พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เผยผลการทำงานภายใต้ ‘ใจบันดาลแรง’ ตลอดปี 2565 ที่ยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีความกินดีอยู่ดี ผ่านการขับเคลื่อนต่อยอด 3 พันธกิจหลักของพรรคพลังประชารัฐ ได้แก่
1. สวัสดิการประชารัฐ : ขจัดความเหลื่อมล้ำ
2. เศรษฐกิจประชารัฐ : สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม
3. สังคมประชารัฐ : สงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน
การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ผ่านการลงพื้นที่เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนต่อเนื่องตลอดปี เพื่อรับฟังปัญหาและความเห็นของประชาชน หน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อให้รับทราบถึงแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขอย่างตรงจุด ซึ่งแต่ละที่ย่อมมีความต้องการและปัญหาที่ต่างกันออกไป เพื่อนำมาสู่การปรับปรุงให้ตรงเป้าหมายกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยแนวทางดำเนินงานรูปแบบดังกล่าว จะทำให้การพัฒนาเข้าไปถึงเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง ผ่านการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ-ที่ดินใจบันดาลแรงเพื่อคนไทย พล.อ.ประวิตร ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการน้ำ ที่ดินทำกิน บนพื้นฐานที่ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิดเพราะ 2 สิ่งนี้ คือรากฐานของชีวิตคนไทยที่น้ำเป็นทั้งเพื่ออุปโภคและบริโภค ที่ดินเพื่อการเกษตรในการทำมาหากินของประชาชนจำนวนมากก่อให้เกิดอาชีพ รายได้ ดังนั้น ในรอบปี 2565 จึงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำ ที่ดินทำกินต่อเนื่องควบคู่ไปกับการดูแลความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ดังนี้
เดือนมกราคม - เร่งขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรมีน้ำอุปโภคบริโภคใช้ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาและสำรวจพื้นที่ในการพัฒนาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการใช้ในแต่ลพื้นที่
เดือนกุมภาพันธ์ - เร่งรัดแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อให้ไทยก้าวขึ้นสู่เทียร์ 2 สร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ แสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการค้ามนุษย์ทางเพศ และการใช้แรงงานเด็ก โดยบูรณาหน่วยงานเร่งยกระดับมาตรฐานกฎหมายเข้าสู่เกณฑ์สากล
เดือนมีนาคม - วางแผนพัฒนาโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง-อุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำยั่งยืน
เดือนเมษายน - บรรลุเป้าหมายจัดหาแหล่งน้ำเพิ่ม 2.6 หมื่นแห่ง ใน 2 ปี เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชน
เดือนพฤษภาคม - ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานระบบราง-ดิจิตัล ลดภาระ เพิ่มรายได้ กระจายความเจริญ ตามยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ
เดือนมิถุนายน - แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับชาวหาดใหญ่ ฟื้นฟูการท่องเที่ยว พลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
เดือนกรกฎาคม - เร่งแผนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พร้อมมอบหมายหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนรับมือฤดูมรสุม ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, มุกดาหาร, จันทบุรี และระนอง
เดือนสิงหาคม - ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.สระบุรี และใกล้เคียง เพื่อเตรียมแผนบริหารน้ำ ลดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ภาคกลาง
เดือนกันยายน - รับมือมวลน้ำจากภาคเหนือ ป้องกันน้ำทะลักเข้ากรุงเทพฯ เร่งตรวจประตูระบายน้ำ หาแนวทางป้องกันน้ำท่วม กทม.-มีนบุรี-หนองจอก
เดือนตุลาคม - ลงพื้นที่แก้ปัญหารับมือน้ำท่วมจังหวัดชัยนาท อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ลดผลกระทบประชาชน โดยการฟื้นฟูพื้นที่ทำกิน กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
เดือนพฤศจิกายน - ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งบริหารจัดการน้ำหนองหาร จ. สกลนคร เพื่อกักเก็บน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง
เดือนธันวาคม - ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หนุนพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ สร้างสันติสุขในพื้นที่ เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน สร้างอาชีพที่มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่แบ่งแยกศาสนา พร้อมลงพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.เชียงราย ลดปัญหาฝุ่น เพิ่มแหล่งน้ำใช้ให้เพียงพอตลอดทั้งปี
