พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ตนเองเป็นผู้รวบรวมเสียงของส.ว.สายทหาร เพื่อสนับสนุนให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีว่า รู้สึกตกใจกับกระแสข่าวดังกล่าว เพราะตนยึดถือมาตลอดว่า จะไม่ก้าวก่าย ส.ว.คนอื่นในการลงมติ เนื่องจาก เป็นเรื่องส่วนบุคคล และเป็นเอกสิทธิ์ส่วนบุคคล ขอยืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าว ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวถึงการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยว่า มีความสำคัญ จึงไม่ขอเปิดเผยว่า จะตัดสินใจอย่างไร เนื่องจากเกรงว่า จะเป็นการชี้นำ ส.ว.คนอื่น ๆ จึงขอให้รอในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ว่าตนจะตัดสินใจอย่างไร และจะใช้เกณฑ์การตัดสินใจอย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีที่เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุ มีกระแสกดดัน และมีการแบล็กเมล์ ส.ว. เพื่อให้ลงมติเลือก พิธา เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า รับทราบกระแสข่าวดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีการกดดันกัน มีเพียง ส.ว.บางคนที่มีแนวคิดว่าจะลงมติให้ หรือไม่ลงมติตามความคิดของตนเอง ซึ่งตัดสินใจไม่เหมือนกัน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากเป็นการตัดสินใจเหมือนกันทั้งหมด ก็เสมือนเป็นหุ่นยนต์ หรือมีผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง
“ขอย้ำว่าที่ผ่านมาไม่เคยได้รับสัญญาณใด ๆ ให้ลงมติไปในทิศทางใด เพราะไม่มีใครสามารถบังคับใครได้ เนื่องจาก ส.ว.เหลือเวลา 1 ปี ก็จะพ้นจากวาระแล้ว ขอยืนยันว่าไม่มี ส.ว.คนใดรับผลประโยชน์ใดๆแน่นอน เพราะตลอดการทำงาน 4 ปี ก็ไม่มี ส.ว.คนใดไปรับผลประโยชน์จากใคร ทุกคนทำหน้าที่ตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง มั่นใจว่ากระแสข่าวที่ออกมาจะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของส.ว.เพราะปัจจุบันนี้ทุกคนพยายามออกข่าว เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง จึงไม่หวั่นไหวใด ๆ และไม่ได้ให้ความสนใจ” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการติดต่อจากพรรคก้าวไกลแม้แต่ครั้งเดียว และส่วนตัวก็ไม่ได้รู้จักกับใครในพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย แม้แต่คนเดียว มีเพียงการพบปะในที่ประชุมกรรมาธิการเท่านั้น
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวถึงการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยว่า มีความสำคัญ จึงไม่ขอเปิดเผยว่า จะตัดสินใจอย่างไร เนื่องจากเกรงว่า จะเป็นการชี้นำ ส.ว.คนอื่น ๆ จึงขอให้รอในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ว่าตนจะตัดสินใจอย่างไร และจะใช้เกณฑ์การตัดสินใจอย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีที่เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุ มีกระแสกดดัน และมีการแบล็กเมล์ ส.ว. เพื่อให้ลงมติเลือก พิธา เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า รับทราบกระแสข่าวดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีการกดดันกัน มีเพียง ส.ว.บางคนที่มีแนวคิดว่าจะลงมติให้ หรือไม่ลงมติตามความคิดของตนเอง ซึ่งตัดสินใจไม่เหมือนกัน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากเป็นการตัดสินใจเหมือนกันทั้งหมด ก็เสมือนเป็นหุ่นยนต์ หรือมีผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง
“ขอย้ำว่าที่ผ่านมาไม่เคยได้รับสัญญาณใด ๆ ให้ลงมติไปในทิศทางใด เพราะไม่มีใครสามารถบังคับใครได้ เนื่องจาก ส.ว.เหลือเวลา 1 ปี ก็จะพ้นจากวาระแล้ว ขอยืนยันว่าไม่มี ส.ว.คนใดรับผลประโยชน์ใดๆแน่นอน เพราะตลอดการทำงาน 4 ปี ก็ไม่มี ส.ว.คนใดไปรับผลประโยชน์จากใคร ทุกคนทำหน้าที่ตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง มั่นใจว่ากระแสข่าวที่ออกมาจะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของส.ว.เพราะปัจจุบันนี้ทุกคนพยายามออกข่าว เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง จึงไม่หวั่นไหวใด ๆ และไม่ได้ให้ความสนใจ” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการติดต่อจากพรรคก้าวไกลแม้แต่ครั้งเดียว และส่วนตัวก็ไม่ได้รู้จักกับใครในพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย แม้แต่คนเดียว มีเพียงการพบปะในที่ประชุมกรรมาธิการเท่านั้น




