‘บิ๊กเล็ก’ ยันแก้ปัญหา ‘ไทย-กัมพูชา’ ไม่ล่าช้า มั่นใจหลักฐานแน่นเอาผิด ‘กัมพูชา’ ปมทุ่นระเบิด

21 ก.ค. 2568 - 11:33

  • ‘บิ๊กเล็ก’ ยันแก้ปัญหา ‘ไทย-กัมพูชา’ ไม่ล่าช้า มั่นใจหลักฐานแน่นเอาผิด ‘กัมพูชา’ ปมทุ่นระเบิด จ่อฟ้อง คกก.ออตตาวา ธ.ค.นี้

  • ซัด ‘ฮุน มาเนต’ ไม่จริงใจ หลังบอกจะใช้กลไก JBC แต่ขนคนบุกขึ้นปราสาทตาเมือนธม พร้อมระบุไม่ต้องการสื่อสารแบบ ‘ฮุนเซน’ หรือ ‘ฮุนมาเนต’ ขอข้อมูลชัวร์ก่อนค่อยพูด หวั่นผิดพลาดทำสังคมเข้าใจผิด

  • แจงวันนี้ทหารต้องมีความเข้มแข็งเด็ดขาด แต่ในสถานการณ์แบบนี้ การเข้มแข็งเด็ดขาดอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน จนเกิดการใช้อาวุธได้

‘บิ๊กเล็ก’ ยันแก้ปัญหา ‘ไทย-กัมพูชา’ ไม่ล่าช้า มั่นใจหลักฐานแน่นเอาผิด ‘กัมพูชา’ ปมทุ่นระเบิด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานประชุม ศบ.ทก. ถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดระหว่างลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบก ว่า อยากให้สื่อเข้าใจว่า การทำงานของภาครัฐต้องทำตามขั้นตอน เพราะหากพูดอะไรไปก่อนตามความคิดหรือความเชื่อ และหากมีเหตุผลว่าไม่ใช่ทีหลังต่อไปสื่อจะไม่เชื่อคำพูดผม อยากขอความเห็นใจจากเรื่องนี้ด้วย 

ไม่ต้องการสื่อสารแบบ ‘ฮุนเซน’ หรือ ‘ฮุนมาเนต’ ขอข้อมูลชัวร์ก่อนค่อยพูด หวั่นผิดพลาดทำสังคมเข้าใจผิด 

พล.อ.ณัฐพล ยังระบุว่า ช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีสื่อหลายสำนัก หลายนักวิชาการด่าว่าทำงานช้า ไม่ทันใจเท่ากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา หรือ ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา อยากบอกว่า ทั้ง ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต โพสต์ทางโซเชียล ถ้าไม่ใช่เขาลบออกได้ แต่เราจะทำตัวแบบนั้นไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นเราจะศีลเสมอกัน ซึ่งระหว่างที่ผมปฏิบัติหน้าที่ การพูดอะไรแต่ละครั้งจะต้องใช่หรือถูกมากที่สุด อาจจะผิดพลาดได้แต่ต้องน้อยที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามยึดถืออยู่

พล.อ.ณัฐพล ยังระบุว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรม ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 18 ก.ค. เพราะมีความห่วงใย และได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารีเข้าสำรวจเพิ่มเติม เพื่อจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เพราะอะไรถึงบอกว่าใหม่ ถ้าบอกว่า ในพื้นที่นี้กวาดล้างแล้ว ฉะนั้น ที่เจอน่าจะเป็นของใหม่ เหตุผลที่เราจะต้องตอบให้ได้คือ เราเจอในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ นอกจากลูกนั้นมีลูกอื่นอีกหรือไม่ และที่วางคืออะไร ไทยมีใช้หรือไม่ หรือมีใช้เฉพาะกัมพูชา เลยสั่งให้สำรวจ 

มั่นใจหลักฐานแน่นเอาผิด ‘กัมพูชา’ ปมทุ่นระเบิด ชี้เป็นของใหม่

แต่ การสำรวจตรวจค้นทุ่นระเบิดไม่ใช่การหาของในสนามหญ้า มันต้องค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเราไปเร่งรัดมาก ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเกิดประสบอุบัติเหตุอีก ผมจะถูกตำหนิอีกว่าเรื่องแบบนี้ทำไมเร่งรัด จึงอยากให้รีบแต่ต้องรอบคอบ และเห็นแก่ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยจากการสั่งการไป ตนขอเวลาสัก 3 วันได้หรือไม่  เพราะสังคมอยากทราบ ซึ่ง เจ้าหน้าที่สามารถจบภารกิจได้ภายใน 3 วัน ตรวจค้นได้อีก 2 จุด เพิ่มอีก 7-8 ทุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนต้องการ เมื่อทราบว่ามีจุดอื่นๆ ที่วางไว้อีก ได้ทราบชนิดของทุ่นระเบิดด้วยว่าเป็นพีเอ็มเอ็น-2 ซึ่งเราไม่เคยมีใช้ เราไม่เคยใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบพีเอ็มเอ็น-2 ที่เป็นของรัสเซีย จึงเป็นสิ่งยืนยันว่า ที่วางระเบิดเป็นของประเทศอื่น ไม่ใช่ของเราแน่นอน 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า อีกประการหนึ่ง เราต้องตอบสังคมโลกให้ได้ว่า ที่มาวางคือของใหม่ มีวิธีดู 2 อย่างคือ 

  • 1. จุดที่วาง ถ้าใหม่ การกลบร่องรอยจะเป็นของใหม่ แต่หากเป็นของเก่า หญ้าหรือวัชพืชจะขึ้นมาเลย แต่จุดที่เราตรวจพบเป็นลักษณะเอาเศษวัชพืช เศษใบไม้มาวางคลุมไว้ 
  • 2. ทุ่นระเบิดที่เราตรวจพบ ถ้าทุ่นเก่า ส่วนที่เป็นโลหะจะเป็นสนิม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบและกู้ขึ้นมาพบว่า ส่วนที่เป็นโลหะยังวาวอยู่ ดังนั้น ถ้าเราทำงานอย่างนี้ จะไม่มีใครมาเถียงเราได้ และสามารถชี้แจงได้ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 19 ก.ค. ภารกิจขั้นต้นได้จบลงแล้ว แต่ยังตรวจค้นต่อไป แค่นี้หลักฐานเราก็เพียงพอแล้ว

จ่อฟ้อง คกก.ออตตาวา ธ.ค.นี้

รมช.กลาโหม ยังอธิบายว่า ถ้านับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. ที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ 5 วันได้ถึงขนาดนี้ ในประสบการณ์ชีวิตรับราชการของผม ถือว่าเร็วแล้วซึ่ง การประชุมคณะกรรมการออตตาวาจะมีขึ้นประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค.68 เพราะฉะนั้น การส่งฟ้อง หากส่งฟ้องวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือวันนี้มีค่าเท่ากัน เพราะต้องรอเดือน ธ.ค.68 สู้เราทำสำนวนให้รอบคอบไม่ดีกว่าหรือ นี่คือ สิ่งที่ ศบ.ทก.ยึดถืออยู่ เพราะถ้าเราทำสำนวนไปไม่รอบคอบ ศาลไม่รับฟ้อง สำนวนก็ตก หรือทำไปแล้ว กัมพูชาสามารถโต้กลับมาได้ เราก็จะเสียความน่าเชื่อถือไป ตรงนี้คือ สิ่งที่ผมห่วงใยมากกว่า 

“ขอให้เข้าใจหน่วยงานภาครัฐ ไม่ใช่ได้ข่าวมาแล้วจะมาตำหนิหน่วยงานภาครัฐว่าทำไมช้า สื่อได้ข่าวมาแล้วจะตำหนิ ฮุน เซน ฮุน มาเนต หรือกัมพูชาไปผมไม่ว่า คนไทยทั้งประเทศต้องช่วยกัน แต่ได้ข่าวมาแล้วกลับมาตำหนิภาครัฐ ตรงนี้ที่อยากขอความเห็นใจ เพราะภาครัฐต้องทำงานตามขั้นตอน รัดกุม ถ้าทำแล้วพลาดจะมาตำหนิตนอีกว่าทำไมไม่รอบคอบ”

พล.อ.ณัฐพล กล่าว

รมช.กลาโหม ระบุว่า งานของ ศบ.ทก. และกระทรวงกลาโหม ไม่ใช่แค่งานเรื่องทุ่นระเบิดเรื่องเดียว เราดูแม้กระทั่งสวัสดิการของน้องทหารที่ได้รับบาดเจ็บหรือพิการว่าจะทำอย่างไร เราคิดอยู่ตลอด ฉะนั้น คนที่รับผิดชอบ ปัญหาจะมาหลายทาง ตอนนี้เหมือนหมาวิ่งกัดเห็บที่หางตัวเอง คือ พยายามทำให้ดีที่สุด   

ส่วนการยื่นฟ้องคณะกรรมการออตตาวา ยื่นในนามรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เป็นการดำเนินการในนามกระทรวงการต่างประเทศ แต่อยู่ภายใต้การอำนวยการของ ศบ.ทก. หลังจากที่ประชุม ศบ.ทก. เห็นชอบ กระทรวงการต่างประเทศก็จะดำเนินการในการทำหนังสือประท้วง แนวทางที่คุยกันไว้คือ นอกจากทำหนังสือประท้วงไปยังออตตาวาแล้ว เรายังประท้วงไปยังกัมพูชาด้วย ซึ่งรายละเอียดขอยังไม่เปิดเผย 

จ่อประท้วงกัมพูชาด้วย แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

เมื่อถามว่า หากผลการยื่นร้องต่อคณะกรรมการออตตาวาแล้วชนะ ผลที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมคืออะไร พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า บทลงโทษนั้นไม่ชัดเจน ต้องขึ้นอยู่กับทางออตตาวา แต่ยืนยันว่าปัจจุบันทางกัมพูชาผิดอยู่ 2 เรื่องแน่ๆ 1.การวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งสมาชิกที่มีพันธะกรณีกับอนุสัญญาออตตาวาจะต้องไม่ทำแบบนี้ 2.ยังมีของใหม่อยู่ในครอบครอง ซึ่งสมาชิกของอนุสัญญาจะต้องทำลายทุ่นระเบิด ไม่ว่าจะทำลายหมดทันที หรือค่อยทำลาย 

อย่างไร ต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนว่าจะทำลายหมดเมื่อไหร่ แต่ถ้ายังทำลายไม่หมด และเอามาใช้ก็ผิดแล้ว ที่จริงแล้วตนไม่อยากจะพูดออกสื่อก่อน พูดไปอาจทำให้ทางกัมพูชารู้ว่าตนคิดอะไรอยู่ แต่ต้องเรียนว่าขณะนี้ผมคงต้องยอม อาจจะเสียเปรียบบ้าง คิดว่าเพื่อความได้เปรียบจะไม่บอกอะไร 

“พูดเลยว่าเขาผิด 2 เรื่อง และจะส่งข้อมูลไปยังประเทศที่เป็นสปอนเซอร์ของกัมพูชา ที่สนับสนุนเงิน ในพันธะกรณีที่เกี่ยวกับออตตาวาว่า สนับสนุนเงินเขาไป ปัจจุบันเขาเป็นแบบนี้ ก็แล้วแต่เขาจะพิจารณา ผมถึงได้บอกว่าการที่จะบอกเขา สำนวนเราต้องแน่น ชัดเจนมีภาพให้เห็น มีหลักฐาน ไม่ใช่เพียงแค่มีคนบอกว่าใหม่ เราเคยกวาดล้างมาแล้วก็ไม่น่าจะมีของเก่า หากส่งสำนวนไปแค่นี้ สื่อคิดว่าสำนวนจะตกหรือไม่”

พล.อ.ณัฐพล กล่าว

ซัด ‘ฮุน มาเนต’ ไม่จริงใจ หลังบอกจะใช้กลไก JBC แต่ขนคนบุกขึ้นปราสาทตาเมือนธม

ส่วนกรณีมีมวลชนชาวกัมพูชากว่าร้อยคน ขึ้นไปที่ปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า พล.อ.ณัฐพล  ชี้แจงว่า ล่าสุดที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกแถลงการณ์ว่ากัมพูชาจะใช้กระบวนการเจบีซี (JBC) แต่ขณะเดียวกัน ก็ ใช้มวลชนมากดดันที่ปราสาทตาเมือนธม อันนี้ถือเป็นการแสดงความไม่จริงใจ เป็นเรื่องที่จะหารือในที่ประชุม ศบ.ทก.ในวันนี้ด้วย

พล.อ.ณัฐพล ย้ำว่า การที่นำมวลชนมาทางรัฐบาลกัมพูชาจะบอกว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้ ถึงบอกไม่รู้ก็ต้องแก้ไขและทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนกัมพูชาทำแบบนี้ เราไม่อยากให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเครียดๆ ซึ่งขณะนี้ ประชาชนตามจังหวัดชายแดนเดือดร้อนกันมาก และมากดดันว่าเมื่อไหร่ปัญหาจะจบสักที ดังนั้น ตนต้องรักษาบรรยากาศ ไม่ให้อ่อนแอหรือเข้มแข็งเกินไป

ส่วนจะมีการจัดระเบียบปราสาทตาเมือนธมอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า มีการจัดระเบียบแล้ว ซึ่งได้พูดคุยกับรัฐบาลว่า วันนี้ทหารต้องมีความเข้มแข็งเด็ดขาด แต่ในสถานการณ์แบบนี้ การเข้มแข็งเด็ดขาดอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน จนเกิดการใช้อาวุธได้

ขณะนี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้คุยกับผู้บัญชาการหน่วยฝั่งกัมพูชาว่าทหารที่ขึ้นมาอยู่ในพื้นที่จะมีเพียงฝั่งละ 7 คนเท่านั้น จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบที่มีคนมาเป็นร้อยอีก เพราะภาพจะออกมาไม่ดีทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทหารที่รับผิดชอบจะต้องเป็นคนนำประชาชนที่มีท่าทียั่วยุออกจากพื้นที่ ถือเป็นข้อตกลง ทั้งนี้ โชคดีว่าฝ่ายกัมพูชาสามารถควบคุมได้เรียบร้อย แต่หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็มีการเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยืนยันว่าจะเป็นไปตามขั้นตอน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์