ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตั้งข้อสงสัยกรณีพรรคเพื่อไทย เสนอแนวนโยบาย ‘ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท’ ว่าสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ง่าย โดยต้องดูถึงผลกระทบและมีการพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งรัฐบาลได้วางโครงสร้างต่างๆ มากมาย เพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคต
“การจะเพิ่มค่าแรง ก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ต้องดูว่านักลงทุน ผู้ประกอบการรับไหวหรือไม่ วันนี้ มันก็มีความแตกต่างอยู่แล้ว ในเรื่องของค่าแรง แรงงานที่มีฝีมือค่าแรงก็สูง ซึ่งสูงมากกว่า 600 บาทต่อวันเสียอีก ขณะนี้ เรามีการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อตอบสนองแรงงานยุคใหม่ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักร และกิจการที่มีรายได้สูง วันนี้ ต้องสนับสนุนไปทำนองนั้นก่อน บางโรงงานราคาโดยเฉลี่ยของแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วมีผู้ที่มีรายได้มากกว่าที่กำหนดไว้มากพอสมควร แต่ทั้งหมดต้องฟังผู้ประกอบการด้วย ประชาชนก็ต้องได้ประโยชน์ เราต้องสนับสนุนให้ได้ค่าแรงตามขีดความสามารถตามความเป็นจริง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังตั้งข้อสงสัยถึงนโยบายผู้ที่จบปริญญาตรีได้รับเงินเดือน 25,000 บาท ในประเด็นเม็ดเงินที่ใช้ดำเนินนโยบายเช่นกัน
“ก็ต้องถามว่าเอาเงินมาจากที่ไหนล่ะ ถ้ามีเงินก็โอเคเท่าไหร่ก็ได้ วันนี้ เราอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาทุกอย่างเพื่อเพิ่มจีดีพีให้กับประเทศ อย่าลืมว่าเราต้องมีค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแล กลุ่มเปราะบาง คนพิการ ซึ่งมากพอสมควร ดังนั้น ถ้าจะทำตรงนี้ให้มากขึ้น ก็ต้องทยอยดำเนินการไปพร้อมๆ กับการหารายได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ ได้กล่าวแสดงความยินดีสั้นๆ กรณี มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ เตรียมเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมย้ำยังไม่มีเหตุผลให้ยุบสภาฯ และปฏิเสธให้ความชัดเจนทางการเมือง หลังเดินทางกลับจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป (ASEAN-EU Summit) ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคมนี้ ก่อนยืนยันกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ยังไม่ถูกส่งมาถึงรัฐบาล
ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามที่ว่า วันนี้เท่ากับเดินหน้าไม่มีถอยหลังแล้วใช่หรือไม่ในทางการเมือง และตัดสินใจแล้วใช่หรือไม่ เมื่อถามอีกว่านายกฯทำการเมืองในส่วนของตัวเองไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ตามที่เคยระบุว่า จะทำบน 3 แกนหลักนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตอบว่า “คือทำการเมืองตนว่าทุกคนก็ต้องทำอยู่แล้ว คือทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นภาระในวันข้างหน้า นั้นคือสิ่งสำคัญ การจะพูดอะไรออกไปก็ต้องระมัดระวังที่สุด การจะทำโน่นให้โน่นให้นี่ต้องดูว่ารายได้เราเพียงพอหรือไม่ ในการที่จะไปจ่ายในสิ่งเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ภาพรวมของสถานะการเงินการคลังล้มเหลว”
พอถามว่า นายกฯตั้งเป้าหมายการทำงานในปีหน้าอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ก็ผม ก็อยู่ ถ้าสมมุติว่าต้องอยู่ ก็อยู่ได้แค่ปี 68 นั่นแหละนะ” เมื่อถามว่าความตั้งใจของนายกฯคือเดินต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ถึงวันนี้ก็น่าจะพอรู้มั้ง”
ส่วนเมื่อถามต่อว่า ถือเป็นความชัดเจนที่นายกฯจะไปต่อ แม้จะไปต่อได้แค่ 2 ปี ก็จะไปต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ก็ 2 ปี ก็จะทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด และจากนั้นต่อมาก็จะมีคนใหม่ที่เหมาะสม ที่ประชาชนยอมรับ และทำต่อแค่นั้นเอง” และเมื่อถามถึงความชัดเจนในการไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบเพียงว่า “ก็เดี๋ยวผมยังไม่ได้พูดเท่านั้นเอง เดี๋ยวค่อยพูด”
