พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและการฟื้นฟูแหล่งน้ำ พร้อมทั้งรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธ์ และผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ให้การต้อนรับ
โดยในการบรรยายสรุปภาพรวมที่ จ.กาฬสินธุ์ ณ ศาลากลางจังหวัด ยังพบปัญหาสำคัญคือ การขาดแคลนแหล่งน้ำต้นทุนการเกษตรและการบริโภคจากการขยายตัวของชุมชนเมือง โดยเฉพาะนอกเขตชลประทาน โดยปี 2561-2564 มีแผนงานพัฒนาพื้นที่แล้ว 1,152 โครงการ วงเงินกว่า 3,100 ล้านบาท พื้นที่รับประโยชน์ 107,582 ไร่ ประชาชนได้ประโยชน์กว่า 48,000 ครอบครัว และอยู่ระหว่างดำเนินการ 165 โครงการ โดยงบกลางกว่า 280 ล้านบาท ทั้งการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ ระบบกระจายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วม สำหรับปี 2566-2567 มี 3 โครงการ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 912 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อีก 3,100 ครอบครัว พื้นที่กว่า 5,800 ไร่
พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำให้ สทนช., จังหวัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง โดยขอให้เร่งพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่ให้เสร็จทันตามกำหนด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และขอให้ลงไปดูแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยและป้องกันการเสียสิทธิในที่ดินทำกินจากการจำนองและขายฝากของเกษตรกร พร้อมย้ำ “อย่าให้หลุดมือเกษตรกร” รวมทั้งเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน แก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ โดยให้บูรณาการความร่วมมือภาคีการพัฒนาต่างๆ และบริหารจัดการข้อมูลแบบชี้เป้าให้เป็นผล ทั้งนี้ให้กระจายรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมไปด้วยกัน
พร้อมกันนี้ ได้มอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินของรัฐเป็นการชั่วคราว ตามนโยบายแก้ปัญหาความยากจนและพบปะประชาชน ในพื้นที่หนองผัวเมียสาธารณประโยชน์ ต.ดอนสมบูรณ์ และแปลงโสกหมูสาธารณประโยชน์ ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด และกล่าวขอบคุณจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่แก้ปัญหาการบริหารจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณประโยชน์อย่างถูกต้องใน 7 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 2,938 แปลง เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมกับพบปะเยี่ยมเยียนและรับทราบปัญหาจากประชาชนในพื้นที่
จากนั้น พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้เดินทางไปพบปะประชาชนและติดตามการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด
โดยในการบรรยายสรุปภาพรวมที่ จ.กาฬสินธุ์ ณ ศาลากลางจังหวัด ยังพบปัญหาสำคัญคือ การขาดแคลนแหล่งน้ำต้นทุนการเกษตรและการบริโภคจากการขยายตัวของชุมชนเมือง โดยเฉพาะนอกเขตชลประทาน โดยปี 2561-2564 มีแผนงานพัฒนาพื้นที่แล้ว 1,152 โครงการ วงเงินกว่า 3,100 ล้านบาท พื้นที่รับประโยชน์ 107,582 ไร่ ประชาชนได้ประโยชน์กว่า 48,000 ครอบครัว และอยู่ระหว่างดำเนินการ 165 โครงการ โดยงบกลางกว่า 280 ล้านบาท ทั้งการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ ระบบกระจายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วม สำหรับปี 2566-2567 มี 3 โครงการ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 912 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อีก 3,100 ครอบครัว พื้นที่กว่า 5,800 ไร่
พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำให้ สทนช., จังหวัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง โดยขอให้เร่งพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่ให้เสร็จทันตามกำหนด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และขอให้ลงไปดูแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยและป้องกันการเสียสิทธิในที่ดินทำกินจากการจำนองและขายฝากของเกษตรกร พร้อมย้ำ “อย่าให้หลุดมือเกษตรกร” รวมทั้งเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน แก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ โดยให้บูรณาการความร่วมมือภาคีการพัฒนาต่างๆ และบริหารจัดการข้อมูลแบบชี้เป้าให้เป็นผล ทั้งนี้ให้กระจายรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมไปด้วยกัน
พร้อมกันนี้ ได้มอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินของรัฐเป็นการชั่วคราว ตามนโยบายแก้ปัญหาความยากจนและพบปะประชาชน ในพื้นที่หนองผัวเมียสาธารณประโยชน์ ต.ดอนสมบูรณ์ และแปลงโสกหมูสาธารณประโยชน์ ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด และกล่าวขอบคุณจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่แก้ปัญหาการบริหารจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณประโยชน์อย่างถูกต้องใน 7 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 2,938 แปลง เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมกับพบปะเยี่ยมเยียนและรับทราบปัญหาจากประชาชนในพื้นที่
จากนั้น พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้เดินทางไปพบปะประชาชนและติดตามการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด





