สร้างความตกอกตกใจ ผสมปมน่าสงสัยไปตามๆ กัน กับกรณีเพลิงไหม้ บริเวณชั้น 2 ของอาคาร 3 ชั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ช่วงประมาณ 18.20 น. ของวานนี้ (3 ก.พ.) ซึ่งเคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่ใช้เวลาไม่นานก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไม่มีใครได้รับอันตราย
กระทั่ง อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) ออกมาชี้แจงว่า เบื้องต้นได้รับรายงานต้นเพลิงเกิดที่โซนปีกซ้ายของอาคาร ฝั่งห้องของ ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นห้องประชุมย่อย ก่อนจะลุกลามไปยังห้องคณะที่ปรึกษาของไชยา ซึ่งภายในห้องต้นเพลิง มีเพียงโต๊ะประชุมยาว 1 ตัว เก้าอี้ประมาณ 10 ตัว ส่วนห้องคณะที่ปรึกษาฯ มีโต๊ะทำงาน และเอกสารต่างๆ พร้อมคาดว่า สาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

มาวันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.วารี อัตวุศมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) ทีมตรวจสถานที่เกิดเหตุ (CSI) พฐก. และนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนักเคมี-ฟิสิกส์ ได้ลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ พร้อมประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า จากการประชุมซักถามพยานและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ทราบว่า ต้นเพลิงที่เกิดเหตุอยู่ที่บริเวณห้องครัว ติดกับระเบียงด้านนอกอาคาร
ในวันเกิดเหตุ มีพ่อบ้านกับช่างฉีดปลวกเข้ามาบริเวณอาคารดังกล่าว แต่ให้ปากคำว่า ไม่ได้เข้าไปภายในห้องครัว
จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. พนักงาน รปภ.ได้เห็นควันไฟลอยออกมาจากห้องดังกล่าว จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่าเกิดเพลิงไหม้ จึงได้เข้าทำการดับไฟ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
วันนี้ พร้อมทีมตรวจสถานที่เกิดเหตุ (CSI) พฐก.นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนักเคมี-ฟิสิกส์ ลงพื้นที่ เพื่อที่จะได้พิสูจน์หาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ให้ได้รวดเร็วขึ้น จากนั้น จะได้รายงานผลการตรวจให้กับพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป
— พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ

แม้จะดูเหมือนเป็นเพลิงไหม้ธรรมดาและยังไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ แต่เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวฉาวในกระทรวงเกษตรฯ หลายวาระ ทั้งกรณีทุจริตนำเข้าหมูเถื่อน, ตีนไก่เถื่อน และล่าสุด กับคดีที่นักร้องเรียนชื่อดัง ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ พร้อมพวกร่วมกัน ‘ตบทรัพย์’ เรียกรับเงินจาก ‘ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์’ อธิบดีกรมการข้าว ประมาณ 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียน





