พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และคณะ เดินทางขึ้นภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จ.พิษณุโลก และ จ.นครสวรรค์ เพื่อติดตามการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ
โดย พล.อ.ประวิตร รับฟังการบรรยายสรุป ความคืบหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่และการก่อสร้างประตูระบายน้ำ 4 แห่ง คือประตูระบายน้ำท่านางงาม ท่าแพ บ้านวังจิก และโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเก็บกักน้ำรวมกว่า 38 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 2 แสนไร่ ทั้งที่ จ.พิษณุโลก และ จ.พิจิตร
จากนั้น ได้ลงตรวจติดตามการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่านางงาม อ.บางระกำ เพื่อรองรับพื้นที่ 5 ตำบล 1 อำเภอ พื้นที่รับประโยชน์ 51,375 ไร่ และตรวจพื้นที่โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่านทั้งสองฝั่ง ต.พลายชุมพล อ.เมือง พร้อมพบปะและรับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชนได้แสดงความขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ลงมาช่วยแก้ปัญหาผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งอย่างจริงจัง โดยสามารถมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและการดำรงชีพได้อย่างพอเพียงในฤดูแล้ง
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน และหน่วยงานในพื้นที่ ประเมินพื้นที่เสี่ยงและเร่งหาแนวทางป้องกันน้ำท่วมจากปัญหาที่ผ่านมา โดยให้แก้ไขทันที พร้อมให้ความสำคัญเร่งดำเนินการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และพื้นที่หน่วงน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่านางงาม เพื่อกักเก็บน้ำยม และเขื่อนป้องกันตลิ่งริมน้ำน่าน ให้แล้วเสร็จตามแผนงาน สำหรับรองรับน้ำหลากและสะสมเก็บกักน้ำต้นทุนในฤดูฝน รวมทั้งเก็บกักน้ำใต้ดินในคราวเดียวกัน เพื่อขยายขีดความสามารถจัดสรรกระจายน้ำให้ทั่วถึงในวงกว้าง เพิ่มพื้นที่การเกษตรในฤดูแล้ง
พร้อมเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำไปพร้อมกัน โดยเฉพาะความเร่งด่วนในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ เพื่อยกระดับศักยภาพของท้องถิ่น และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่
ส่วนในช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้เดินทางไป จ.นครสวรรค์ เพื่อติดตามการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่หน่วงน้ำ และการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำพื้นที่บึงบอระเพ็ด เพื่อเร่งขยายการกักเก็บน้ำสำรอง และกระจายน้ำเพื่อการเกษตร
โดย พล.อ.ประวิตร รับฟังการบรรยายสรุป ความคืบหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่และการก่อสร้างประตูระบายน้ำ 4 แห่ง คือประตูระบายน้ำท่านางงาม ท่าแพ บ้านวังจิก และโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเก็บกักน้ำรวมกว่า 38 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 2 แสนไร่ ทั้งที่ จ.พิษณุโลก และ จ.พิจิตร
จากนั้น ได้ลงตรวจติดตามการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่านางงาม อ.บางระกำ เพื่อรองรับพื้นที่ 5 ตำบล 1 อำเภอ พื้นที่รับประโยชน์ 51,375 ไร่ และตรวจพื้นที่โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่านทั้งสองฝั่ง ต.พลายชุมพล อ.เมือง พร้อมพบปะและรับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชนได้แสดงความขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ลงมาช่วยแก้ปัญหาผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งอย่างจริงจัง โดยสามารถมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและการดำรงชีพได้อย่างพอเพียงในฤดูแล้ง
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน และหน่วยงานในพื้นที่ ประเมินพื้นที่เสี่ยงและเร่งหาแนวทางป้องกันน้ำท่วมจากปัญหาที่ผ่านมา โดยให้แก้ไขทันที พร้อมให้ความสำคัญเร่งดำเนินการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และพื้นที่หน่วงน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่านางงาม เพื่อกักเก็บน้ำยม และเขื่อนป้องกันตลิ่งริมน้ำน่าน ให้แล้วเสร็จตามแผนงาน สำหรับรองรับน้ำหลากและสะสมเก็บกักน้ำต้นทุนในฤดูฝน รวมทั้งเก็บกักน้ำใต้ดินในคราวเดียวกัน เพื่อขยายขีดความสามารถจัดสรรกระจายน้ำให้ทั่วถึงในวงกว้าง เพิ่มพื้นที่การเกษตรในฤดูแล้ง
พร้อมเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำไปพร้อมกัน โดยเฉพาะความเร่งด่วนในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ เพื่อยกระดับศักยภาพของท้องถิ่น และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่
ส่วนในช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้เดินทางไป จ.นครสวรรค์ เพื่อติดตามการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่หน่วงน้ำ และการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำพื้นที่บึงบอระเพ็ด เพื่อเร่งขยายการกักเก็บน้ำสำรอง และกระจายน้ำเพื่อการเกษตร








