ผู้สื่อข่างรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจบภารกิจ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว พล.อ.ประวิตร ได้เดินออกมาด้วยท่าทียิ้มแย้ม พร้อมทักทายสื่อมวลชน
แต่เมื่อถูกรุมสอบถามในหลายประเด็น ทั้งกรณีทุจริตของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าพันธุ์พืช ปมเรียกรับสินบน, ความชัดเจนในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ คนเดียวหรือไม่ และความขัดแย้งการแต่งตั้ง อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนเกิดวิวาทะกับ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร ได้บอกกับผู้สื่อข่าวให้ถามทีละคน ก่อนขึ้นรถและเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่มีการหารือถึงวาระแต่งตั้ง อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอชื่อ สุพิศ พิทักษ์ธรรม ในตำแหน่งอธิบดีกรมฝนกลวงฯ ปรากฏว่า สุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ ได้ยกมือทักท้วงไม่เห็นด้วย ทำให้นายกฯ ถามไปยังเลขาฯ ครม.ว่า สามารถทักท้วงในที่ประชุมได้หรือไม่ โดยเลขาฯ ครม. ชี้แจงว่า ทำได้ จากนั้น ที่ประชุมผ่านการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไปประชุมเรื่องอื่นต่อ
เมื่อจบการประชุมในวาระต่างๆแล้ว จุรินทร์ ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นหารืออีกครั้ง โดยระบุว่า ตนกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ และได้โทรศัพท์พูดคุยกับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ยืนยันเสนอชื่อ สุพิศ ทำให้ พล.อ.ประวิตร แย้งว่า ตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นโควตาในกำกับของรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ และได้ตกลงกับ เฉลิมชัย แล้วว่าจะเป็นคนอื่น
กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ต้องออกความเห็นว่า ในที่ประชุม ครม. เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรยกเรื่องโควตาพรรคมาพูดกัน และตามกฎหมาย ผู้มีอำนาจแต่งตั้งอธิบดี คือปลัดกระทรวงเกษตรฯ ทำให้ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พูดสนับสนุน พล.อ.ประวิตร ว่าเมื่อมีการแบ่งงานกันแล้วก็ควรให้เกียรติ รมช.ที่กำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ ไม่เช่นนั้นจะมี รมช.ไว้ทำไม
แต่ จุรินทร์ ยังยืนยันหลักการเดิมว่า เป็นสิทธิของรัฐมนตรีว่าการฯ ในการแบ่งงานในกระทรวง จะมอบหมายให้ใครทำอะไร ทำให้นายกฯ ตัดบทว่าให้ ครม.ผ่านเรื่องดังกล่าวไปก่อน พร้อมกับตำแหน่งอื่นๆ ทั้ง 11 คน เพราะระหว่างนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
โดยหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร ได้เรียกเลขาฯ ครม. ไปคุยค่อนข้างนาน และมีรัฐมนตรีหลายคนเข้าไปพูดคุยด้วย
แต่เมื่อถูกรุมสอบถามในหลายประเด็น ทั้งกรณีทุจริตของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าพันธุ์พืช ปมเรียกรับสินบน, ความชัดเจนในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ คนเดียวหรือไม่ และความขัดแย้งการแต่งตั้ง อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนเกิดวิวาทะกับ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร ได้บอกกับผู้สื่อข่าวให้ถามทีละคน ก่อนขึ้นรถและเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่มีการหารือถึงวาระแต่งตั้ง อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอชื่อ สุพิศ พิทักษ์ธรรม ในตำแหน่งอธิบดีกรมฝนกลวงฯ ปรากฏว่า สุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ ได้ยกมือทักท้วงไม่เห็นด้วย ทำให้นายกฯ ถามไปยังเลขาฯ ครม.ว่า สามารถทักท้วงในที่ประชุมได้หรือไม่ โดยเลขาฯ ครม. ชี้แจงว่า ทำได้ จากนั้น ที่ประชุมผ่านการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไปประชุมเรื่องอื่นต่อ
เมื่อจบการประชุมในวาระต่างๆแล้ว จุรินทร์ ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นหารืออีกครั้ง โดยระบุว่า ตนกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ และได้โทรศัพท์พูดคุยกับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ยืนยันเสนอชื่อ สุพิศ ทำให้ พล.อ.ประวิตร แย้งว่า ตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นโควตาในกำกับของรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ และได้ตกลงกับ เฉลิมชัย แล้วว่าจะเป็นคนอื่น
กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ต้องออกความเห็นว่า ในที่ประชุม ครม. เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรยกเรื่องโควตาพรรคมาพูดกัน และตามกฎหมาย ผู้มีอำนาจแต่งตั้งอธิบดี คือปลัดกระทรวงเกษตรฯ ทำให้ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พูดสนับสนุน พล.อ.ประวิตร ว่าเมื่อมีการแบ่งงานกันแล้วก็ควรให้เกียรติ รมช.ที่กำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ ไม่เช่นนั้นจะมี รมช.ไว้ทำไม
แต่ จุรินทร์ ยังยืนยันหลักการเดิมว่า เป็นสิทธิของรัฐมนตรีว่าการฯ ในการแบ่งงานในกระทรวง จะมอบหมายให้ใครทำอะไร ทำให้นายกฯ ตัดบทว่าให้ ครม.ผ่านเรื่องดังกล่าวไปก่อน พร้อมกับตำแหน่งอื่นๆ ทั้ง 11 คน เพราะระหว่างนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
โดยหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร ได้เรียกเลขาฯ ครม. ไปคุยค่อนข้างนาน และมีรัฐมนตรีหลายคนเข้าไปพูดคุยด้วย