ทั้งนี้ ในปี 2566 พล.อ.ประวิตร ยังคงสานต่อนนโยบายเพื่อมอบให้กับคนไทย ในการที่จะพัฒนาอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไป
1. สวัสดิการประชารัฐ : ขจัดความเหลื่อมล้ำ
2. เศรษฐกิจประชารัฐ : สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม
3. สังคมประชารัฐ : สงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน
การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ผ่านการลงพื้นที่เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนต่อเนื่องตลอดปี เพื่อรับฟังปัญหาและความเห็นของประชาชน หน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อให้รับทราบถึงแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขอย่างตรงจุด ซึ่งแต่ละที่ย่อมมีความต้องการและปัญหาที่ต่างกันออกไป เพื่อนำมาสู่การปรับปรุงให้ตรงเป้าหมายกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยแนวทางดำเนินงานรูปแบบดังกล่าว จะทำให้การพัฒนาเข้าไปถึงเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง ผ่านการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ-ที่ดินใจบันดาลแรงเพื่อคนไทย พล.อ.ประวิตร ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการน้ำ ที่ดินทำกิน บนพื้นฐานที่ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิดเพราะ 2 สิ่งนี้ คือรากฐานของชีวิตคนไทยที่น้ำเป็นทั้งเพื่ออุปโภคและบริโภค ที่ดินเพื่อการเกษตรในการทำมาหากินของประชาชนจำนวนมากก่อให้เกิดอาชีพ รายได้ ดังนั้น ในรอบปี 2565 จึงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำ ที่ดินทำกินต่อเนื่องควบคู่ไปกับการดูแลความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ดังนี้
เดือนมกราคม - เร่งขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรมีน้ำอุปโภคบริโภคใช้ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาและสำรวจพื้นที่ในการพัฒนาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการใช้ในแต่ลพื้นที่
เดือนกุมภาพันธ์ - เร่งรัดแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อให้ไทยก้าวขึ้นสู่เทียร์ 2 สร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ แสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการค้ามนุษย์ทางเพศ และการใช้แรงงานเด็ก โดยบูรณาหน่วยงานเร่งยกระดับมาตรฐานกฎหมายเข้าสู่เกณฑ์สากล
เดือนมีนาคม - วางแผนพัฒนาโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง-อุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำยั่งยืน
เดือนเมษายน - บรรลุเป้าหมายจัดหาแหล่งน้ำเพิ่ม 2.6 หมื่นแห่ง ใน 2 ปี เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชน
เดือนพฤษภาคม - ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานระบบราง-ดิจิตัล ลดภาระ เพิ่มรายได้ กระจายความเจริญ ตามยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ
เดือนมิถุนายน - แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับชาวหาดใหญ่ ฟื้นฟูการท่องเที่ยว พลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
เดือนกรกฎาคม - เร่งแผนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พร้อมมอบหมายหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนรับมือฤดูมรสุม ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, มุกดาหาร, จันทบุรี และระนอง
เดือนสิงหาคม - ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.สระบุรี และใกล้เคียง เพื่อเตรียมแผนบริหารน้ำ ลดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ภาคกลาง
เดือนกันยายน - รับมือมวลน้ำจากภาคเหนือ ป้องกันน้ำทะลักเข้ากรุงเทพฯ เร่งตรวจประตูระบายน้ำ หาแนวทางป้องกันน้ำท่วม กทม.-มีนบุรี-หนองจอก
เดือนตุลาคม - ลงพื้นที่แก้ปัญหารับมือน้ำท่วมจังหวัดชัยนาท อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ลดผลกระทบประชาชน โดยการฟื้นฟูพื้นที่ทำกิน กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
เดือนพฤศจิกายน - ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งบริหารจัดการน้ำหนองหาร จ. สกลนคร เพื่อกักเก็บน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง
เดือนธันวาคม - ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หนุนพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ สร้างสันติสุขในพื้นที่ เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน สร้างอาชีพที่มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่แบ่งแยกศาสนา พร้อมลงพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.เชียงราย ลดปัญหาฝุ่น เพิ่มแหล่งน้ำใช้ให้เพียงพอตลอดทั้งปี
ทั้งนี้ ในปี 2566 พล.อ.ประวิตร ยังคงสานต่อนนโยบายเพื่อมอบให้กับคนไทย ในการที่จะพัฒนาอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไป









