อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวระหว่างงานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยยืนยัน ไม่คิดถึงคณิตศาสตร์ทางการเมือง เพราะผลทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ว่าจะเชื่อมั่นในพรรคการเมืองใดหรือ ส.ส.คนใด อีกทั้งพรรคสร้างอนาคตไทย ถือเป็นพรรคการเมืองใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่สามารถพลิกผันได้ตลอด ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่ได้ตั้งเป้าจำนวน ส.ส.ที่จะได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยขอทำงานอย่างเต็มที่ก่อน หลังได้ทีมงานที่ดี เป็นคนรุ่นใหม่และมีประสบการณ์เข้ามาร่วมงาน
พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า มีนโยบายที่จะใช้หาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทุกด้าน โดยจะเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การจัดหาทุนใหม่ให้ รวมไปถึงการสนับสนุนให้เกิดโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
“จะมีการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันถือว่ามีความท้าทาย เราถือได้ว่ามีโอกาส หากเราทำได้เหมาะสม แต่หากไม่สามารถดูแลกันได้จะเป็นปัญหา ขณะเดียวกันรัฐจะต้องพัฒนาระบบการศึกษาให้เกิดความทั่วถึง โดยจะต้องมีการพัฒนาระบบสาธารณสุขตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ตั้งแต่ก่อนเกิด ก่อนมีบุตรจนถึงผู้สูงวัย ที่ ต้องมีการดูแลและให้บทบาททำในสิ่งที่มีความสุข และเป็นประโยชน์กับชุมชน”
เมื่อถามว่าได้มีการทำผลโพลหรือไม่ หลังจาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ไม่ติด 1 ใน 5 ของผลโพล อุตตม ก็ตอบว่า “โพลถือเป็นเรื่องหนึ่ง ที่พรรคมีการติดตาม และนำข้อมูลมาศึกษา ซึ่งผลโพลจะออกมาอย่างไร ก็ต้องนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด แต่จุดโฟกัสของเราอยู่ที่ตัวเรา ว่าเมื่อทำงานและนำเสนอชุดความคิดใหม่ เข้าสายตาประชาชนแค่ไหน”
พร้อมกันนี้ ยอมรับว่าได้มีการพูดคุยเรื่องควบรวมกับพรรคการเมืองอื่น และไม่ได้พูดคุยกับพรรคไทยสร้างไทย เพียงพรรคเดียว แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติใดๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรครวมไทยสร้างชาติแต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้ย้ำมาตลอดว่า หากจะมีการควบรวมพรรค จะต้องทำให้การทำงานให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ควบรวมเพื่อหวังผลทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม จะลงเล่นการเมืองเต็มตัว โดยระบุเพียงว่า ได้แต่ติดตาม ก่อนย้ำทิ้งท้ายว่า พรรคสร้างอนาคตไทย นั้นสู้ไหว ภายใต้สูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ด้วยการหาร 100
พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า มีนโยบายที่จะใช้หาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทุกด้าน โดยจะเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การจัดหาทุนใหม่ให้ รวมไปถึงการสนับสนุนให้เกิดโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
“จะมีการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันถือว่ามีความท้าทาย เราถือได้ว่ามีโอกาส หากเราทำได้เหมาะสม แต่หากไม่สามารถดูแลกันได้จะเป็นปัญหา ขณะเดียวกันรัฐจะต้องพัฒนาระบบการศึกษาให้เกิดความทั่วถึง โดยจะต้องมีการพัฒนาระบบสาธารณสุขตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ตั้งแต่ก่อนเกิด ก่อนมีบุตรจนถึงผู้สูงวัย ที่ ต้องมีการดูแลและให้บทบาททำในสิ่งที่มีความสุข และเป็นประโยชน์กับชุมชน”
เมื่อถามว่าได้มีการทำผลโพลหรือไม่ หลังจาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ไม่ติด 1 ใน 5 ของผลโพล อุตตม ก็ตอบว่า “โพลถือเป็นเรื่องหนึ่ง ที่พรรคมีการติดตาม และนำข้อมูลมาศึกษา ซึ่งผลโพลจะออกมาอย่างไร ก็ต้องนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด แต่จุดโฟกัสของเราอยู่ที่ตัวเรา ว่าเมื่อทำงานและนำเสนอชุดความคิดใหม่ เข้าสายตาประชาชนแค่ไหน”
พร้อมกันนี้ ยอมรับว่าได้มีการพูดคุยเรื่องควบรวมกับพรรคการเมืองอื่น และไม่ได้พูดคุยกับพรรคไทยสร้างไทย เพียงพรรคเดียว แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติใดๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรครวมไทยสร้างชาติแต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้ย้ำมาตลอดว่า หากจะมีการควบรวมพรรค จะต้องทำให้การทำงานให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ควบรวมเพื่อหวังผลทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม จะลงเล่นการเมืองเต็มตัว โดยระบุเพียงว่า ได้แต่ติดตาม ก่อนย้ำทิ้งท้ายว่า พรรคสร้างอนาคตไทย นั้นสู้ไหว ภายใต้สูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ด้วยการหาร 100