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถามที่ว่ารอเรื่องของกฎหมายให้เรียบร้อยก่อนใช่หรือไม่ และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า แต่เมื่อถูกถามเซ้าซี้เรื่องเข้าสังกัดพรรคการเมืองในประเด็นที่ว่า เมื่อมีความชัดเจนถึงขณะนี้แล้วขอให้พูดมาเถอะ นายกฯก็ทำเพียงพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “เออๆ”
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
“ตอนนี้ ทยอยพิจารณาไป ยังมีเวลาอยู่ หลายๆอย่างเป็นมาตรการต่างๆที่เป็นของหน่วยงานยังไงต้องดูให้รอบคอบ ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ทำเพื่อการเมือง แต่เป็นสิ่งที่เราทำมาทุกปีอยู่แล้ว อะไรที่ทำได้เราก็ทำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตด้วย ก็ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด” นายกฯ ระบุ
เมื่อถามถึงเรื่องที่ว่า ทำไมวันนี้แพคเกจ ‘ช้อปดีมีคืน’ และ ‘เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5’ ยังไม่ออกมา พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตอบว่า ต้องดูงบประมาณด้วยว่าเพียงพอหรือไม่
“อันไหนทำได้อันไหนทำไม่ได้ อันไหนที่ทำแล้วจะเป็นปัญหาต่อไปในวันข้างหน้า ก็ต้องดูให้ดี ถ้าเรามองการเมืองอย่างเดียว แน่นอนทุกคนต้องการมากที่สุดดีที่สุดใช่หรือไม่ แต่เราในฐานะที่เป็นนายกฯก็ต้องให้มีการตรวจสอบคัดกรองให้ดี การใช้จ่ายงบประมาณแต่ละโครงการมันใช้มากน้อยเพียงใด ซึ่งก็อยากทำให้ประชาชน แต่เราก็ไม่อยากสร้างภาระทางการเงินการคลังในวันข้างหน้าด้วย ขอให้ระมัดระวัง” นายกฯ ระบุ
เมื่อถามว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน นายกฯ ตอบว่า “ตอนนี้เดือนธันวาคมยังมีเวลาไม่ใช่หรือ แต่หลังจากกลับมาจากการประชุมที่เบลเยียม จะรวบรวมทั้งหมดออกมาอีกที ซึ่งจริงๆ แล้วได้ทยอยมาแล้ว แต่ก็ต้องรอหน่วยงานอื่นที่ยังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมายด้วย รวมถึงการเตรียมงบประมาณจะต้องมาดูกันตรงนี้และตัดสินใจกันอีกครั้งประมาณกลางเดือนหลังกลับมา”
“การจะเพิ่มค่าแรง ก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ต้องดูว่านักลงทุน ผู้ประกอบการรับไหวหรือไม่ วันนี้ มันก็มีความแตกต่างอยู่แล้ว ในเรื่องของค่าแรง แรงงานที่มีฝีมือค่าแรงก็สูง ซึ่งสูงมากกว่า 600 บาทต่อวันเสียอีก ขณะนี้ เรามีการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อตอบสนองแรงงานยุคใหม่ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักร และกิจการที่มีรายได้สูง วันนี้ ต้องสนับสนุนไปทำนองนั้นก่อน บางโรงงานราคาโดยเฉลี่ยของแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วมีผู้ที่มีรายได้มากกว่าที่กำหนดไว้มากพอสมควร แต่ทั้งหมดต้องฟังผู้ประกอบการด้วย ประชาชนก็ต้องได้ประโยชน์ เราต้องสนับสนุนให้ได้ค่าแรงตามขีดความสามารถตามความเป็นจริง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังตั้งข้อสงสัยถึงนโยบายผู้ที่จบปริญญาตรีได้รับเงินเดือน 25,000 บาท ในประเด็นเม็ดเงินที่ใช้ดำเนินนโยบายเช่นกัน
“ก็ต้องถามว่าเอาเงินมาจากที่ไหนล่ะ ถ้ามีเงินก็โอเคเท่าไหร่ก็ได้ วันนี้ เราอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาทุกอย่างเพื่อเพิ่มจีดีพีให้กับประเทศ อย่าลืมว่าเราต้องมีค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแล กลุ่มเปราะบาง คนพิการ ซึ่งมากพอสมควร ดังนั้น ถ้าจะทำตรงนี้ให้มากขึ้น ก็ต้องทยอยดำเนินการไปพร้อมๆ กับการหารายได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ ได้กล่าวแสดงความยินดีสั้นๆ กรณี มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ เตรียมเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมย้ำยังไม่มีเหตุผลให้ยุบสภาฯ และปฏิเสธให้ความชัดเจนทางการเมือง หลังเดินทางกลับจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป (ASEAN-EU Summit) ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคมนี้ ก่อนยืนยันกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ยังไม่ถูกส่งมาถึงรัฐบาล
ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามที่ว่า วันนี้เท่ากับเดินหน้าไม่มีถอยหลังแล้วใช่หรือไม่ในทางการเมือง และตัดสินใจแล้วใช่หรือไม่ เมื่อถามอีกว่านายกฯทำการเมืองในส่วนของตัวเองไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ตามที่เคยระบุว่า จะทำบน 3 แกนหลักนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตอบว่า “คือทำการเมืองตนว่าทุกคนก็ต้องทำอยู่แล้ว คือทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นภาระในวันข้างหน้า นั้นคือสิ่งสำคัญ การจะพูดอะไรออกไปก็ต้องระมัดระวังที่สุด การจะทำโน่นให้โน่นให้นี่ต้องดูว่ารายได้เราเพียงพอหรือไม่ ในการที่จะไปจ่ายในสิ่งเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ภาพรวมของสถานะการเงินการคลังล้มเหลว”
พอถามว่า นายกฯตั้งเป้าหมายการทำงานในปีหน้าอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ก็ผม ก็อยู่ ถ้าสมมุติว่าต้องอยู่ ก็อยู่ได้แค่ปี 68 นั่นแหละนะ” เมื่อถามว่าความตั้งใจของนายกฯคือเดินต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ถึงวันนี้ก็น่าจะพอรู้มั้ง”
ส่วนเมื่อถามต่อว่า ถือเป็นความชัดเจนที่นายกฯจะไปต่อ แม้จะไปต่อได้แค่ 2 ปี ก็จะไปต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ก็ 2 ปี ก็จะทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด และจากนั้นต่อมาก็จะมีคนใหม่ที่เหมาะสม ที่ประชาชนยอมรับ และทำต่อแค่นั้นเอง” และเมื่อถามถึงความชัดเจนในการไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบเพียงว่า “ก็เดี๋ยวผมยังไม่ได้พูดเท่านั้นเอง เดี๋ยวค่อยพูด”
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถามที่ว่ารอเรื่องของกฎหมายให้เรียบร้อยก่อนใช่หรือไม่ และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า แต่เมื่อถูกถามเซ้าซี้เรื่องเข้าสังกัดพรรคการเมืองในประเด็นที่ว่า เมื่อมีความชัดเจนถึงขณะนี้แล้วขอให้พูดมาเถอะ นายกฯก็ทำเพียงพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “เออๆ”
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
“ตอนนี้ ทยอยพิจารณาไป ยังมีเวลาอยู่ หลายๆอย่างเป็นมาตรการต่างๆที่เป็นของหน่วยงานยังไงต้องดูให้รอบคอบ ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ทำเพื่อการเมือง แต่เป็นสิ่งที่เราทำมาทุกปีอยู่แล้ว อะไรที่ทำได้เราก็ทำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตด้วย ก็ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด” นายกฯ ระบุ
เมื่อถามถึงเรื่องที่ว่า ทำไมวันนี้แพคเกจ ‘ช้อปดีมีคืน’ และ ‘เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5’ ยังไม่ออกมา พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตอบว่า ต้องดูงบประมาณด้วยว่าเพียงพอหรือไม่
“อันไหนทำได้อันไหนทำไม่ได้ อันไหนที่ทำแล้วจะเป็นปัญหาต่อไปในวันข้างหน้า ก็ต้องดูให้ดี ถ้าเรามองการเมืองอย่างเดียว แน่นอนทุกคนต้องการมากที่สุดดีที่สุดใช่หรือไม่ แต่เราในฐานะที่เป็นนายกฯก็ต้องให้มีการตรวจสอบคัดกรองให้ดี การใช้จ่ายงบประมาณแต่ละโครงการมันใช้มากน้อยเพียงใด ซึ่งก็อยากทำให้ประชาชน แต่เราก็ไม่อยากสร้างภาระทางการเงินการคลังในวันข้างหน้าด้วย ขอให้ระมัดระวัง” นายกฯ ระบุ
เมื่อถามว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน นายกฯ ตอบว่า “ตอนนี้เดือนธันวาคมยังมีเวลาไม่ใช่หรือ แต่หลังจากกลับมาจากการประชุมที่เบลเยียม จะรวบรวมทั้งหมดออกมาอีกที ซึ่งจริงๆ แล้วได้ทยอยมาแล้ว แต่ก็ต้องรอหน่วยงานอื่นที่ยังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมายด้วย รวมถึงการเตรียมงบประมาณจะต้องมาดูกันตรงนี้และตัดสินใจกันอีกครั้งประมาณกลางเดือนหลังกลับมา”



