‘สามารถ ราชพลสิทธิ์' อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘ไปเป็น รมต. เลย ถ้าคิดว่าทำงานเก่ง’ มีความว่า ในฐานะสมาชิกพรรค ปชป. คนหนึ่ง ผมเพิ่งได้ยินว่ามีผู้แบ่ง สส.ปชป. ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่ง ‘พูดเก่ง ตำหนิเก่ง แต่ทำงานไม่เก่ง‘ ** อีกกลุ่ม **’พูดไม่เก่ง ตำหนิไม่เก่ง แต่ทำงานเก่ง‘ กลุ่มที่อ้างว่าทำงานเก่ง บอกว่ารอเข้าร่วมรัฐบาล เพราะจะได้มีโอกาสสร้างผลงานให้กับประเทศชาติและประชาชน เท่ากับสร้างผลงานให้กับพรรคด้วย
แต่เขาคงลืมไปว่า ฝ่ายค้านก็สามารถสร้างผลงานให้กับประเทศชาติ ประชาชนและพรรคได้ด้วย ถ้าเขามุ่งมั่นค้านอย่างสร้างสรรค์ด้วยการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ควรทำ ไม่วางเฉย ด้วยลักษณะท่าที ’เกรงใจรัฐบาล’ ครั้งนี้ จะได้เป็น รมต. ตามปรารถนาแล้ว ขอให้สร้างผลงานตามที่ได้ประกาศก้องไว้ อย่าลืมว่าจะต้องเร่งสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน และนำผลงานเหล่านั้นกลับมากอบกู้พรรคให้ได้ ผมจะติดตาม และเป็นกำลังใจให้ ที่สำคัญ การเข้าร่วมรัฐบาลจะต้องเข้าร่วมอย่างมี ‘เกียรติและศักดิ์ศรี’ ไม่ปล่อยให้พรรคถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงแค่พรรค **‘อะไหล่-รอเสียบ’ ** เท่านั้น อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องทำให้พรรค ปชป. มี สส.มากกว่าเดิม !
สามารถ ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยว่า หลังเห็นข่าวที่เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดเช่นนี้ แบ่งเป็น2กลุ่ม ทั้งที่เป็นพรรคเดียวกัน ทำไมผู้ใหญ่ของพรรคมาพูดแบ่งแยกเช่นนี้ ทั้งที่คุมเสียงข้างมากทั้งในกรรมการบริหารพรรค และ สส. พรรคอยู่แล้ว ออกมติใดก็ชนะอยู่แล้ว ดังนั้นในฐานะอดีตรองหัวหน้าพรรรค และยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ คนหนึ่งเห็นว่า ต้องพูดแสดงความคิดเห็นให้สังคมได้รับทราบว่า การทำหน้าที่ของสส. หรือของพรรคการเมือง เป็นฝ่ายค้านก็สามารถทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองและเป็นปากเสียงแทนพี่น้องประชาชนได้ และทำได้ดีกว่าการเป็นรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลผสมด้วย เพราะถ้าเราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเข้มแข็ง ตรวจสอบได้ทุกกระทรวง ทบวง กรมของรัฐบาล ดีกว่าการเป็นรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบงานแค่กระทรวงเดียว อยู่ที่ว่า คุณทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เต็มที่ เข้มแข็ง จริงจังแล้วหรือไม่ อย่างไร
“ไม่ใช่พินอบพิเทาต่อรัฐบาล เมื่อคิดว่าทำงานเก่งก็ขอให้ไปเป็นรัฐมนตรีตามที่ต้องการ และบริหารงานให้เห็นเป็นรูปธรรม นำชื่อเสียงฟื้นศรัทธาให้พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ผมโพสต์ไป ซึ่งที่เขียนไป ไม่ได้ขัดแย้งกับใครแต่อย่างใด”
— สามารถ กล่าว




