที่ 1 ตุลาคม และ ยืนยันว่า การที่รัฐบาลคิดเป็นระบบประกันภัย เพื่อเอื้อต่อประชาชน และลดขั้นตอนในการเยียวยา รวมไปถึงลดขีดจำกัดต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมประชาชน และได้รับเงินเยียวยาไวขึ้น มากขึ้น รวมไปถึงลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล
สำหรับแนวทางการเยียวยาเรื่องปศุสัตว์ หมู วัว เราต้องรวบรวมตัวเลขทั้งหมด และค่อยมาพูดคุยกัน ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังรวบรวมตัวเลข และจะส่งมายัง ครม. ว่าความเป็นไปได้ของเม็ดเงินที่จะเข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกร จะเพิ่มเติมอย่างไร เราพยายามทำให้ครอบคลุมในทุกภาคส่วน และเรื่องตัวเลขต่างๆ สามารถรวบรวมและส่งให้ได้เลย ยินดี
“อะไรที่เราล่าช้า เราผิด เราก็ยืดอกรับว่าเราผิด เราล่าช้า ข้อแนะนำอะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นเรื่องที่ดี ส่งผลดีต่อประชาชน เราก็พร้อมทำตามในทุกรูปแบบ และการทำงานของเรา ไม่เคยเลือกพื้นที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรายืนยืนยันว่า เราตอบรับทุกการร้องขอ ที่เราหาไม่ได้ ไม่มี เราหาให้ได้ทุกอย่าง ไปย้อนดูได้ ไม่ว่าจะเป็นทางวาจา ทางเอกสาร ตั้งแต่ที่ผมมากำกับ ปภ.โดยเฉพาะเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในในครั้งนี้ จังหวัดขออะไรเราให้หมด เราหาทุกวิถีทางทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน”
— เจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย




