พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า (23 พ.ย.2565) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมคณะ รมต.กลาโหมอาเซียน เข้าเยี่ยมคำนับและรับฟังปาฐกถาพิเศษ จาก สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ณ จังหวัดเสียมราฐ
จากนั้น ได้เข้าร่วมประชุม รมต.กลาโหมอาเซียน (ADMM) กับ รมต.กลาโหม ประเทศคู่เจรจา 8 ประเทศ ครั้งที่ 9 (ADMM - Plus) โดยทุกประเทศได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงของภูมิภาคและระหว่างประเทศร่วมกัน สรุปภาพรวม มีความกังวลร่วมกันต่อสถานการณ์ในเมียนมา ยูเครน และสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีและทะเลจีนใต้ รวมทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
โดยเห็นถึงความจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ยึดความเป็นแกนกลางของอาเซียน เคารพอำนาจอธิปไตย กฎบัตรอาเซียนและกฎหมายระหว่างประเทศ และเห็นพ้องร่วมกันใช้กลไก ADMM และ ADMM-Plus แก้ปัญหาความขัดแย้งกันด้วยการเจรจา การยับยั้งชั่งใจ และการมีฉันทามติร่วมกันไม่ใช้กำลังต่อกัน เพื่อให้ภูมิภาคมีเสถียรภาพและสันติภาพร่วมกัน หลังจากนั้น ได้พิจารณาให้การรับรองปฏิญญาร่วมของการประชุม 9th ADMM - Plus และร่วมกระทำพิธีส่งมอบการเป็นประธาน ADMM จาก กห.กัมพูชา ให้กับ กห.อินโดนีเซีย ในปีต่อไป
จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้พบหารือความร่วมมือกับ ลอยด์ ออสติน รมต.กลาโหมสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นทางการ
พล.อ.คงชีพ กล่าวสรุปภาพรวมถึง การประชุม ADMM และการประชุม ADMM-Plus 9th ถือเป็นเวทีที่ รมต.กลาโหมอาเซียน และ รมต.กลาโหมประเทศคู่เจรจาทั้ง 8 ประเทศ ได้มีโอกาสพบหารือ แลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคง และการแสวงความร่วมมือด้านความมั่นคงใหม่ๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพื่อร่วมกันรับมือกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงของภูมิภาค รวมทั้งลดความเข้าใจผิดและความตึงเครียดทางทหารที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อกัน ทั้งนี้ ทุกประเทศต่างให้ความสำคัญกับความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) การเจรจาและหาฉันทามติร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อปัญหา โดยไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนของภูมิภาค
จากนั้น ได้เข้าร่วมประชุม รมต.กลาโหมอาเซียน (ADMM) กับ รมต.กลาโหม ประเทศคู่เจรจา 8 ประเทศ ครั้งที่ 9 (ADMM - Plus) โดยทุกประเทศได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงของภูมิภาคและระหว่างประเทศร่วมกัน สรุปภาพรวม มีความกังวลร่วมกันต่อสถานการณ์ในเมียนมา ยูเครน และสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีและทะเลจีนใต้ รวมทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
โดยเห็นถึงความจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ยึดความเป็นแกนกลางของอาเซียน เคารพอำนาจอธิปไตย กฎบัตรอาเซียนและกฎหมายระหว่างประเทศ และเห็นพ้องร่วมกันใช้กลไก ADMM และ ADMM-Plus แก้ปัญหาความขัดแย้งกันด้วยการเจรจา การยับยั้งชั่งใจ และการมีฉันทามติร่วมกันไม่ใช้กำลังต่อกัน เพื่อให้ภูมิภาคมีเสถียรภาพและสันติภาพร่วมกัน หลังจากนั้น ได้พิจารณาให้การรับรองปฏิญญาร่วมของการประชุม 9th ADMM - Plus และร่วมกระทำพิธีส่งมอบการเป็นประธาน ADMM จาก กห.กัมพูชา ให้กับ กห.อินโดนีเซีย ในปีต่อไป
จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้พบหารือความร่วมมือกับ ลอยด์ ออสติน รมต.กลาโหมสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นทางการ
พล.อ.คงชีพ กล่าวสรุปภาพรวมถึง การประชุม ADMM และการประชุม ADMM-Plus 9th ถือเป็นเวทีที่ รมต.กลาโหมอาเซียน และ รมต.กลาโหมประเทศคู่เจรจาทั้ง 8 ประเทศ ได้มีโอกาสพบหารือ แลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคง และการแสวงความร่วมมือด้านความมั่นคงใหม่ๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพื่อร่วมกันรับมือกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงของภูมิภาค รวมทั้งลดความเข้าใจผิดและความตึงเครียดทางทหารที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อกัน ทั้งนี้ ทุกประเทศต่างให้ความสำคัญกับความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) การเจรจาและหาฉันทามติร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อปัญหา โดยไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนของภูมิภาค



